เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

เกมแรกของลิเวอร์พูลในการกลับมารีสตาร์ตพรีเมียร์ลีก จบด้วยการไปเสมอกับเอฟเวอร์ตันที่กูดิสัน พาร์ก ด้วยสกอร์ 0-0

เกมแรกของลิเวอร์พูลในการกลับมารีสตาร์ตพรีเมียร์ลีก จบด้วยการไปเสมอกับเอฟเวอร์ตันที่กูดิสัน พาร์ก ด้วยสกอร์ 0-0

รายชื่อนักเตะ

11 ตัวจริง: อลิสสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, มาติป, ฟาน ไดจ์ค, มิลเนอร์, ฟาบินโญ่, เฮนเดอร์สัน, เกอิต้า, มินามิโนะ, มาเน่ และเฟอร์มิโน่

สำรอง: อาเดรียน, ไวจ์นัลดุม, ลอฟเรน, ซาลาห์, โกเมซ, อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, โอริกี, เอลเลียตต์ และวิลเลียมส์

 

เกมในครึ่งแรก

หลังจาก 106 วันที่ไร้ฟุตบอล…

22 แต้มที่ทิ้งห่าง

และ 9 เกมที่เหลืออยู่

ทีมลิเวอร์พูลกลับมาลงสนามอีกครั้ง เมื่อเกมพรีเมียร์ลีกกลับมารีสตาร์ต โดยเป็นการไปเยือนเอฟเวอร์ตัน ซึ่งก่อนเริ่มเกม นักเตะทุกคนลงคุกเข่าเพื่อเป็นการแสดงสัญลักษณ์ในแคมเปญ Black Lives Matter ซึ่งปรากฏบนหลังเสื้อของนักเตะทุกคน เช่นเดียวกับตรา NHS บนหน้าอก เพื่อเป็นการขอบคุณเหล่าบุคลากรทางการแพทย์ที่อุทิศตัวทำงานอย่างหนักระหว่างการระบาดของไวรัสโควิด-19

ในช่วง 10 นาทีแรก ทั้งสองทีมยังคงทำเกมบุกแลกกัน และในนาที 9 มินามิโนะได้โอกาสซัดไกลเป็นครั้งแรก หลังฟาบินโญ่ประสานงานกับมาเน่ แต่บอลไม่เข้ากรอบ

ในช่วงนาที 17 ลิเวอร์พูลเริ่มหาช่องในการทำเกมบุกได้ โดยเทรนต์โยนบอลเข้ากลางหมายให้มาเน่เข้าฮอร์ส แต่บอลไปเข้ามือพิกฟอร์ดไปเสียก่อน

จนนาที 30 ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิก และเทรนต์โยนเข้ากลางให้มาติปที่สอดเข้ามาโหม่ง แต่น่าเสียดายที่บอลไม่เข้ากรอบ แต่ในนาที 31ริชาร์ลิสันได้โหม่งจากจังหวะที่กอร์ดอนโยนเข้ามา แต่เฉี่ยวคานออกไปเช่นกัน

เฟอร์มิโน่ได้โอกาสทองในนาที 34 เมื่อทีมได้เล่นโต้กลับ เฟอร์มิโน่ได้ยิงแต่บอลเฉี่ยวเสาออกไป และอีก 3 นาที ต่อมา ฟาน ไดจ์ค ต้องสกัดจังหวะอันตรายออกไปได้อย่างฉิวเฉียด

ก่อนหมดเวลา 5 นาที มาเน่ถูกสกัดหน้ากรอบเขตโทษ และเทรนต์ได้ปั่นฟรีคิกอ้อมกำแพง พิกฟอร์ดออกมาพุ่งรับไว้ได้ แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา คล็อปป์ต้องส่งโกเมซมาแทนมิลเนอร์ที่มีอาการเจ็บ

ในนาที 44 เกอิต้า, มินามิโนะ และมาเน่ ต่อบอลกันหน้าประตูก่อนที่กองหลังเอฟเวอร์ตันจะเข้ามาบีบ กรรมการทดเวลาบาดเจ็บ 2 นาที

เกมในครึ่งหลัง

 คล็อปป์ส่งอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน มาแทนมินามิโนะ เมื่อเริ่มครึ่งหลัง

ในนาที 51 ลิเวอร์พูลทำเกมชิ่งได้สวย โดยมาติปตักให้เฟอร์มิโน่พักอกให้เกอิต้า ก่อนที่จะวอลเลย์ทันที บอลผ่านหน้าประตูไปและมาเน่เข้าชาร์จต่อไม่ทัน

จากลูกเตะมุมในนาที 58 ฟาน ไดจ์ค เข้าโหม่งแต่ยังเข้ามือพิกฟอร์ด จากนั้นทีมพยายามขึ้นบุกและกดดันเจ้าบ้านจนได้ลูกเตะมุมอีกครั้งในนาที 60 แต่ไม่ได้ลุ้น

มาเน่ถูกสกัดในนาที 62 ขณะพาบอลเข้าไปในกรอบ แต่ฟรีคิกของเทรนต์แฉลบข้ามคาน ลิเวอร์พูลยังได้เตะมุมต่อแต่ยังไม่สามารถทำประตูได้ จากนั้นในนาที 65 คล็อปป์ส่งโอริกี และไวจ์นัลดุม ลงมาแทนเฟอร์มิโน่ และเกอิต้า

ลอฟเรนมาลงสนามแทนมาติปที่มีอาการเจ็บในนาที 73

นาที 80 ลิเวอร์พูลรอดจากการเสียประตูจากจังหวะที่ลูวินยิงไปชนเสา ก่อนที่โกเมซจะเข้ามาสกัด และบอลประเด็นชนเสาอีกที และลูกโหม่งในจังหวะเตะมุมต่อมายังไม่เข้ากรอบ และในนาที 82 อลิสสันเซฟจังหวะยิงของริชาร์ลิสันไว้ได้

ทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 3 นาที

อ็อกซ์พาบอลหนีกองหลังเจ้าบ้านเข้าไป ก่อนที่จะถูกสกัดล้มลงในนาที 90+2 ฟาบินโญ่ได้ยิงฟรีคิกแต่พิกฟอร์ดปัดปลายมือ และจังหวะเตะมุมต่อมาก็ไม่มีจังหวะใกล้เคียง ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 0-0