เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

เปิดข้อกฎหมายกระทั่งถึง สาวยุยงเสี่ยซิ่ง BMW Z4 ฝ่าฝนชนดับ จะมีความผิดด้วยไหม

จากกรณีอุบัติเหตุรถสปอร์ตหรู BMW Z4 ซิ่งฝ่าฝนเสียหลักข้ามเกาะกลางพุ่งชนพุ่งเข้าชนรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ สวิฟ ที่ถนนหนทาง

จังหวัดสระบุรี-หล่มสัก ตำบลห้วยโป่ง อำเภอหนองไผ่ จ.จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นเหตุทำให้มีผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและก็เสียชีวิตรวม 3 ศพ โดยเหตุกำเนิดเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา จนกระทั่งโลกโซเชียลมีการแชร์คลิปไลฟ์สดของหญิงสาวชุดแดงวัย 18 ปี ที่นั่งรถมากับคนขับ BMW Z4 พร้อมพูดยุยงให้คนขับๆรถเร็วๆท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมา ว่า “ซิ่งเลยค่ะ ซิ่งเลย ซิ่งเลยยย” กระทั่งถูกวิภาควิจารณ์อย่างมากดังที่ได้เสนอข่าวสารไปแล้วนั้น

bm1

เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทางด้านอัยการก็ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเพจ “Amity’s Juris – มิตรอัยการ” กล่าวว่า กรณีความผิดพลาดฐานประมาทส่งผลให้คนอื่นถึงแก่ชีวิตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 มีสาเหตุจากเสียงเชียร์ “ซิ่งเลยค่ะ ซิ่งเลย ซิ่งเลยยย” ตามเหตุการณ์ที่ได้ดูคลิปและก็ทราบดีนั้น สามารถแยกออกเป็น 3 ข้อความสำคัญ ดังนี้

ข้อความสำคัญที่ 1 การเชียร์ให้ซิ่งเป็นการทำในฐาน “ผู้ใช้” หรือ “ผู้ให้การสนับสนุน” หรือไม่ หลักการไตร่ตรองจะต้องดูที่เจตนาของผู้ที่ทำเป็นหลัก พูดอีกนัยหนึ่ง ถ้าเกิดผู้ที่ทำมีเจตนาที่จะทำอยู่แล้ว เช่นนี้เสียงเชียร์จะเป็นเพียงแค่พลังสำหรับในการช่วยเหลือให้กระทำความผิด ผู้เชียร์ย่อมเป็นเพียงแค่ผู้ให้การสนับสนุนสำหรับในการกระทำความผิดตามมาตรา 86 แค่นั้น
ในทางกลับกัน ถ้าหากว่าผู้ที่ทำ “ไม่เคยมีเจตนา” สำหรับในการกระทำความผิดเลย แต่แม้ว่าเสียงเชียร์นั้น มาจุดประกาย “ก่อ” เจตนาให้เขากระทำความผิด เช่นนี้ เสียงเชียร์จะไม่ใช่แค่แรงใจแล้ว แต่จะเป็นการสร้างเจตนาสำหรับในการกระทำความผิดให้เขาเลย กรณีนี้ผู้เชียร์จะเป็นผู้ใช้ตามมาตรา 84

สรุปกล้วยๆก็คือ ดูว่าผู้ที่ทำมีเจตนาหรือไม่ ถ้าเกิดมีอยู่แล้วหลังจากนั้นก็เป็นผู้ให้การสนับสนุน แต่ถ้าเกิดไม่มีก็เป็นผู้ใช้ ทั้งนี้ถ้อยคำสำคัญในตัวบท มาตรา 84 เป็นคำว่า “ก่อ”
ข้อความสำคัญที่ 2 ความผิดพลาดฐานทำโดยประมาท มีผู้ร่วมทำได้หรือไม่ (ต้นเหตุร่วม, ผู้ใช้, ผู้ให้การสนับสนุน) เนื่องมาจากถนนหนทางที่เลี้ยวไปเลี้ยวมาตามแนวภูเขาประกอบกับลักษณะอากาศทำให้ถนนหนทางเปียกชุ่มและก็ลื่น ซึ่งบุคคลที่อยู่ในสภาวะและก็พฤติการณ์แบบนั้น จะต้องขับช้าอันจะถือได้ว่าเป็นการใช้ความระมัดระวังอย่างพอเพียง แต่เฮียกลับขับขี่รถเร่งให้เร็วขึ้น ความประพฤติของเฮียถือเป็นการทำโดยไม่มีความระมัดระวังซึ่งบุคคลในสภาวะแบบนั้นจะจะต้องมีตามวิสัยและก็พฤติการณ์ แต่เฮียหาได้ใช้ให้พอเพียงไม่ เช่นนี้ความประพฤติของเฮียย่อมเป็นการทำโดยประมาทตามมาตรา 59 วรรคสี่

