เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

แบร์รี ลิวตัส รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายใหญ่ทีมยู-23 คนใหม่ า

แบร์รี ลิวตัส รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายใหญ่ทีมยู-23 คนใหม่ า

ลิวตัสที่ร่วมงานกับอะคาเมดีตั้งแต่ปี 2013 พูดถึงการขึ้นมาจากทีมยู-18 เพื่อรับหน้าที่แทนนีล คริตชลีย์ ที่ย้ายไปคุมทีมแบล็คพูลในช่วงต้นปีนี้ และนี่คือรายละเอียดที่เขาพูดคุยกับ Liverpoolfc.com…

แบร์รี่ ขอแสดงความยินดีกับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีมยู-23 ในครั้งนี้ คงเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจสำหรับคุณ และครอบครัว…

มันถือเป็นเกียรติอย่างแท้จริง มันเป็นงานใหญ่ มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ และผมแทบรอจะเริ่มงานไม่ไหว

ผมรู้ว่าคุณขอบคุณคนอย่างอเล็กซ์ อิงเกิลโธร์ปมากแค่ไหน กับความไว้วางใจที่พวกเขาแสดงให้เห็นในตัวคุณอย่างมาก…

ใช่ แน่นอน มันเป็นงานใหญ่ที่มีความรับผิดชอบเยอะมาก และผมต้องขอบคุณอเล็กซ์สำหรับโอกาสนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่คิดว่าเขาไว้ใจผมให้ทำงานนี้

อเล็กซ์ และทีมงานคนอื่นๆ ทั้งหมดตลอดช่วงเวลาที่อยู่ที่อะคาเดมีให้การสนับสนุน และช่วยเหลือผมเป็นอย่างดีจนมาถึงจุดนี้ ผมได้รับข้อความเยอะมากอย่างที่คุณนึกภาพได้ แต่ผมน่าจะต้องส่งข้อความไปนิดหน่อยด้วยตัวเองเพื่อขอบคุณคนอื่นๆ สำหรับการสนับสนุนของพวกเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ข้อดีก็คือคุณจะรู้จักทีมใหม่ของคุณเป็นอย่างดีจากที่ได้ฝึกสอนพวกเขาหลายคนมาแล้วหลายปี…

พวกเขากำจัดผมไม่สำเร็จ! ผมรู้จักเด็กหลายคนมาสักพัก ผมรอคอยที่จะกลับไปทำงานแล้วจริงๆ

มันเป็นบทต่อไปของ แต่แน่นอนว่าสำหรับผมพวกเขามันเป็นส่วนที่สำคัญจริงๆ ในอาชีพของพวกเขาด้วยเช่นกัน เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมาก ซึ่งผมรอคอยที่จะกลับไปเริ่มงาน

 

ผมคิดว่าตัวเองพูดมาแล้วสักพักตอนที่ผมรับงานคุมทีม ยู-18 การรู้จักผู้คน และรู้จักนักเตะ นั่นช่วยให้ผมเริ่มงานในตำแหน่งนี้ได้จริงๆ และมันทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้นมาก พวกเขารู้จักผม และผมรู้จักพวกเขา ซึ่งทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น

คุณได้ตามรอยนีล คริตชลีย์ที่คุณทำงานอย่างใกล้ชิดเคียงข้างเขาในทีมยู-19 ซึ่งมันเป็นสานต่องานที่ดีใช่ไหม?

