เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังการที่เขา ลูกทีม และทีมงานต้องปรับตัวกับการเพิ่มระยะห่างทางสังคม ตามคำแนะนำทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโคโรน่าไวรัส

เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ออกมาเปิดเผยเบื้องลึกเบื้องหลังการที่เขา ลูกทีม และทีมงานต้องปรับตัวกับการเพิ่มระยะห่างทางสังคม ตามคำแนะนำทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโคโรน่าไวรัส

และนี่คือประเด็นต่างๆ ในการพูดคุยผ่านสัมภาษณ์ทางวีดีโอ  กับ Liverpoolfc.com…

เจอร์เก้น,  นี่เป็นครั้งแรกหลังจากเราไม่ได้คุยกับคุณมาสักพัก คุณเป็นอย่างไรบ้าง

ผมสบายดีนะ, ผมสบายดี มันช่วงเวลาที่ยากสำหรับเราทุกคน แต่ตามมุมมองส่วนตัวมันน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะผมไม่เคยอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้มาก่อน และไม่เคยอยู่กับบ้านนานๆ แบบนี้ ซึ่งจากความเห็นส่วนตัว ผมสบายดีมากๆ แต่เหมือนกับทุกคน (ผม) กังวลเกี่ยวกับสถานการณ์รอบตัวเราอย่างแน่นอน

อย่างที่ผมพูด, นี่คือครั้งแรกที่เราได้พูดคุยกับคุณ คุณจะสามารถพาเราย้อนกลับไปในวันสุดท้ายที่เมลวู้ด และให้เราได้ข้อมูลลึกๆ นิดหน่อยเกี่ยวกับวันสุดท้ายก่อนที่นักเตะจะออกจากสนามซ้อมได้ไหม…

มันผ่านมาสองสัปดาห์ที่แล้ว แต่มันรู้สึกนานมาก นับตั้งแต่เราเล่นกับแอตเลติโก้ และวันพฤหัสบดีเป็นวันหยุด  ผมจำได้ เราทุกคนรู้ดีเกี่ยวกับสถานการณ์ของโคโรน่าไวรัสทั่วโลก แต่เรายังคงอยู่ ‘ในอุโมงค์ของเรา’ ต้องพูดอย่างนั้น และจนถึงตอนนั้นมันไม่ได้เข้ามาในหัวของเราเลยในอังกฤษ

เราเล่นกับบอร์นมัธในเกมวันเสาร์ เราชนะ หลังจากนั้นซิตี้แพ้ในวันอาทิตย์ ดังนั้นข้อมูลสำหรับเราคือ ‘ต้องชนะอีกสองเกม’ แต่หลังจากนั้นเช้าวันจันทร์ ผมตื่นขึ้นมา และได้ยินเกี่ยวกับสถานการณ์ในมาดริด ที่พวกเขาต้องปิดโรงเรียน และมหาวิทยาลัยตั้งแต่วันพุธ ดังนั้นมันเป็นการเตรียมตัวสำหรับเกมที่แปลกจริงๆ ถ้าพูดตามตรง

โดยปกติผมไม่มีปัญหากับเรื่องต่างๆ รอบตัว ผมสามารถสร้างกำแพงอย่างเหมาะสม และทิ้งมันไว้สำหรับการเตรียมตัวลงเล่นเกมหนึ่งนัด แต่ในเวลานั้นมันยากจริงๆ

วันพุธเรามีเกม ผมชอบเกม ผมชอบสิ่งที่ผมเห็นจากเด็กๆ มันเป็นฟอร์มการเล่นที่ดีจริงๆ นอกจากผลการแข่งขัน เราทำประตูไม่มากพอ เราเสียประตูมากเกินไป ทุกอย่างชัดเจน แต่นอกจากข้อมูลหลักสองชิ้นนี้ มันเป็นเกมที่สุดยอด!