แต่เพราะ ความประพฤติความผิดพลาดฐานประมาท เป็นการทำที่ไม่มีเจตนา เมื่อไม่มีเจตนาย่อมไม่อาจมีความผิดพลาดฐานต้นเหตุตาม มาตรา 83, ผู้ใช้ตามมาตรา 84 และก็ผู้ให้การสนับสนุนตามมาตรา 86 เกิดขึ้นได้ (ฎ.1326/2510 และก็ ฎ.6764/2545) ดังนั้น “น้องจึงไม่มีความผิดอะไรก็ตามสำหรับในการทำคราวนี้”

ข้อความสำคัญที่ 3 หากผู้ทำผิดตาย ความยอมรับผิดในทางแพ่งย่อมหยุดตามไปด้วยหรือไม่ เพราะ เมื่อเฮียได้กระทำความผิดฐานทำโดยประมาทส่งผลให้คนอื่นถึงแก่ชีวิตตาม มาตรา 291 แล้ว เฮียก็ได้ถึงแก่ชีวิตในอุบัติเหตุคราวนี้ด้วย เช่นนี้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องย่อมหยุดไปตามประมวลกฎหมายแนวทางไตร่ตรองความอาญา มาตรา 39(1)

ข้อความสำคัญก็คือ คดีอาญาหยุด แล้วความยอมรับผิดในทางแพ่งหยุดและก็ตามด้วย

หรือไม่ เห็นว่าความประพฤติของเฮียนอกเหนือจากการที่จะเป็นความผิดอาญาแล้ว ยังเป็นการทำฝ่าฝืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 420 ประกอบมาตรา 437 อีกด้วย เฮียย่อมจะต้องยอมรับผิดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 438 ซึ่งนับได้ว่าเป็นหนี้สินประเภทหนึ่ง และก็หนี้สินนั้นนับได้ว่าเป็นมรดกอย่างหนึ่ง ดังที่บัญญัติไว้ใน มาตรา 1600 และก็ในเมื่อหนี้สินเป็นมรดกย่อมตกทอดไปยังทายาทตามมาตรา 1599 และก็บุคคลที่จะจะต้องรับผิดชอบในหนี้สินนี้ก็คือ “ทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกตาม มาตรา 1629” ด้วยเหตุนี้ในหัวข้อนี้ครอบครัวของผู้เสียหายย่อมได้รับการชดเชยอย่างเป็นธรรม

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่ข้อความสำคัญทางกฎหมายที่น่าดึงดูดในความยอมรับผิดทางอาญาและก็แพ่ง ไม่เกี่ยวข้องกับการพินิจพิเคราะห์ความประพฤติความผิดพลาดของบุคคลในข่าวสารที่จะต้องอาศัยข้อพิสูจน์และก็รายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ในทางสอบปากคำเสริมเติมแต่ประการใด

แม้น้องจะมิได้ยอมรับผิดทางกฎหมายอย่างใด ด้วยเหตุว่าข้อบังคับมีบางทีอาจบังคับไปถึงจริยธรรมหรือจิตสำนึกในบางเรื่อง แต่น้องก็ได้รับกรรมของความคึกคะนองอย่างสมดุลแล้ว ขอให้ทำความเข้าใจและก็เติบโต และก็จากเหตุการณ์นี้เป็นการย้ำในเรื่องที่ว่า “เสียงของคนข้างคนขับส่งผลในทางจิตวิทยาเป็นอย่างยิ่งแก่คนขับ” หากเราพูดไปในทางที่ดีให้ระมัดระวังย่อมเป็นการเตือนสติ แต่หากเรายุแยงให้เขาท้าต่อความอันตรายอะไรก็ตามเสียงของเราย่อมส่งผลต่อเขาไปในทางนั้น
ผู้ใช้รถใช้ถนนหนทางทุกคนโปรดระลึกไว้เสมอว่า “ขับช้าให้คนดู ดียิ่งกว่าลงไปกองให้คนเก็บ”