เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

หลุยส์ การ์เซีย ชื่อว่า ‘พลัง, คุณภาพ และพรสวรรค์’ ในทีมลิเวอร์พูลจะช่วยให้พวกเขาคัมแบ็กกลับมาในเกมพบกับแอตเลติโก้ มาดริด ในค่ำคืนวันพุธนี้ แม้ว่าจะพ่าย 0-1 ในเกมแรกที่สเปนก็ตาม

หลุยส์ การ์เซีย ชื่อว่า ‘พลัง, คุณภาพ และพรสวรรค์’ ในทีมลิเวอร์พูลจะช่วยให้พวกเขาคัมแบ็กกลับมาในเกมพบกับแอตเลติโก้ มาดริด ในค่ำคืนวันพุธนี้ แม้ว่าจะพ่าย 0-1 ในเกมแรกที่สเปนก็ตาม

“(ผมคิดว่ามันจะเป็นเกมที่) ยากสำหรับทั้งสองทีมถ้าพูดตามตรง” นักเตะที่คว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ กับลิเวอร์พูลในปี 2005 ก่อนย้ายไปอยู่กับแอตเลติโก้ 2 ปีหลังจากนั้นกล่าวกับ Liverpoolfc.com

“ที่นี่ในประเทศสเปน และในมาดริดมีความรู้สึกที่เหมือนกันนิดหน่อย พวกเขารู้ว่าแอนฟิลด์เป็นสเตเดียมที่ยาก และมีทีมไม่มากนักที่จะเอาตัวรอดออกมาได้ แฟนบอลมักจะช่วยเหลือทีมเจ้าบ้านเสมอ (แต่) ความเป็นจริงแล้วพวกเขารู้ว่า(ดีเอโก้)  ซิเมโอเน่ จะรับมือกับสถานการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร”

“หลังจากสิ่งที่เราได้เห็นในเมโทรโปลิตาโน่ ที่พวกเขากำลังทำงานตามวิธีการที่พวกเขาทำตามปกติ  ทั้งการตั้งรับแน่น รอโอกาส ปรับจากรับเป็นรุกอย่างรวดเร็ว และโต้กลับ พวกเขาทำได้ดีมาก พวกเขายังคงคิดว่าพวกเขาสามารถทำมันได้”

“และอีกมุมหนึ่งกับการรู้จักลิเวอร์พูลดี และหลังจากอยู่ที่นี่ในสถานการณ์แบบนี้หลายต่อหลายครั้งที่ลิเวอร์พูลต้องการทำประตู และจัดการมันได้ พวกเขารู้ว่าแอนฟิลด์เป็นอย่างไร ถ้าพวกเขาต้องการที่จะทำหนึ่ง สอง หรือสามประตู”

“ผมเป็นคนค่อนข้างมองโลกในแง่ดี ถ้าพูดตามตรง ผมคิดว่าลิเวอร์พูลมีพลัง คุณภาพ และพรสวรรค์ในการเอาชนะสถานการณ์ และผ่านเข้ารอบต่อไป”

ลิเวอร์พูลพลิกสถานการณ์ในแชมเปียนส์ลีก รอบน็อกเอาต์ครั้งหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล หลังจากพ่าย 0-3 ที่คัมป์นู พวกเขาเอาชนะบาร์เซโลนา 4 ประตูในรอบรองชนะเลิศของปี 2019 แต่การ์เซียเชื่อว่ามันไม่มีผลใดๆ กับทั้งสองฝั่งในวันพรุ่งนี้

“นี่มีผลกับผู้คนไม่ว่าจะเป็นนักข่าว และผู้สนับสนุน มากกว่า ‘เราทำได้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เราทำมันได้กับบาร์เซโลนา เราทำได้แม้ในอิสตันบูล และโอลิมเปียกอส’ “ นักเตะที่ทำไป 30 ประตูจาก 121 เกมที่ลงเล่นให้กับลิเวอร์พูลกล่าวต่อไป

“มีหลายครั้งที่คุณสามารถชี้ไปยังเหตุการณ์เหล่านี้ แต่เมื่อคุณอยู่ในสนามคุณไม่ได้กำลังคิดว่า ‘เราเคยทำมาก่อน ดังนั้นเราจะต้องทำได้ในตอนนี้’ คุณต้องโฟกัสกว่าในสิ่งที่คุณต้องทำ และพยายามทุ่มเท  110 เปอร์เซ็นต์ เพราะแค่ 100 เปอร์เซ็นต์ไม่เพียงพอ”

“นักเตะรู้ดีถึงความสำคัญของเกม พวกเขารู้ว่าพวกเขาต้องทุ่มเททุกอย่างถ้าพวกเขาต้องการผ่านเข้ารอบต่อไป เพราะว่าพวกเขาเผชิญหน้ากับทีมที่หินมาก หนึ่งในทีมที่เพลิดเพลิน และรู้สึกสบาย ในการตั้งรับ นั่นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทลาย แต่อีกครั้งที่ผมมองในแง่ดี”

ทีมตราหมีขึ้นนำตั้งแต่ 4 นาทีแรกในเกมเจอกันในสเปนเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน และลิเวอร์พูลไม่สามารถหาทางทำประตูคืนกลับมาได้ และการ์เซียรู้สึกว่าต้นเกมเลกที่สองจะมีส่วนสำคัญกับผลลัพธ์สุดท้ายอีกครั้ง

“เมื่อคุณลงเล่นที่แอนฟิลด์ คุณรู้ว่าคุณสามารถทำประตูในนาทีแรก หรือรอจนนาทีสุดท้าย เพราะเราเคยเห็นมันมาแล้ว” อดีตนักเตะวัย 41 ปีกล่าว

“แต่พูดตามตรง ผมคิดว่า 20 นาทีแรกจะมีความสำคัญมาก หลังจากสิ่งที่เกิดขึ้นที่เมโทรโปลิตาโน่ที่ลิเวอร์พูลเริ่มต้นได้ดี คุมเกมได้ และเพราะจังหวะเก็บตกทำให้เสียประตูเดียวแบบนั้น มันสำคัญมาก”

“20 นาทีแรกมันสำคัญมาก ลิเวอร์พูลต้องการคุมสถานการณ์ให้ได้ เพราะแอตเลติโก้จะเดินหน้าบุก และพยายามจะเริ่มเกมให้ได้อย่างนั้น เพรสซิ่ง และไม่ปล่อยให้เสียประตูให้กับลิเวอร์พูลตั้งแต่ต้นเกม เพราะว่าพวกเขารู้ว่าลิเวอร์พูลชอบเริ่มต้น 20 นาทีนี้ด้วยจังหวะที่รวดเร็ว การเพรสซวิ่งสูง และพยายามจะแย่งบอลคืนกลับมา และทำประตูแรก”

“ลิเวอร์พูลสามารถทำสิ่งที่พวกเขาต้องทำมาตลอดทั้งฤดูกาล พยายามจะทำประตูใน 10 นาทีแรก และกดดันคู่แข่งให้มากที่สุด ปลุกผู้ชมขึ้น และให้เสียงดัง ผมคิดว่านั่นเป็นกุญแจสำคัญ”

“มันเป็นหนึ่งในแกมเหล่านี้ที่อะไรก็เกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน ทั้งสองทีมมีนักเตะที่มีคุณภาพ ทั้งสองทีมสามารถทำประตูได้ แต่ ณ เวลานนี้ ลิเวอร์พูลแม้แต่ตอนที่พวกเขาเสียประตูไปก่อน ผมคิดว่าพวกเขาจะเดินหน้าผ่านเข้ารอบได้”