เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

อเล็กซ์ อิงเกิลโธร์ป อธิบายถึงวิธีการที่ทีมงานของอะคาเดมี และนักเตะที่ปรับตัวเข้ากับความท้าทายในเวลานี้ที่มีการระบาดของโควิด-19

อเล็กซ์ อิงเกิลโธร์ป อธิบายถึงวิธีการที่ทีมงานของอะคาเดมี และนักเตะที่ปรับตัวเข้ากับความท้าทายในเวลานี้ที่มีการระบาดของโควิด-19

อิงเกิลโธร์ปได้สนทนาในหลายประเด็นกับ Liverpoolfc.com ทั้งเรื่องสภาพความเป็นอยู่ และความฟิตของนักเตะเยาวชนระหว่างการกักตันตามมาตรการของอังกฤษในเวลานี้

และนี่คือสัมภาษณ์ฉบับเต็มของเขา…

ก่อนอื่นอเล็กซ์, ในระหว่างช่วงเวลาที่ท้าทายนี้คุณ, ทีมงาน และนักเตะสบายดีไหม

พวกเขาสบายดี ทีมงาน และนักเตะทุกคนเช่นกัน ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ ผมติดต่อทุกคนอยู่เป็นประจำ และดูเหมือนทุกคนจะรับมือกับมันได้

ผมคิดว่าจากจุดที่เราอยู่ในตอนนี้ มันเป็นไปได้หรือไม่ที่เราจะทำตามขั้นตอนปกติ? ซึ่งคุณตื่นมา และรู้ว่ากิจวัตรประจำวันของคุณคืออะไร ทั้งทีมงาน และนักเตะต่างทำงานตามโครงสร้าง

แต่แน่นอนมันจะเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาหลายคนกับการเรียนที่บ้าน และพวกเขาหลายคนอาจจะมีคนในบ้านที่ทำงานหลักเป็นแนวหน้า ดังนั้นการปรับตัว และพยายามที่จะทำตัวให้ชินกับชีวิตใหม่ของพวกเขาซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทาย แต่จนถึงตอนนี้ทุกคนไม่มีปัญหาอะไร

ทุกคนต้องการให้ฟุตบอลกลับมา แต่สุขภาพ และความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในเวลานี้ และเราต้องยึดมั่นตามข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวใช่หรือไม่

ใช่ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในชีวิตของเราทุกคน แต่ในนาทีนี้ในจุดที่เราอยู่เราจำเป็นต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับ เราต้องพยายามตัดสินใจอย่างไม่เห็นแก่ตัวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และพยายามจะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และเป็นคนที่ดีต่อกันและกันทุกเวลา

ผมรู้ว่าคุณอยากจะชื่นชมพนักงานของคุณทุกคน ที่มักจะทำงานอย่างยอดเยี่ยมในการสนับสนุนงานของคุณ และช่วยให้ทุกคนผ่านช่วงเวลานี้ไปให้ได้…

ผมโชคดีมากๆ ผมเคยทำงานในองค์กรที่ดีมาหลายแห่ง แต่โดยเฉพาะที่นี่ผมรู้สึกโชคดีเป็นพิเศษที่ผมมีทีมงานที่มีความสามารถมากมาย และผู้คนที่ดีที่สำคัญกว่านั้นมาก ไม่ใช่ว่าคุณต้องเจอกับสถานการณ์อย่างนี้เพื่อเตือนใจคุณ แต่ชัดเจนว่ามันจะเตือนให้คุณรู้ว่าคุณคิดถึงพวกเขาในแต่ละวันเท่าไหร่ มันเป็นสถานที่อันยอดเยี่ยมในการทำงาน และผมมองว่าตัวเองโชคดีมากๆ

คุณมีคนอย่างอย่างแอนดรูว์ โพลสลันด์ และนิค มาร์แชล ในฐานะมือขวาของคุณที่อะคาเดมี แต่มีฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระหลายคนที่เคิร์กบีใช่หรือไม่