ใช่อย่างแน่นอน คริตช์ทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการนำทีมยู-23 ซึ่งหน้าที่ของผมในการสานต่องานดีๆ และพยายามเพิ่มเติม 2-3 อย่างที่ผมรู้สึกว่าเป็นเรื่องสำคัญสำหรับเรา แต่แน่นอนว่าแค่ต้องต่อยอดงานที่ดีต่อไป

และแน่นอนว่าทีมชุดใหญ่เตรียมย้ายฐานปฏิบัติการไปที่เคิร์กบีในอนาคตอันใกล้ด้วยเช่นกัน มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้น…

ใช่ มันเป็นอย่างนั้น เราเห็นการอาคารสูงขึ้นวันต่อวันท่ามกลางลมหนาวที่เคิร์กบี และน้ำค้างในตอนเช้า เราเห็นการก่ออิฐแบบก้อนต่อก้อนจริงๆ ดังนั้นมันจึงเป็นการพัฒนาที่น่าตื่นเต้นสำหรับที่ได้เห็น และชัดเจนว่าเมื่อเวลาที่เรากลับไปที่นั่นผมแน่ใจว่ามันจะเสร็จสมบูรณ์

มันเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นสำหรับทีมงาน แน่นอนว่าการมีทีมชุดใหญ่อย่างใกล้ชิด แต่ที่สำคัญยิ่งกว่ามันสำคัญต่อนักเตะ และเพิ่มแรงบันดาลใจให้กับพวกเขา

คุณจะได้ทำงานร่วมกับเจอร์เก้น คล็อปป์, เป๊บ ลินเดอร์ส,  ปีเตอร์ คราเวียต และบิตอร์ มาตูส ที่คุณเคยร่วมงานอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ตอนที่เขาเข้ามาทุกอย่าง ทั้งหมดของสโมสรทำงานร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว…

ใช่ นี่คือแผน และเรามีสายสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากระหว่างทีมชุดใหญ่ และอะคาเดมี การที่ทีมชุดใหญ่ และสต๊าฟฟ์ของทีมชุดใหญ่ทำงานอย่างใกล้ชิด และวิธีการที่พวกเขาสนับสนุนอะคาเดมีจะเป็นประโยชน์กับเราอย่างมากทั้งในฐานะทีมงาน และการเรียนรู้ของเราเอง แต่อีกครั้งที่มันสำคัญกว่าสำหรับนักเตะอายุน้อยๆ

มันเป็นก้าวสำคัญสำหรับนักเตะที่ก้าวขึ้นไปทีมยู-23? มันเป็นเวทีถัดไปในการเดินทางของพวกเขาสู่ทีมชุดใหญ่…

แน่นอน พวกเขาน่าจะอยู่ในช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านอย่างแท้จริงเกี่ยวกับการตัดสินใจในอาชีพของพวกเขา กับโอกาสที่อาจจะได้ฝึกซ้อมร่วมกับทีมชุดใหญ่ สำหรับนักเตะบางคนจะมีโอกาสย้ายออกไปแบบยืมตัว และสานต่อพัฒนาการของพวกเขาในแง่นั้น

 

สำหรับนักเตะบางคนมันเป็นการต่อยอดพัฒนาการของพวกเขา หรืออาจจะเริ่มต้นการเดินทางของพวกเขากลุ่ม ยู-23 ซึ่งมันเป็นการรวมนักเตะที่มุ่งมั่นที่จะไปในจุดเดียวกัน แต่บนเส้นทางที่แตกต่าง ดังนั้นใช่ มันเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านของพวกเขาจากนักเตะเยาวชน

อะไรที่คุณมองว่ายิ่งใหญ่ และน่าตื่นเต้นที่สุด กับความท้าทายในการคุมทีมยู-23?

มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก ผมคิดว่านักเตะทุกกลุ่มที่คุณมีในสโมสร มีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ในการดูแลนักเตะ และดูแลคนที่อยู่ในมือของคุณจริงๆ การพูดคุยกับนักเตะสองคนเมื่อวานนี้ วันเกิดคนถัดไปที่เรามีพวกเขาบางคนจะอายุครบ 20 ปี

มันเป็นช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจอย่างแท้จริงในอาชีพของเหล่านักเตะอายุน้อย ซึ่งการสนับสนุนพวกเขาในการเดินทาง ณ จุดนี้ คือสิ่งที่ผมภาคภูมิใจที่จะทำ และตื่นเต้นที่จะได้ทำเช่นกัน ดังนั้นนี่คือเรื่องที่ผมรอคอยมากที่สุด

