เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

อีกอร์ บิสคาน เป่าปาก “ยี่สิบปีแล้ว… เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก’’

อีกอร์ บิสคาน เป่าปาก “ยี่สิบปีแล้ว… เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก’’

แต่แน่นอนว่าเป็นเวลาสองทศวรรษนับตั้งแต่กองกลางรายนี้ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในระหว่างกลางฤดูกาล 200-01 ซึ่งจบลงด้วยถ้วยรางวัล 3 ใบ และการผ่านคัดเลือกไปเล่นแชมเปียนส์ลีก

มีทั้งจุดสูงสุด และต่ำสุดสำหรับบิสคาน และหงส์แดงในหลายปีหลังจากนั้น แต่ช่วงเวลาของเขาในเมอร์ซีย์ไซด์จบลงอย่างงดงามจากอิทธิพลของราฟาเอล เบนิเตซ ที่นำทีมคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ ในนัดชิงชนะเลิศแห่งความทรงจำที่อิสตันบูล

Liverpoolfc.com ได้คุยกับบิสคานที่เพิ่งได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมชาติโครเอเชีย ยู-21 มาสะท้อนถึงช่วงเวลาสี่ปีครึ่งที่แอนฟิลด์ของเขา…

ผ่านมา 20 ปี นับตั้งแต่คุณเซ็นสัญญากับลิเวอร์พูล อะไรคือความทรงจำของคุณในเวลานั้น และการย้ายทีมเป็นอย่างไร

ผมจำได้ว่าตัวเองไม่รู้ว่าลิเวอร์พูลติดตามผมอยู่ ผมได้พูดคุยบางอย่างกับสโมสรอื่นๆ ไม่ใช่โดยส่วนตัวกับผม แต่กับดินาโม ซาเกร็บ ซึ่งเป็นสโมสรของผมในตอนนั้น ผมไปอัมสเตอร์ดัมไปเยือนอาแจ็กซ์ พวกเขาเชิญผมไปที่นั่นเพื่อทำความรู้จักกับสโมสร

มีข่าวลือว่าพวกเขาจะซื้อผม แต่ในท้ายที่สุดตอนที่ลิเวอร์พูลยื่นข้อเสนอเข้ามา มันเป็นข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับผม และสโมสร และผมต้องตัดสินใจ มันเป็นอย่างนั้น

ผมยังเด็ก ผมไม่รู้จริงๆ ว่าผมกำลังจะไปอยู่ที่ไหน กับสถานะของสโมสร และความสำคัญของสโมสร รวมถึงความยิ่งใหญ่ที่สโมสรเป็นจริงๆ เพราะตอนที่ผมเติบโตขึ้นมา สื่อในตอนนั้นรายงานว่าสโมสรบางแห่งอาจจะครองความสำเร็จ และได้รับความนิยมมากกว่าลิเวอร์พูล ดังนั้นถ้าพูดตามตรงผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันใหญ่ขนาดไหน

มองย้อนกลับไปในเกมทันทีหลังจากที่คุณย้ายมาอยู่กับสโมสร คุณแทบจะได้เข้ามาอยู่ในทีมในทันที มันยากแค่ไหนที่จะปรับตัวให้ได้อย่างรวดเร็ว

มันเป็นเรื่องยาก แต่อาจจะใน 2-3 เดือนแรก เพราะเรื่องของอะดรีนาลีน และทุกอย่างที่ใหญ่ขนาดนี้ และเกมการแข่งขัน เพราะทันทีที่คุณได้ปะทะกับนักเตะชั้นนำหลายคนในโลก กับทีมชั้นนำของโลก และคุณได้เล่นร่วมกับนักเตะชั้นยอดหลายคน บรรยากาศ และทุกอย่างยิ่งใหญ่มาก คุณจะไม่คิดถึงความเหน็ดเหนื่อย หรืออ่อนล้าเลย