มันเป็นความจริง ไม่ใช่ในแง่คนที่เป็นมือขวา แต่ผมได้รับการสนับสนุนที่ดีมากๆ และยังมีคนอย่างมาร์ติน ดิ๊กเกิล และทิม เดวีน ในรายชื่อเช่นกัน และคุณยังได้สตีฟ ไฮเวย์ ผมมีอดีตผู้จัดการทีมอะคาเดมี 4 คน ในสโมสร ซึ่งผมคิดว่าไม่เหมือนใคร

มันเป็นคำถามที่ดี แต่ปัญหาของคำถามแบบคือช่วงเวลาที่คุณเริ่มพูดถึงสมาชิกทีมงานของผมคนอื่นๆ ผมจะต้องพูดถึงเขา หรือเธอออยู่เป็นประจำ และสิ่งที่เกี่ยวกับพวกเขาเหล่านั้น

พอจะพูดได้ว่าเรามีทีมฝ่ายบริหาร และลดระดับลงไปเรื่อยๆ ในทุกแผนกเรามีทีมงานที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นชีวิตในอะคาเดมีจึงเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับผมเมื่อคุณรายล้อมไปด้วยคนมีความสามารถแบบนี้

คุณพูดถึงสตีฟ ไฮเวย์ ที่อยู่ที่นั่นก่อนการกักตัวที่เรายังเห็นเขาไปเยี่ยมอะคาเดมีอยู่เป็นประจำ การชมเกมจากข้างสนาม ช่วยให้นักเตะ และโค้ชได้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญของเขา…

สตีฟมอบมุมมองที่ไม่เหมือนกัน ตอนนี้เขาอายุ 72 ปีแล้ว แต่คุณไม่รู้หรอก เมื่อเขาทำหน้าที่โค้ช เขามีความกระตือรือร้น และมีพลังงานมากไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าใคร เขาทำให้หลายคนอายตามความคิดของผม รวมถึงตัวผมเองตอนที่เห็นเขาโค้ช! ผมโชคดีมากที่มีความรู้มากมายรอบตัวเรา ทิม (เดวีน) และนิค (มาร์แชลล์) เหมือนกับสตีฟในการจัดการอะคาเดมี

ผมเห็นข้อความจากวีดีโอ 2-3 คลิปที่คุณส่งถึงเจ้าหน้าที่ และนักเตะ อะคาเดมีเป็นเหมือนกับครอบครัวใหญ่ที่ทุกคนมารวมตัวกัน…

ผมแน่ใจว่าพวกเขาไม่ต้องการเจอหน้าผมบ่อยๆ ผ่านข้อความจากวีดีโอ ซึ่งผมพยายามจะทำให้มันสั้นๆ! นั่นคือหัวใจสำคัญในการสื่อสารใช่หรือไม่?

 หลายๆ ครั้งมันเป็นอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารจากทั่วประเทศ จากรัฐบาล จากสหพันธรัฐ หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งอะคาเดมี ที่ทีมงานต้องการทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้น

และถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น และไม่มีข่าวใหม่ใดๆ พวกเขาก็แค่อยากจะรู้ว่าสิ่งต่างๆ เป็นอย่างไร

กับเราในนาทีนี้เราค่อนข้างแน่ใจว่าเมื่อเรากลับมา และไม่แน่ใจว่าจะเป็นไปได้เมื่อไหร่กับทุกช่วงอายุ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องทำให้แน่ใจว่าทีมงานรับรู้ทุกอย่างที่อาจจะเกิดขึ้น

แน่นอนว่ามันจะเป็นเรื่องยากสำหรับนักเตะเช่นกัน เพราะว่าเราต้องติดต่อกับเด็กอายุน้อยๆ ที่ต้องการกลับไปลงนาม และลงเล่น…

ผมคิดว่ามันยิ่งกว่านั้นถ้าพูดตามตรง (สำหรับ) เด็กอายุน้อยๆ นี่เป็นช่วงเวลาที่น่ากลับมากสำหรับพวกเขา