วันพฤหัสบดี (เราได้) พัก และหลังจากนั้นวันศุกร์ ตอนที่เรามาถึงกันแล้วชัดเจนว่านี่ไม่ใช่การซ้อมเต็มเซสซั่น ใช่ เราซ้อม แต่มันเป็นเป็นการประชุมทีมเป็นส่วนใหญ่

เรามีหลายอย่างที่ต้องพูดถึง หลายอย่างที่คิดถึง เรื่องๆ ต่างที่ไม่เคยคิดก่อนหน้านี้ในชีวิตของผม ไม่มีใครรู้ชัดเจน และไม่มีใครรู้แน่ชัด ว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป ดังนั้นทางเดียวคือเราต้องจัดระบบให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สำหรับเด็กๆ และทำให้แน่ใจว่าทุกๆ อย่างจะได้รับการแก้ไขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในพื้นที่เล็กๆ ของเรา ในพื้นที่เล็กๆ ที่เรารับผิดชอบจริงๆ

นั่นคือสิ่งที่เราทำในระยะเวลาสั้นๆ หลังจากนั้นเราส่งเด็กๆ กลับบ้าน กลับบ้านของเราเอง และเรายังคงอยู่ที่นี่

คุณได้ประชุมทีม และพูดคุยกับผู้เล่นมากมายตลอดอาชีพของคุณ แต่สำหรับในครั้งนี้มันยากแค่ไหน

ใช่ โดยปกติแล้วผมเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่ผมพูดมากกว่านี้ถ้าพูดตามตรง! ผมจะอธิบายถึงสถานการณ์ของโคโรน่าได้ยังไง? มันไม่มีทาง ดูสิ ในงานของผม ในชีวิตของผม ผมเผชิญปัญหาหลายอย่าง ปัญหาที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับเจอในตอนนี้ แต่จะปัญหาใดก็ตาม และผมเป็นคนที่ชอบแก้ไขปัญหาอย่างสมบูรณ์

ผมเป็นคนไม่ได้สนใจในปัญหาโดยทั่วไป ผมรับมันเป็นข้อมูล และผมก็ทำงานในส่วนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ในทันที ในกรณีนี้ไม่มีทางเลยสำหรับผม ไม่มีทางออกสำหรับทุกๆ คน (ไม่มีทาง)ในระยะเวลาสั้นๆ

มันจะได้รับการแก้ไข และเรารู้เรื่องนี้ แต่ไม่ใช่ในระยะเวลาสั้นๆ ดังนั้นอะไรที่ผมรู้เกี่ยวเรื่องนี้จริงๆ? ผมมีคำถามมากมายเหมือนกับเด็กๆ (ที่) ผมไม่สามารถตอบได้ แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องทำ

เราพูดคุยกับสองสามครั้ง เรามีกลุ่มสนทนาที่เข้มข้น และเป็นกลุ่มที่ใหญ่มากๆ ทั้งเมลวู้ดอยู่ในนั้น เด็กๆ กระตือรือร้นในเรื่องนี้ เด็กสนใจเพียงแต่สิ่งที่ทุกๆ คนกำลังทำ ให้ความเห็นถึงสิ่งที่ทุกๆ คนกำลังทำ เช่นถ้าอ็อกซ์ลงอินสตาแกรม หรืออะไรแบบนั้น! ซึ่งมันช่วยได้มาก ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น

อย่างที่ผมพูด มันเป็นความท้าทายสำหรับผู้คนเหมือนกับที่เรารู้ มีคนข้างนอกมากมายที่เจอปัญหาใหญ่กว่า ดังนั้นมันคงน่าขายหน้านิดหน่อยถ้าตัวผมเองพูดเกี่ยวกับ ‘ปัญหาต่างๆ’ ของผม ผมมีปัญหาเหมือนกับที่ทุกคนบนโลกมีในเวลานี้