แผนการเบื้องต้นสำหรับผมในการย้ายมาอังกฤษในเดือนมกราคม ฤดูกาลของผมในโครเอเชียจบลงตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม และพวกเขาบอกผมว่าพวกเขาจะให้ผมพักนิดหน่อย เพราะว่านั่นคือเรื่องที่เกิดขึ้นตามปกติในโครเอเชีย และส่วนใหญ่ของยุโรป

แต่ในทันทีที่เราเสร็จภารกิจในโครเอเชีย พวกเขาบอกว่าเพราะทีมมีการบาดเจ็บหลายคน ผมต้องย้ายไปอยู่กับทีมในทันทีเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมลงเล่นเกมสุดท้าย ผมคิดว่าน่าจะเป็นวันที่ 3 ธันวาคมในโครเอเชีย และหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้นมันเป็นเกมกับอิปสวิช มันรวดเร็วมาก

บิสคานประเดิมสนามกับอิปสวิช ทาวน์ ในวันที่ 10 ธันวาคม 2000

สภาพร่างกาย และจิตใจของผมใน 4-5 เกมแรกนั้นโอเค แต่หลังจากนั้นผมเริ่มรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วตัว เพราะว่าการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างยิ่งใหญ่มาก ความเข้มข้น ความต้องการทางกายภาพแตกต่างจากสิ่งที่ผมคุ้นเคยในโครเอเชีย

ผมเจอปัญหาบางอย่างเท่าที่ผมจำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังของผมรู้สึกเจ็บอย่างมาก หลังจากนั้นผมมีปัญหานิดหน่อยในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนั้น

แต่คุณไม่สามารถปริปากบ่นเมื่อคุณมีโอกาสลงเล่น และนั่นเป็นฤดูกาลแรกที่ผมย้ายมาเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก เราชนะเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง และไม่มีเวลาให้ผมคิดเกี่ยวกับมันเลย เพราะว่ามันเป็นเกมต่อเกม ซึ่งคุณต้องชนะเพื่อผ่านเข้ารอบ และทุ่มเทตัวเองเพื่อโอกาสที่จะชนะบางอย่าง มันมหัศจรรย์มาก

ฤดูกาลนั้นมันสนุกแค่ไหน มันต้องเหมือนกับขึ้นรถไฟเหาะสำหรับคุณ

มันเป็นอย่างนั้นอย่างแน่นอนสำหรับทุกคน แต่สำหรับผมอาจจะยิ่งกว่านั้น เพราะว่าผมยังอายุน้อยมาก และการมาอยู่ในลีกนี้ และเกมฟุตบอลแบบนี้ในสภาพแวดล้อมอะไรแบบนั้น ทุกอย่างในเกมนั้นยิ่งใหญ่มาก ทั้งบรรยากาศของแฟนๆ และความสำคัญของเกมนั้นยิ่งใหญ่มาก

 

แต่คุณไม่ได้คิดถึงมันจริงๆ แน่นอนว่าผมไม่ได้ลงเล่นตลอดเวลา แต่เมื่อคุณเตรียมตัวสำหรับเกมคุณต้องมองในแง่ดี เพราะทีมของคุณกำลังชนะ และทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวคุณเป็นไปในแง่บวก ซึ่งคุณต้องพยายามผ่านไปให้ได้ ในตอนจบมันสมบูรณ์แบบมาก หกเดือนที่สมบูรณ์แบบ และฤดูกาลของเรา

มันยากขึ้นสำหรับคุณในฤดูกาลต่อมา มีเหตุผลอะไรในเรื่องนี้

เหตุผลหลักคือผมไม่ดีพอถ้าพูดตามตรง ผมใช้เวลาพอสมควรในการปรับตัว และเข้าใจ และหาตำแหน่งของผมในทีม ภายในทีมกับการเล่นฟุตบอลแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่าย และผมไม่ได้ลงเล่นมากนัก

