เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

‘เคน’นำดาวซัลโว-‘โอชัว’เซฟเยอะสุด และสถิติอื่นๆหลังผ่านรอบ16ทีมฟุตบอลโลก

ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย เป็นเจ้าภาพ เดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว แต่ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ ลองมาดู สถิติ ต่างๆที่เกิด ในเวิลด์คัพ ครั้งนี้หลังจากผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายกันก่อน

ผู้ยิงประตูมากที่สุด

แฮร์รี เคน กัปตันทีมชาติอังกฤษ ถือเป็นผู้เข้าใกล้รางวัลดาวซัลโวมากที่สุด โดยศูนย์หน้าวัย 24 ปีจาก สเปอร์ ส่งบอลไปนอนก้นข่ายแล้ว 6 ประตู มากที่สุดในบรรดานักเตะระดับโลกทั้งหมด นอกจากนี้เส้นทางของทีมชาติอังกฤษ ยังดูเป็นใจให้พวกเขาก้าวเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ เพราะหากมองถึงคู่แข่งที่จะต้องเจออย่าง สวีเดน, รัสเซีย เจ้าภาพ และโครเอเชีย แล้ว ชื่อชั้นของอังกฤษ ดูจะเป็นต่อพอสมควร นั่นหมายความว่าเป็นโอกาสดีที่ แฮร์รี เคน จะสามารถผลิตสกอร์ เพิ่มขึ้นได้อีกด้วย

รองลงมา อันดับ 2 โรเมลู ลูกากู ทีมชาติเบลเยี่ยม 4 ประตู, อันดับ 3 คริสเตียโน โรนัลโด 4 ประตู ทีมชาติโปรตุเกส (ตกรอบแล้ว), อันดับ 4 อาร์เตม ซูบา ทีมชาติรัสเซีย 3 ประตู, อันดับ 5 เดนิส เชรีเชฟ ทีมชาติรัสเซีย 3 ประตู, อันดับ 6 คีลียอง เอ็มบัปเป ทีมชาติฝรั่งเศส 3 ประตู

เซฟประตูมากที่สุด

อันดับ 1 กิลเยร์โม โอชัว ผู้รักษาประตูจอมหนึบทีมชาติเม็กซิโก ที่แม้จะตกรอบไปแล้ว แต่ยังฝากผลงานการป้องกันประตูให้แฟนบอลทั่วโลกได้จดจำ โดยโอชัว ลงเล่นทั้งหมด 360 นาที 4 นัดเต็ม และมีเปอร์เซนต์ป้องกันประตูถึง 80.6%

ขณะที่อันดับ 2 เป็น แคสเปอร์ ชไมเคิล นายทวารผู้ได้ฉายาว่า “เดอะแบก” ของทีมชาติเดนมาร์ก ที่โชว์ฟอร์มเซฟอุตลุด ตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม และที่เด่นที่สุดคือในรอบ 16 ทีม ที่พบ โครเอเชีย แม้สุดท้าย ผู้รักษาประตูจากเลสเตอร์ ซิตี้ จะไม่สามารถพาทีมเข้าสู่รอบต่อไปได้ แต่ในเกมดังกล่าว ชไมเคิล ก็ช่วยเซฟจุดโทษในช่วงต่อเวลา รวมถึงป้องกันอีก 2 ลูกในการดวลเป้า แต่สุดท้ายยังต้องตกรอบไปอย่างโชคร้าย โดยชไมเคล ลงเล่น 4 นัด 390 นาที เซฟไปถึง 25 ครั้ง และมีเปอร์เซนต์ป้องกันประตูถึง 91.3%

มีโอกาสยิงเยอะที่สุด

เนย์มาร์ ศูนย์หน้าค่าตัวแพงที่สุดในโลก ของทัพ “แซมบ้า” บราซิล คือคนที่มีโอกาสพังประตูมากที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดยลงเล่นทั้งหมด 4 นัด 360 นาที มีโอกาสยิง 24 ครั้ง เข้ากรอบ 12 ครั้ง ออกนอกกรอบ 5 ครั้ง โดนบล็อก 7 ครั้ง ขณะเดียวกันก็ถือเป็นนักเตะที่ใช้โอกาสเปลืองเช่นกัน เพราะจากโอกาส 24 ครั้ง เนย์มาร์ เพิ่งทำได้เพียง 2 ประตูในเกมกับ คอสตาริกา รอบแบ่งกลุ่ม และนัดพบกับ เม็กซิโก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ผิดกับ คริสเตียโน โรนัลโด อันดับ 2 ที่มีโอกาสยิงทั้งหมด 21 ครั้ง เข้ากรอบ 8 ครั้ง หลุดกรอบ 4 ครั้ง โดนบล็อก 9 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นประตูได้ถึง 4 ประตู

 

เล่นสกปรกที่สุด

คาร์ลอส ซานเชซ กองกลางตัวรับของโคลัมเบีย คือนักเตะที่ทำฟาวล์แย่ที่สุด โดยทำฟาวล์ 6 ครั้ง รับใบเหลืองไป 1 ใบ และใบแดงอีก 1 ใบ นอกจากนี้ยังเป็นการทำเสียจุดโทษถึง 2 ครั้ง

ขณะที่ผู้ที่ทำฟาวล์คู่แข่งเยอะที่สุดมี 2 คน คือ ฮาเวียร์ มาสเคราโน กองกลางตัวตัดเกมจากอาร์เจนตินา กับ เอกตอร์ เอร์เรร่า ห้องเครื่องเม็กซิโก ที่ทำฟาวล์คู่แข่งคนละ 15 ครั้ง

วิ่งเยอะที่สุด

คริสเตียน อีริกเซน จอมทัพ “โคนม” เดนมาร์ก ที่เป็นหัวใจสำคัญวิ่งช่วยทีมทั้งเกมรับเกมรุก โดยลงไป 4 นัด 390 นาที มิดฟิลด์ วัย 26 ปี จากสเปอร์ รายนี้วิ่งไปทั้งสิ้น 51.8 กิโลเมตร

ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุด

สถิตินี้น่าจะตกเป็นของนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ หรือเพลย์เมกเกอร์ ระดับโลกของแต่ละชาติ แต่ใครจะรู้จนถึงตอนนี้ เซร์คิโอ รามอส ปราการหลังกัปตันทีม “กระทิงดุ” สเปน คือผู้ที่ผ่านบอลสำเร็จมากที่สุด 485 ครั้ง จากทั้งหมด 507 ครั้ง โดยแบ่งเป็นผ่านบอลสั้น 89 ครั้ง ผ่านบอลระยะกลาง 348 ครั้ง และผ่านบอลยาว 48 ครั้ง