พวกเขากังวลเกี่ยวกับพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย และพี่น้อง ผมแน่ใจว่าพวกเขาหลายคนในนานี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนสำหรับพวกเขา

เรื่องที่ผมหวังในตอนนี้คือพวกเขามีเวลาที่อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ไขว้เขวนิดหน่อย และบางทีพวกเขาสามารถเล่นในสวน หรือหาพื้นที่ว่างๆ นิดหน่อยในการเล่นฟุตบอล และทำสิ่งที่เด็กๆ ในอดีตเคยทำ กับการใช้จินตนาการของพวกเขา

ผมคิดว่ามันย้อนกลับไปยังสิ่งที่มีโครงสร้างน้อยลง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญจริงๆ ในช่วงเวลานี้ เพื่อค้นพบตัวเองเกี่ยวกับฟุตบอลในทันทีอีกครั้ง และบางทีถ้าคุณโชคดีพอที่จะมีกำแพงบ้าน คุณสามารถเตะให้มันกระดอนกลับมาหาคุณ อย่างที่ผมพูด คุณต้องปลดปล่อยจินตนาการของคุณให้แล่นออกไปนิดหน่อย ซึ่งผมหวังจริงๆ ว่าจะมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นมากมาย

เราได้เห็นเจอร์เก้น คล็อปป์ และเป๊บ ลินเดอร์ส ทำงานร่วมกับนักเตะ ในขณะที่อันเดรียส คอร์นเมเยอร์ นำพวกเขาสู่โปรแกรมฝึกซ้อมที่ให้พวกเขาทำที่บ้าน นั่นเป็นเรื่องที่คล้ายกันสำหรับทุกกลุ่มอายุที่อะคาเดมีหรือไม่?

ใช่ แน่นอนว่าทีมยู-18 และยู-23 มีโครงสร้างที่เหมือนกันมาก และพวกเขามีโปรแกรมที่ต้องทำตาม ทีมระดับต่ำลงอย่างยู-19 ถึง ยู-16 ของเรา โปรแกรมของพวกเขาคล้ายกันมากโดยไม่มีโครงสร้าง

มีการติดต่อเป็นประจำระหว่างโค้ชกับผู้ปกครอง และนักเตะ สิ่งที่เราทำคือส่งวีดีโอ และไอเดียในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาอาจจะลองฝึก ดังนั้นผมคิดว่ามันเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเราที่จะค้นพบวิธีต่างๆ ในการเชื่อมต่อกับนักเตะ

งานของคุณยุ่งมากๆ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วคุณคิดถึงการทำงานแต่ละวันมากแค่ไหน

ผมโชคดีที่ผมรู้เสมอว่าตัวเองสนุกสนานกับการทำงานนี้แค่ไหน และผมไม่จำเป็นต้องเตือนตัวเองว่าผมคิดถึงสิ่งที่ขาดหายไปมากแค่ไหน ถ้านี่คือการเกษียณในรูปแบบหนึ่งแล้วคุณสามารถลืมมันไปได้เลย ไม่มีทางที่ผมจะอยากทำแบบนี้ในช่วงปลายอาชีพของผม!

ผมสนุกกับมัน และแน่นอนว่าสนุกกับการอยู่กับคนอื่นๆ ทั้งนักเตะอายุน้อยๆ และทีมงาน มีพลังงานบางอย่าง และมีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปในชีวิตของผมนาทีนี้ แบบวันต่อวัน และพลังงานที่นี่ (อะคาเดมี) ที่มอบให้กับคุณ ซึ่งยากที่จะสร้างขึ้น

ก่อนที่ฤดูกาลจะถูกระงับ มันกลายเป็นปีที่เห็นผลลัพธ์หลายอย่างของอะคาเดมีทั้งใน และนอกสนาม กับไฮไลท์มากมายใช่ไหม

ใช่มันเป็นปีที่ไม่ธรรมดา เรามีทีมชุดใหญ่ที่ต้องขอบคุณกับเรื่องนี้ เพราะผู้จัดการทีมของเรากล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อกับการตัดสินใจบางอย่างที่เขาทำ และผมพูดมันมาแล้วตั้งแต่วันแรก

