เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

Match Report : นิวคาสเซิ่ล 1-3 ลิเวอร์พูล

       สตีฟ บรูซ กุนซือทีมเจ้าถิ่น ขาดผู้เล่นแนวรับหลายราย โดยเกมนี้ขยับ ฮาเวียร์ มานกีโญ่ และ แดนนี่ โรส 2 วิงแบ็กมายืนเป็นปราการหลังตัวกลางในระบบหลัง 3 โดยมี เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ คอยประคอง ส่วนแดนหน้ายังคงใช้ อัลแล็ง แซงต์-แม็กซิแม็ง เป็นตัวป่วนเกมรับทีมเยือน

    ฝั่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล จัดทัพได้เซอร์ไพรส์แฟนบอลไม่น้อยเมื่อดรอปสามประสานแดนหน้า ทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และซาดิโอ มาเน่ โดยเลือกใช้ อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ทาคูมิ มินามิโนะ และดิว็อค โอริกี ลงเป็นตัวจริงแทน ขณะที่ เนโก วิลเลี่ยมส์ แบ็กดาวรุ่งเลือดสเกาซ์ก็ได้รับหน้าที่ลงเล่นแทน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์

    นิวคาสเซิล เป็นฝ่ายขึ้นนำ ลิเวอร์พูล 1-0 ตั้งแต่ 25 วินาทีแรก เมื่อ จอนโจ้ เชลวี่ เล่นลูกฟรีคิกเร็วบริเวณกลางสนามตักบอลให้กับ ดไวท์ เกล หลุดเดี่ยวเข้าไปจิ้มบอลผ่านตัว อลิสซอน เบ็คเกอร์ โดยผู้ตัดสินต้องใช้ วีเออาร์ เพื่อช่วยตัดสินอีกครั้งและยืนยันการได้ประตูนี้ของเจ้าถิ่น

    น.33 เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ แนวรับเจ้าถิ่นเติมเกมขึ้นมาได้โอกาสซัดด้วยขวาบริเวณกรอบเขตโทษด้านขวา แต่ อลิสซอน ยังทุบออกหลังไว้ได้
   
    น. 38 อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน กระชากบอลไปทางกราบขวาแล้วครอสเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ขึ้นโขกบอลย้อยเข้าประตู เกมกลับมาเท่ากัน 1-1

    จบครึ่งแรก ทั้งสองทีมเสมอกัน 1-1

    น.59 ดิว็อค โอริกี รับบอลต่อจาก แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก่อนจะเลี้ยงบอลตัดเข้ากลางแล้วซัดด้วยขวาบอลพุ่งเสียบเสาเข้าไปอย่างสุดสวย “หงส์แดง” พลิกขึ้นนำ 2-1

    น.64 คล็อปป์ ตัดสินใจเปลี่ยนแผงแนวรุกทั้งสามคน โดยส่ง ซาลาห์, ฟีร์มีโน่ และ มาเน่ ลงสนาม

    น.88 มาเน่ ที่ลงเป็นตัวสำรอง ซัดประตูจากจังหวะตัดเข้าในด้วยเท้าขวาบอลโค้งเข้าสู่ก้นตาขายอย่างสวยงาม ลิเวอร์พูล นำห่างเป็น 3-1

    จบเกมการแข่งขัน ลิเวอร์พูล บุกมาเอาชนะ นิวคาสเซิล 3-1 ปิดฤดูกาลด้วยการเป็นแชมป์ โดยมี 99 คะแนนซึ่งเป็นแต้มที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร ขณะที่ นิวคาสเซิล มี 44 คะแนน จบอันดับที่ 13 ของตาราง

    รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนาม

    นิวคาสเซิล : มาร์ติน ดูบราฟก้า – ฮาเวียร์ มานกีโญ่, เฟเดริโก้ เฟร์นานเดซ, แดนนี่ โรส – แมตต์ ริทชี่, นาบิล เบ็นทาเล็บ, จอนโจ้ เชลวี่ย์, วาเลนติโน่ โลซาโร่, มิเกล อัลมิรอน – อัลแล็ง แซงต์-แม็กซิแม็ง, ดไวท์ เกล

    สำรอง : คาร์ล ดาร์โลว์, แอนดี้ แคร์โรลล์, โชลินตอน, โยชิโนริ มูโตะ, ไอแซค เอย์เดน, เดอันเดร เยดริน, ชอน ลองสตาฟฟ์, เคลแลนด์ วัตต์ส, แจ็ค ยัง

    ผู้จัดการทีม : สตีฟ บรูซ

    ลิเวอร์พูล : อลิสซอน เบ็คเกอร์ – เนโก วิลเลี่ยมส์, โจ โกเมซ, เฟอร์กิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – เจมส์ มิลเนอร์, จอร์จินโญ่ ไวนัลดุม, นาบี เกอิต้า – อเล็กซ์ อ๊อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, ทาคูมิ มินามิโนะ, ดิว็อค โอริกี

    สำรอง : อาเดรียน, ฟาบินโญ่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่, ซาดิโอ มาเน่, โมฮาเหม็ด ซาลาห์, เซอร์ดาน ชากิรี่, เคอร์ติส โจนส์, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์

    ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

    ผู้ตัดสิน : แอนโธนี่ เทย์เลอร์