หนึ่งในความแตกต่างอย่างมากในระดับ ยู-23 คือคุณจะต้องปรับทีมบ่อยๆ แบบเกมต่อเกม…

ใช่ และนั่นเป็นเรื่องที่ผมอาจจะต้องทำอะไรแตกต่างไปนิดหน่อย ผมคิดว่าปีนี้เราน่าจะสามารถย้ายนักเตะได้มากขึ้นนิดหน่อยในระหว่างกลุ่มต่างๆ ตรงข้ามกับปีแรกของผมในทีมยู-18 นั่นคือสิ่งที่ทีมงานอะคาเดมีของเราตระหนักดี

ผมรู้ว่าบางครั้งจากภายนอกมันดูไม่แน่นอน และเป็นแบบนั้น แต่เราสบายใจกับเส้นทางของนักเตะแต่ละคน จะมีการแลกเปลี่ยน และเปลี่ยนแปลงทีมเยาวชน และบางครั้งอาจจะเป็นทีมที่อายุมากกว่า อะไรประมาณนั้น แต่ผมตระหนักในเรื่องนี้เช่นกัน

ผมโชคดีมากที่ในสำนักงานที่เราทำงานอยู่ ผมนั่งตรงข้ามกับคริตช์มาแล้วสองปี และผมเห็นวิธีการที่เขารับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ ซึ่งผมไม่ได้จะไม่รู้ไม่เห็น และผมทำงานใกล้ชิดกับคนที่ผมรู้สึกรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้ดีเป็นพิเศษ ผมเรียนรู้เรื่องต่างๆ มากมายจากสถานการณ์ตลอดสองปีที่ผ่านมา

เรายังคงรอกำหนดการที่ทีมอะคาเดมีจะสามารถกลับมาฝึกซ้อมที่เคิร์กบี แต่คุณยังคงติดต่อเด็กๆ เป็นประจำทุกวัน และพวกเขาทุกคนต่างมีโปรแกรมฟิตเนสส่วนตัว…

พวกเขาทุกคนทำงานหนักจริงๆ ถ้าพูดตามตรง และมันต้องให้เครดิตกับพวกเขา แรงจูงใจที่พวกเขามี และมันเป็น 10-11 สัปดาห์ตั้งแต่เรารวมตัวกัน

พวกเขาทำงานอย่างหนักที่สุดในโปรแกรมส่วนตัวของพวกเขา และในฐานะสต๊าฟฟ์ มันไม่เพียงตัวผม แต่ยังรวมถึงทีมงานอะคาเดมีทั้งหมด เราติดต่อกับเด็กๆ ทุกคนเป็นพื้นฐานเพื่อเช็กว่าพวกเขากำลังทำอะไร

ชัดเจนว่าเป็นการจับตามองพวกเขาในแง่โปรแกรมส่วนตัวอะไรแบบนั้น แต่ในเวลาแบบนี้เราก็มีความสุขที่ติดตามว่าพวกเขา และครอบครัวว่าทำอะไรด้วยเช่นกัน

มันเป็นช่วงเวลายุ่งๆ และแปลกๆ และมันเป็นเรื่องแตกต่างออกไป แต่การยกหูโทรหานักเตะ และพูดคุยกับพวกเขา ถามพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ อย่างเช่นพวกเขาใช้เวลาว่างทำอะไร น่าจะช่วยให้ผมเรียนรู้เกี่ยวกับนักเตะมากขึ้นอีกนิดหน่อยเช่นกัน

เด็กสองคนที่หวังว่าจะได้กลับมาในฤดูกาลใหม่อย่างพอล กลัตเซล และอับดี้ ชารีฟ ทั้งสองได้รับบาดเจ็บหนักและต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่พวกเขาเป็นสมบัติที่มีค่ามากสำหรับคุณ…