ผมแค่ต้องปรับเปลี่ยนบางอย่างเกี่ยวกับวิธีคิดของผมเกี่ยวกับเกม หลังจากที่ผมทำ และเมื่อผมทำมันได้ เมื่อผมเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง แน่นอนว่าผมยังคงต้องอดทน และให้เวลาตัวเองนิดหน่อย หลังจากนั้นมันจึงโอเค ผมรู้สึกดีขึ้นมาก และรู้สึกว่าผมสามารถเล่นได้ง่ายขึ้นมาก

เรื่องต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปสำหรับคุณมากแค่ไหนเมื่อราฟาเอล เบนิเตซย้ายเข้ามา เพราะว่าคุณได้ลงเล่นมากขึ้น และมีส่วนในเกมสำคัญๆ ในปีนั้น

ตอนที่เขาพูดคุยกับผมครั้งแรก เขาถามผมว่าผมอยากจะลงเล่นตำแหน่งไหนมากที่สุด และผมบอกเขาว่าผมอยากจะเล่นมิดฟิลด์ตัวกลาง หรือกองกลางตัวรับ นั่นอาจจะเป็นประเด็นหลักสำหรับผม เพราะว่าผมรู้สึกว่าตัวเองน่าจะเล่นได้ดีที่สุดในตำแหน่งนี้ และพิสูจน์ให้เห็นว่ามันเป็นความจริง

ฤดูกาลนี้(2004-05)จบลงอย่างโด่งดังจริงๆ ในตอนท้าย มันเป็นฤดูกาลที่พิเศษ และสำหรับผมโดยส่วนตัวเช่นกัน เพราะว่าผมต้องบอกว่าฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลเดียวจากห้าฤดูกาลที่ผมมาถึงจุดนี้จริงๆ ที่ผมเชื่อมั่น เล่นในระดับท็อปด้วยความสามารถที่ผมมี

อย่างน้อยผมก็คิดอย่างนั้น และผมมีส่วนร่วมตามวิธีการที่ผมคิดว่าตัวเองช่วยเหลือทีมในระหว่างระยะเวลาที่ผมอยู่ที่นั่น บางครั้งมันก็เกิดขึ้นแบบนั้น โชคดีมากสำหรับผมที่อย่างน้อยผมไปถึงระดับคุณภาพสูงสุดเท่าที่ผมเล่นได้

คุณผิดหวังที่ไม่ได้ลงเล่นที่อิสตันบูลหรือไม่ เพราะว่าคุณได้เป็นตัวจริงในรอบน็อกเอาต์ 6 เกมก่อนถึงนัดชิงชนะเลิศ

ใช่อย่างแน่นอน มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณต้องผิดหวัง แต่เกมนั้นใหญ่เกินกว่าที่คุณจะคิดเห็นแก่ตัวใดๆ ดังนั้นแม้ในใจคุณจะรู้สึกผิดหวังนิดหน่อย แต่อย่างที่ผมพูด มันแค่เป็นเกมสำคัญเกินกว่าจะคิดเห็นแก่ตัวใดๆ หรือคิดอะไรแบบนี้

คุณต้องการให้ทีมของคุณชนะ สโมสรของคุณเป็นแชมป์ เพราะว่ามันคือนัดชิงชนะเลิศ เป็นไปได้ว่าเป็นเกมที่ใหญ่ที่สุดของฟุตบอลสโมสร คุณแค่ต้องไม่คิดในแนวทางนั้น

คุณจำได้อะไรได้บ้าง ทั้งการเฉลิมฉลองหลังกม และขบวนแห่บนรถบัสในวันถัดมา

โอ้ คือมันบ้ามาก หลังจากจุดโทษสุดท้าย… มันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบาย เพราะวิธีที่เราชนะมัน ไม่เพียงแต่เกมนัดนี้ เกมนี้มีเรื่องราวแยกแตกต่างกัน และมหัศจรรย์ที่สุด แต่ทั้งฤดูกาล และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการนั้น ที่เราเจอปัญหานิดหน่อย และมันดูเหมือนว่าเราจะไม่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วยซ้ำ