นี่คือบทเรียนที่เราเรียนรู้ในเวลานี้ สี่ถึงห้าสัปดาห์ก่อนมันดูเหมือนหลายประเทศคิดว่า ‘นี่คือปัญหาของเรา นั่นคือปัญหาของเรา นี่คือปัญหาของเรา เรามีปัญหาเหล่านี้’ อะไรแบบนี้

ตอนนี้ธรรมชาติแสดงให้เราเห็นทุกอย่างเหมือนๆ กัน และเราทุกคนมีปัญหาเหมือนกันในช่วงเวลาเดียวกัน และเราต้องทำงานร่วมกันเพื่อหาทางออก ไม่มีอะไรดีในสถานการณ์อย่างนี้อาจจะนอกจากสิ่งที่เราสามารถเรียนรู้จากมัน

ในวันศุกร์นั้น คุณส่งข้อความให้กับแฟนๆ ระบุว่าสุขภาพมีความสำคัญกว่าฟุตบอล คุณจะต้องเผชิญหลากหลายอารมณ์ในวันนั้น แต่คุณรู้สึกว่ามันเป็นข้อความที่ถูกต้องที่จะส่งหรือไม่

มันเป็นสารอย่างเดียวที่ต้องส่ง เพราะผมคิดว่ามันเป็นสามัญสำนึกทั่วไป แต่ผมเข้าใจเรื่องนี้ดีในฐานะที่ผมเป็นผู้จัดการทีมฟุตบอล

นี่คืองานที่ผมต้องการมาตลอด และจากมุมมองภายนอกมันคืองานใหญ่ ผู้คนคาดว่าเราจะเป็นผู้นำ ฉลาดหลักแหลม อะไรแบบนั้น บางทีพวกเรา 2-3 คน อาจจะเป็นเช่นนั้น ผมไม่แน่ใจ!

แต่มันสำคัญกว่าในช่วงเวลานี้ที่ผมต้องออกมาพูด เพราะใช่ ในฐานะผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล แต่ในฐานะคนธรรมดาเช่นกัน เพราะในเวลานี้…ในส่วนใหญ่ของชีวิตของผม เรื่องในวงการฟุตบอลเป็นสิ่งที่ผมกังวลเป็นอันดับหนึ่ง แต่มันไม่ใช่ในช่วงเวลานี้ และผมอยากทำให้แน่ใจว่าผู้คนรู้เรื่องนี้ และพวกเขาอาจจะเข้าใจมันในทิศทางเดียวกัน

ในเวลานี้เรามีโอกาสในฐานะการเป็นคนธรรมดา โอเค ผมจะพูดมันอย่างนั้นว่าในอนาคตอีก 10, 20, 30, 40 ปี ถ้าเรามองย้อนกลับมา และหลังจากนั้นบทสรุปของช่วงเวลานี้เมื่อโลกแสดงให้เห็นถึงความสมัครสมานสามัคคีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุด หรืออะไรก็ตาม มันจะยอดเยี่ยมมาก นั่นคงจะยอดมากจริงๆ

ซึ่งในช่วงเวลานี้เมื่อคุณกำลังผ่านช่วงเวลา หรือระยะเวลาอย่างนี้มันไม่มีทางที่จะเข้าใจมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ใช่คนที่ป่วย แต่มันจะมีจุดหนึ่งในอนาคต ช่วงเวลาในอนาคตตอนที่เราย้อนมองกลับมา และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะมองมันอย่างนี้

เพราะนี่คือทางออกสำหรับมัน เราทุกคนต้องมีวินัย เราทุกคนต้องทำงานร่วมกัน เราทุกคนต้องดูและกันและกัน และนั่นคือทางออกสำหรับปัญหานี้

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราอยู่ที่บ้าน ไม่ใช่เราทุกคน คนมากมายยังต้องอกไปทำงาน อย่างทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่คนเหล่านี้กำลังทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถอยู่ที่บ้าน ผมแค่อยากจะใช้สามัญสำนึกเพื่ออธิบายเรื่องนี้ตามความเห็นของผม