ผมรู้จักพอลมานานพอสมควรจนถึงตอนนี้ และเขาอยู่ในกลุ่มเล็กๆ ของผมตลอดช่วงที่ผ่านมา ดังนั้นผมได้คุยกับพวกเขาค่อนข้างบ่อยตลอด 10-11 สัปดาห์นี้

ผมได้พูดคุยกับเขาจริงๆ ในวันพฤหัสบดี และมันเป็นเรื่องดีมากที่เห็นการทำงานหนักของเขาในแง่ที่ปัญหามากมายที่เขาเจอ แต่สภาพจิตใจที่เขาแสดงออกมาช่างแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อกับวิธีที่พวกเขารับมือกับสถานการณ์เหล่านี้ และสู้จนกลับมาได้

มันเป็นเรื่องดีจริงๆ ที่ได้เห็นภาพเขาวิ่งไปรอบๆ เมลวู้ด เขากลับมาใส่รองเท้าอีกครั้ง และเขาเล่นฟุตบอลได้อีกครั้ง ซึ่งในช่วงเวลาที่ยากจริงๆ แบบนี้ ผมเชื่อว่าสำหรับพอลที่กลับมาสวมรองเท้า และลงเล่นจะทำให้เขาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีจริงๆ สำหรับช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ในแง่ของการฟื้นฟูร่างกาย และจุดที่เขาอยู่ในเวลานี้ มันจะทำให้เขาเริ่มต้นได้ก่อนที่จะเดินหน้าสำหรับเริ่มต้นฤดูกาลหน้า

อับดี้ก็ทำงานหนักอย่างที่สุดเช่นกัน เขาเป็นอีกคนที่มีปัญหาหลังจากจบฤดูกาลในทีมยู-18 ได้แข็งแกร่งมากตามความคิดของผม

เขาจบฤดูกาลนั้นได้ดีมาก และเขาเริ่มพัฒนาตัวตนของเขาได้ดีจริงๆ และเขามีความสำคัญอย่างมากภายใต้การคุมทีมของคริตช์ในทีมยู-23 เช่นกัน และมันเป็นเรื่องน่ายินดีที่เห็นความก้าวหน้าของเขา

มันถูกหยุดจากการบาดเจ็บ และนี่แหล่ะเกม เขาทำงานหนักมาโดยตลอดเพื่อเรียกความฟิตกลับมา และเขาเกือบจริงๆ(ที่จะกลับมา) ซึ่งนี่คือนักเตะสองคนที่จะเข้ามาเสริมทีมที่ผมจินตนาการไว้ในเวลาที่แตกต่างออกไปสำหรับทีมยู-23 ของเรา

อับดี้เซ็นขยายสัญญาในช่วงต้นสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับเขา…

มันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ สำหรับเขา เพราะชัดเจนว่าในระหว่างที่เขาฟื้นฟูร่างกาย และพยายามรักษาโฟกัสเพื่อเรียกความฟิต และเก่งขึ้น สโมสรดูแลเขาได้ดีมาก และเป็นรางวัลของเขาสำหรับความพยายามเหล่านี้ เขาจะกลับมาพร้อมลงเล่น หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลหน้า ไม่ว่าจะเมื่อใดก็ตาม

สำหรับเด็กที่ได้รับการบาดเจ็บบางคนอาจจะมีความล่าช้าเล็กน้อยเมื่อเรากลับมาที่คนอย่างอับดี้ อาจจะต้องให้เวลาเพิ่มขึ้นนิดหน่อยที่จะให้เขากลับมา ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีจริงๆ ที่เห็นเขากลับมามีรอยยิ้มบนใบหน้าผ่านเว็บไซต์เมื่อวานนี้กับภาพถ่ายการเซ็นสัญญาของเขา มันเป็นเรื่องที่ดีที่เห็นเขากลับมายิ้มอีกครั้ง

เรื่องหนึ่งที่คุณมีคือการแข่งขันเพื่อตำแหน่ง ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณต้องการในทุกระดับ…