แต่เมื่อเราผ่านรอบแบ่งกลุ่มมาได้เราก็ดูแข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่ง และเหนียวแน่น มันดูเหมือนว่าไม่มีใครจะเอาชนะเรา การเฉลิมฉลองในสเตเดียม หลังจากนั้นในโรงแรม และเมื่อเรากลับมาที่ถนนในเมือง มันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายจริงๆ มันเป็นความทรงจำสีจางๆ มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกจริงๆ น่าเหลือเชื่อมาก

ขบวนแห่งฉลองถ้วยแชมเปียนส์ลีกในเดือนพฤษภาคม 2005

คุณคิดถึงลิเวอร์พูลในแง่สถานที่หรือไม่

ใช่ แน่นอน ที่นั่นคือที่ที่ผมเรียนรู้เยอะมาก และผมเป็นหนี้หลายอย่าง ผมคุณตระหนักว่าสโมสรใหญ่แค่ไหน และอะไรคือคุณภาพชั้นยอดที่สอนคุณไว้เมื่ออยู่ที่นั่น มันจะคงอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

ผมเป็นโค้ชในตอนนี้ และ (มี) หลายอย่างที่ผมเรียนรู้ที่นั่นโดยเฉพาะปรัชญาในการทำงาน วิธีการที่คุณปฏิบัติกับทุกคนรอบตัวคุณ วิธีการที่คุณทำในงานของคุณ ทุกๆ อย่างที่ผมเรียนรู้ที่นั่นจากโค้ชทุกคนที่เรามี มันจะติดตัวผมไปตลอด ผมรู้สึกขอบคุณเสมอ และให้ความเคารพทุกอย่างที่นั่นเป็นอย่างมาก ทั้งสโมสร และแฟนๆ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่พิเศษ

ทุกอย่างเป็นไปอย่างไรสำหรับคุณในงานล่าสุด ตอนนี้คุณเป็นโค้ชทีมชาติโครเอเชีย ยู-21…

ผมเพิ่งเริ่มงาน ตอนนี้กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ทุกอย่างหยุดนิ่ง เรากำลังจะไปเยือนสกอตแลนด์ตามกำหนดเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน

 

ณ เวลานี้มันเป็นเรื่องยาก สถานการณ์แปลกๆ สำหรับโค้ชทีมชาติ แต่เราจะรอจนทุกอย่างกลับมาอยู่ในภาวะปกติ

มันโอเค มันเป็นงานแตกต่างไปจากฟุตบอลสโมสร คุณมีเวลาว่างมากกว่า คุณสามารถใช้เวลาร่วมกับครอบครัวของคุณได้มากกว่า คุณสามารถใช้เวลามากกว่าในการเดินทางไปรอบๆ เพื่อดูเกม คิดเกี่ยวกับฟุตบอล มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีสำหรับผม

มันเป็นการเริ่มต้นที่ดีจริงๆ ในอาชีพโค้ชของคุณ อะไรคือความทะเยอทะยานของคุณ? อะไรที่คุณอยากจะประสบความสำเร็จ

ผมพยายามจะเรียนรู้ แค่เรียนรู้ ทุกๆ ช่วงเวลาที่ผ่านไป ผมพยายามจะเรียนรู้ให้มาก และเป็นโค้ชที่ดีขึ้น มันเป็นงานที่ซับซ้อนมาก ผลลัพธ์จะบอกเองว่าผมมีดีแค่ไหน จนถึงเวลานี้กับทีมชาติโครเอเชียออกมาดีมาก ผมต้องบอกอย่างนั้น ความตั้งใจของผมคือทดสอบตัวเองในระดับสูง ซึ่งเราจะต้องรอดู