เขาเชื่อใจผู้เล่นอายุน้อย และโชคดีที่ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะทำให้เขาผิดหวัง พวกเขาผ่านก้าวสำคัญ แต่ตอนนี้พวกเขาต้องก้าวต่อไป และได้รับโอกาสนั้นตอนนี้

เกมเอฟเอ คัพ กับเอฟเวอร์ตันจะถูกพูดถึงจากแฟนบอลไปอีกหลายปี เพราะว่าเรามีนักเตะที่ขึ้นจากอะคาเดมีหลายคนลงสนาม พวกเขาไม่เกรงกลัว และในฐานะผู้จัดการทีมอะคาเดมีมันทำให้คุณภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก…

ใช่ มันเป็นอย่างนั้น ผมต้องยอมรับว่ามันเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างแท้จริง เพราะว่ามันเป็นเกมสำคัญ และมันไม่เพียงแต่การเจอกับคู่แข่งที่เหมาะสม แต่มันเป็นเกมดาร์บี แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรเป็นบททดสอบสำหรับเด็กๆ ดียิ่งไปกว่านี้

ผมคิดว่าสิ่งที่ผมต้องขอบคุณจริงๆ ในครั้งนี้คือวิธีการที่นักเตะรุ่นใหญ่ปฏิบัติกับพวกเขา ผมขอบคุณมากกับวิธีการแบบนั้น และผมแน่ใจว่าผมคิดถึงสองสามคนที่นั่น อดัม ลัลลานา และโจ โกเมซ พวกเขาให้การสนับสนุนเด็กๆ อย่างไม่น่าเชื่อ

แม้ว่ามันจะยอดเยี่ยมที่ได้เห็นนักเตะอะคาเดมีทำได้ดีเช่นกัน ผมคิดว่ามันคงจะพลาดไปหากผมจะไม่ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาได้รับความช่วยเหลือมากมายจากรุ่นพี่ในทีมหลายคนในสนามในวันนั้นที่ช่วยให้พวกเขาผ่านมันมาได้

สำหรับเคอร์ติส โจนส์ ในวันนั้นเป็นช่วงเวลาที่หรูหราอย่างแท้จริงใช่ไหม? มันเป็นช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อที่จะคงอยู่กับเขาตลอดไป…

เคอร์ติสกำลังพัฒนาไปสู่สิ่งที่เขาต้องการจะเป็น เขากำลังเพิ่มจำนวนให้กับเกมของเขาซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ หากมีคนที่คุณคิดว่าจะก้าวต่อไปในเวทีที่ยิ่งใหญ่ มันจะต้องเป็นเขา เขามีกำลังใจจากอีกประตูในเกมเยือนชรูว์สบิวรี

ดังนั้นแม้ว่าลูกยิงของเขาในเกมเอฟเอ คัพ ที่แอนฟิลด์จะขึ้นพาดหัว ลักษณะของมัน และทุกอย่างเป็นที่พอใจสำหรับผม ที่เห็นเขาขึ้นไปในพื้นที่ทำประตูได้มากขึ้นเรื่อย ๆ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขามีพรสวรรค์ และผมคิดว่าอีกครั้งที่เขาได้รับการสนับสนุนจากนักเตะรุ่นใหญ่แบบวันแล้ววันเล่าในตอนนี้ เพราะสิ่งที่ผ่านมาตลอดฤดูกาลมีความสำคัญต่อความก้าวหน้าของเขา

คุณคิดว่าเมื่อนีล คริตชลีย์มอบตำแหน่งกัปตันทีมยู-23 ช่วยเหลือเขาในเรื่องของวุฒิภาวะ และความรับผิดชอบหรือไม่? มันมีผลกระทบคล้ายกันกับตอนที่ไมเคิล บีลมอบปลอกแขนกัปตันให้กับแฮร์รี วิลสันเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา…