ผมนึกภาพว่ามันจะตามมา และเป็นอย่างนั้นต่อไประหว่างกลุ่ม(ยู-18 และยู-23) และการแข่งขันจากนักเตะยู-18 และนักเตะยู-23

มีผู้เล่นหลายหลายที่มีความต้องการแตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา ทุกเกมมีการแข่งขัน และเราจะมีนักเตะที่ดี ซึ่งไม่มีข้อสงสัยในเรื่องนี้

ไม่ว่าทีมของเราจะออกมาเป็นอย่างไร เราจะมีนักเตะที่ยินดีจริงๆ ที่ได้สวมเสื้อลิเวอร์พูล แต่ใช่ ผมจินตนาการได้หวังว่าจะมีการแข่งขันอย่างมากในการแย่งชิงตำแหน่ง

มันจะกระตุ้นผู้เล่นได้อย่างแน่นอนแบบวันต่อวันในการฝึกซ้อม เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาทุกคนต้องการเล่น และพวกเขาทุกคนต้องการสวมชุดลงเล่นในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเหมือนกับที่เราทำตอนที่ทำผลงานต่อเนื่องในเอฟเอ ยูธ คัพ ผู้คนพูดกับผมว่าการแข่งขันเพื่อแย่งตำแหน่งว่าเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งที่เราทำในปีนั้น ซึ่งหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะทำได้แบบนั้นในฤดูกาลถัดไป

เล่าให้เราฟังเล็กน้อยเกี่ยวกับเส้นทางของคุณในอะคาเดมีมาจนถึงตอนนี้ จากที่คุณเข้ามาอยู่กับสโมสรครั้งแรกในปี 2013 และการฝึกสอนกลุ่มเด็กๆ รุ่นต่างๆ หลายปีที่ผ่านมา…

นานมาแล้ว และผมเล่าให้เด็กบางคนว่าผมเคยผมยาวเต็มหัวตอนที่ผมเริ่มงาน! มันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อจริงๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการได้เห็นนักเตะบางคนตอนที่ผมเริ่มงานได้ร่วมงานกับทีมยู-23  ของผมในปีนี้

พวกเขาเพิ่งเข้าโรงเรียนมัธยม ดังนั้นพวกเขาอายุประมาณ 11 ปี ซึ่งการได้เห็นพวกเขาตอนนี้อายุ 19, 20 ปี มันเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างน่าเหลือเชื่อ คุณได้เห็นพวกเขาเติบโตในฐานะบุคคล และชัดเจนว่าพวกเขาเติบโตในฐานะนักเตะเช่นกัน คุณได้เห็นพวกเขาขึ้นๆ ลงๆ และการเดินทางไม่ใช้ขาขึ้นตลอดเวลา

สำหรับนักเตะบางคนที่พวกเขาผ่านจุดที่ก้าวถอยหลัง ดังนั้นมันเป็นจึงเป็นโอกาสที่ยอดเยี่ยมที่คุณได้เห็นเด็กๆ เติบโตเป็นชายหนุ่ม มันเป็นงานที่น่าพอใจจริงๆ และชัดเจนว่าผมได้ทำงานกับโค้ชที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน คนที่ผมเรียนรู้ได้อย่างมากมายก่ายกอง

ซึ่งโชคดีจริงๆ ที่ได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่สนุกมากๆ ในการมาทำงานทุกวัน มันเป็นงาน แต่มันไม่รู้สึกอย่างนั้น คุณเข้ามาทุกวัน และมันเป็นสถานที่ที่ยอดเยี่ยม แต่ก็เป็นสถานที่ที่ผมสามารถเรียนรู้ และพัฒนาคนอื่นๆ ขึ้นมา ซึ่งเป็น 6-7 ปีที่น่าเหลือเชื่อมาก

เมื่อคุณโค้ชทีมยู-15 และยู-16 คุณได้ทำงานใกล้ชิดกับสตีฟ ไฮย์เวย์ สตีฟมีอิทธิพลมากแค่ไหนต่ออาชีพโค้ชของคุณ?

ใช่ แน่นอนที่สุด ตอนที่ผมเริ่มทำงานในกลุ่ม ยู-12 สตีฟเข้ามาตั้งแต่แรกในปีนั้น และทำงานร่วมกับผม และฟิล ชาร์น็อค หลังจากนั้นเมื่อผมขยับไปทีมยู-15 และยู-16 สตีฟ ขยับไปในกลุ่มนั้นร่วมกับผมเช่นกัน

น่าจะเป็นสองหรือสามปีที่ผมทำงานร่วมกับสตีฟเป็นประจำทุกวัน มันไม่ใช่แค่เขาที่ลงมา สตีฟเป็นแบบทุ่มเททุกอย่าง และเขาใส่ทุกอย่างลงไป เขาทำงานทุกวัน ทุกสภาพอากาศ และทำงานร่วมกับทีมงานในสนามหญ้า

มันเป็นสามปีที่น่าอัศจรรย์สำหรับผม สตีฟมีประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อทั้งในฐานะนักเตะ และในฐานะโค้ช

เขาสามารถช่วยเหลือผมในส่วนไอเดียของผม และเขายังเป็นคู่คิดที่ดีมากสำหรับไอเดียต่างๆ ของผม เขาวางแนวทางที่เหมาะสมสำหรับผม ด้วยการแก้ไขถ้ามันไม่ถูกต้อง และเขามักจะเป็นคนที่ผมรู้สึกว่าตัวเองพูดได้เลยว่ามันสำคัญจริงๆ สำหรับผม โดยเฉพาะในเวลานั้นของอาชีพของผม

ผมไม่ค่อยเจอสตีฟมากนักในตอนนี้ เพราะว่าเขายังคงทำงานกับเด็กๆ ของเราบางกลุ่ม และไม่ใช่กลุ่มที่อยู่ด้วย แต่มันยอดเยี่ยมเสมอที่ได้เจอเขา และได้พูดคุยกัน

สตีฟทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ร่วมกับโค้ชของเราคนอื่นๆ และผมเป็นหนี้บุญคุณเขาเป็นอย่างมาก เพราะว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่ช่วยเหลือผมอย่างมากในเส้นทางของผม และผมแน่ใจว่าเขาคอยช่วยเหลือโค้ชคนอื่นๆ ของสโมสรทั้งหมด

สิ่งที่น่าจะสำคัญที่สุดคือเขาคอยช่วยเหลือนักเตะอายุน้อยๆ ซึ่งประสบการณ์ของเขาในฐานะนักเตะน่าเหลือเชื่อมาก และเช่นกันกับการพัฒนานักเตะอายุน้อยๆ เช่นกัน ซึ่งเราโชคดีสุดๆ ที่เขากลับมาเป็นที่ปรึกษาของทีมงานอะคาเดมี และทำให้หลังช่วยสนับสนุนนักเตะในสิ่งที่พวกเขาต้องการเช่นกัน

และคำถามสุดท้าย เรารู้ว่าคุณอยากจะกลับไปลงสนามร่วมกับเด็กๆ อีกครั้งเมื่อปลอดภัยมากแค่ไหน…

แน่นอน ณ เวลานี้เรื่องสำคัญที่สุดคือทุกคนมีสุขภาพดี และทุกคนปลอดภัย เหมือนกับทุกคนเราอยากจะกลับไปสู่สภาวะปกติ และเรารู้ดีว่าเราจะต้องอดทน เมื่อเรากลับไปผมแน่ใจว่าสภาพสนามของเราจะได้พักมาเป็นอย่างดี และมันจะดูดีกว่าที่เคย

ผู้ดูแลจะมีความสุข และหน้าปากประตูจะมีหญ้าขึ้นเต็มอีกครั้ง! เราจะให้เวลาทีมงานภาคสนามเพิ่มขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้พวกเขาทำสนามอย่างที่ต้องการ และเมื่อเรากลับไปเราทุกคนจะมีความสุข แต่เราจะทำเรื่องนี้ในเวลาที่เหมาะสม