ผมคิดว่ามันเป็นจุดที่ปี ผมคิดว่านักเตะบางคนที่ไม่ได้รับความรับผิดชอบก่อนหน้านั้นจะเติบโตขึ้นจากความไว้วางใจ

ผมคิดว่ามันเป็นการขยับที่ดีจริงๆ จากคริตช์ที่ให้ปลอกแขนกัปตันกับเคอร์ติส และเป็นการขยับที่ดีจากบีลซีเช่นกันที่เขามอบมันให้กับแฮร์รี

ผมคิดว่านักเตะประเภทนี้ชอบจะก้าวขึ้นมาก และพวกเขาชอบที่จะนำหน้า คุณมีผู้นำแตกต่างกันไปหลายประเภท แต่พวกเขามักจะนำไปใช้ในสนาม พูดตรงๆ กับเคอร์ติส เขาทำเรื่องนี้ในระดับยู-23 ในปีนี้ มีหลายๆ ครั้งในเกมที่เขาดูเหนือไปอีกระดับ ดีกว่าไปอีกระดับ

เกมกับชรูว์สบิวรี ทาวน์ ที่แอนฟิลด์ด้วยเช่นกัน นี่เป็นโอกาสที่นักเตะหนุ่มๆ จะไม่มีวันลืมเลือน…

มันเป็นอย่างนั้น ผมคิดว่าแฟนบอลเป็นส่วนสำคัญในค่ำคืนนั้น เพราะว่ามันแปลกนิดหน่อยในช่วง 15 นาทีแรก เพราะผมไม่คิดว่าใครจะรู้ว่าปฏิกิริยาจะเป็นอย่างไร มันเหมือนกับคุณดูลิเวอร์พูล แต่ไม่มีใครคุ้นหน้าคุ้นตา

แต่ผมคิดว่าผู้ชมน่าทึ่งมาก เพราะว่าใครก็ตามที่เป็นตัวแทนสโมสร พวกเขาจะทุ่มเททุกอย่างที่พวกเขามี และในท้ายที่สุดพวกเขาคือนักเตะคนที่ 12 ของเรา

พวกเขายอมให้เราเล่นตามแนวทางที่เราทำ ซึ่งเป็นความกล้าหาญในจิตใจของเรา ผู้จัดการทีมให้การสนับสนุนอย่างน่าเหลือเชื่อ อย่างที่เขาเป็นในเกมกับแอสตัน วิลลาเช่นกัน การได้เห็นเราเล่นตามวิธีการของเรา เล่นตามสไตล์ของเรา และรอดูว่ามันจะพาเราไปจุดไหน

ยกตัวอย่างเช่นความก้าวหน้าของเคอร์ติส และเนโก้ วิลเลียมส์ที่ทำมาในฤดูกาลนี้ ผมคิดว่าจำเป็นต้องมีคำพูดเกี่ยวกับความช่วยเหลือที่พวกเขาได้รับจากคนอย่างสตีฟ แม็คมานามาน และร็อบ โจนส์ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังหลายอย่าง…

ใช่ พวกเขามีส่วนสำคัญ และมีหลายคนที่คอยช่วยเหลือเคอร์ติส และเนโก้ มีโค้ชหลายคนที่ทำงานร่มกับพวกเขามาแล้วหลายปี ดังนั้นมันไม่ใช่แค่คนๆ เดียว เรายังมีร็อบบี ฟาวเลอร์ที่อยู่รอบตัวเรา และเขาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องนี้ เพราะว่าตอนนี้เขาไปคุมทีมในออสเตรเลีย

กับพวกเขาสามคน (สตีฟ, ร็อบ และร็อบบี) เรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับผมอย่างแรกคือพวกเขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม ไม่มีอีโก้ และถ้าคุณพบพวกเขาคุณจะไม่มีวันรู้ว่าพวกเขาจะไปถึงระดับสูงได้อย่างที่พวกเขาเคยทำ

ประการที่สอง และผมคิดว่ามันสำคัญจริงๆ ที่มีพวกเขาอยู่รอบตัวนักเตะ ผมได้พูดในเรื่องนี้กับใครบางคนในวันก่อน นักรบที่อยู่ในสังเวียน คนที่รู้ว่ามันเป็นอย่างไรที่ได้เล่นในแอนฟิลด์ และรู้ว่ามันเป็นอย่างไรในการลงเล่นในระดับสูงที่สุด

ผมคิดว่ามุมมองของพวกเขาต่อเกมสามารถช่วยนักเตะอายุน้อยๆ ได้ ในขณะที่ร็อบ และสตีฟไม่แสดงตัวว่าพวกเขาเป็นโค้ชแบบนั้น สิ่งที่พวกเขาเป็นคือโค้ชของเรา แค่อยู่ภายใต้หน้ากากที่แตกต่างกันเล็กน้อย

พวกเขาให้มุมมองกับผู้เล่นที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องยากมากที่จะได้รับ ดังนั้นเราจึงโชคดีมากที่ได้พวกเขามาที่อะคาเดมีของเรา

แม้หลังจากช่วงเวลากับเอฟเวอร์ตัน และชรูว์สบิวรี ผู้เล่นเยาวชนทุกคนตระหนักดีว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นสำหรับพวกเขา แต่นักเตะหนุ่มที่เป็นต้นแบบของพวกเขาแบบนั้นมีเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เขาเปิดตัวในทีมยู-18 เมื่ออายุ 15 ปี และก่อนหน้านั้นเป็นกัปตันทีมของเป๊บ ลินเดอร์สตอนที่เขาคุมทีม ยู-16…

แน่นอนว่าเทรนต์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน แต่เราไม่สามารถให้ตัวอย่างที่ดีกว่าแค่บางคน นั่นไม่เพียงแต่การเติบโตในฐานะนักฟุตบอล แต่ยังเติบโตในฐานะชายหนุ่มด้วย

เขาเป็นคนที่น่าประทับใจเมื่อคุณได้ยินเขาพูดตอนนี้ แน่นอนว่าเขาไม่ใช่ตอนที่เขายังเด็ก เขาพบว่ามันยากที่จะพูดต่อหน้ากลุ่มเพื่อแสดงความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งผมพอใจกับเทรนต์ที่เห็นว่าเขาพัฒนาตัวเองในฐานะบุคคลไม่แพ้เรื่องอื่น

ผมคิดว่าเขาให้ความหวังกับผู้เล่นคนอื่นๆ พวกเขาสามารถมองเห็นว่ามีโอกาสอยู่ที่นั่น คุณต้องอดทนเหมือนเทรนต์ และคุณต้องคว้าโอกาสของคุณเช่นกัน หากคุณได้รับโอกาสแล้วคุณจะต้องคว้าไว้ เพราะคุณจะไม่ได้รับการหยิบยื่นมากมายนัก

ดังนั้นคุณต้องแสดงผู้จัดการทีมเห็น ผมคิดว่าสัญญาณที่ไม่เพียงแค่คุณต้องรับมือกับมันได้ แต่คุณก็พร้อมที่จะเรียนรู้ เป็นโค้ช และเก่งขึ้น หลังจากนั้นหวังว่าคุณจะได้รับเวลาในสนามมากขึ้น

สุดท้ายอเล็กซ์, มีข้อความอะไรที่คุณอยากจะส่งให้กับทุกคนในนามของอะคาเดมีระหว่างช่วงเวลานี้…

ข้อความจากอะคาเดมีในตอนนี้คือโปรดปฏิบัติตัวตามคำแนะนำต่อไป ดูแลตัวเอง และคนที่คุณรักที่ให้ปลอดภัย ผมแน่ใจว่าในนามของทุกคนที่นี่อยากขอบคุณด้วยใจจริงกับระบบดูแลสุขภาพแห่งชาติ และงานทั้งหมดที่พวกเขาทำท่ามกลางผู้คนมากมายที่ช่วยให้ประเทศชาติดำเนินต่ไปในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ กรุณารักษาตัวให้ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำ