เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

สโมสรลิเวอร์พูลได้ย้ายออกจากเมลวู้ด สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ที่ซึ่งคนเหล่านี้เรียกสนามซ้อมของพวกเขาว่าเป็นที่ทำงาน พวกเขาได้กล่าวอำลาด้วยความอาลัย

สโมสรลิเวอร์พูลได้ย้ายออกจากเมลวู้ด สถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ และเต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ ที่ซึ่งคนเหล่านี้เรียกสนามซ้อมของพวกเขาว่าเป็นที่ทำงาน พวกเขาได้กล่าวอำลาด้วยความอาลัย

สโมสรจะย้ายการปฏิบัติการณ์ของทีมชุดใหญ่ไปยังแอกซ่า เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ อันทันสมัยในเคอร์บี ที่จะทำให้ทีมชุดใหญ่ และกลุ่มอะคาเดมีรุ่นต่างๆ ได้ฝึกซ้อมร่วมกันในพื้นที่เดียว

เมลวู้ดที่ถูกใช้งานมาตั้งแต่ทศวรรษ 1950 ได้เป็นบ้านของนักฟุตบอลชั้นยอดมากมาย และรวมถึงผู้จัดการทีมหลายคน ในขณะที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ และวัฒนธรรมตลอดกรเปลี่ยนแปลงมากมายหลายครั้ง

Liverpoolfc.com ได้พูดคุยกับผู้คน 25 คนที่มีส่วนเกี่ยวกับสโมสรลิเวอร์พูล ที่จะให้รายละเอียดความทรงจำที่งดงามของพวกเขาเกี่ยวกับศูนย์ฝึกที่เวสต์ ดาร์บี

สตีเวน เจอร์ราร์ด

472 เกมในฐานะกัปตันทีมระหว่างปี 2003-2015

“เมลวู้ดจะเป็นสถานที่พิเศษสำหรับลิเวอร์พูลตลอดไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผม ผมใช้เวลาที่นั่นหลายปี ผมเติบโตขึ้นมาในที่ห่างจากเมลวู้ดออกไป 20 นาที และทุกวันที่ผมเข้าไป ผมรู้ว่าเป็นสิทธิพิเศษ และนับเป็นเกียรติที่ได้อยู่ที่นั่น ศูนย์ฝึกที่มีคุณภาพสูง ยิ่งไปกว่านั้นกับโค้ชชั้นนำของเกมฟุตบอล การสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อนักเตะในการพัฒนา และปรับปรุง จากเด็กตัวน้อยๆ กลายมาเป็นกัปตันทีมลิเวอร์พูล เมลวู้ดมีส่วนสำคัญในพัฒนาการส่วนตัวของผม และความเป็นมืออาชีพ”

“ความภาคภูมิใจ และความหลงใหลที่แสดงออกมาจากทีมงานทุกคนที่ทำให้เมลวู้ดรู้สึกเหมือนกับบ้านสำหรับนักเตะทุกคนที่เข้ามาอยู่กับสโมสร การให้ความสำคัญกับรายละเอียด ใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และโฟกัสกับทุกแง่มุมที่ศูนย์ฝึกสร้างมันขึ้นมา สำหรับผมนี่คือหนึ่งในศูนย์ฝึกที่ดีที่สุดในโลก ไม่ว่าในวงการกีฬาประเภทใด มันจะอยู่ในความทรงจำของผมไปอีกยาวนาน เหมือนกับที่ผมแน่ใจว่ามันจะอยู่กับเพื่อนร่วมทีม และทีมงานอีกนับไม่ถ้วน”

แคเรน จิลล์

หลานสาวของบิล แชงคลีย์

“ฉันไม่รู้ว่าคุณได้เคยเห็นคำพูดนี้จากคุณปู่ของฉันหรือไม่ : “เมลวู้ดมีความหมายต่อผมมากกว่าส่วนอื่นๆ ที่ลิเวอร์พูล มันคือที่ที่สร้างลิเวอร์พูล ครั้งแรกที่ผมเห็นที่แห่งนี้ มันเป็นสถานที่รกร้าง และถูกทอดทิ้งด้วย ผมเคยพูดกับเนสว่า ‘ผมกำลังจะเห็นเมลวู้ดเกิดใหม่ เติบโตขึ้นมา’ และผมได้เห็น ทุกกระเบียดนิ้ว หากมีใครพรากเมลวู้ดไปจากผมล่ะก็…” และหลังจากนั้นเขาก็หยุด ฉันคิดว่ามันเป็นที่ที่เขารู้สึกว่าเป็นบ้านมากที่สุด นี่คือสถานที่ที่ฉันมีความเชื่อมโยงกับคุณปู่ บางครั้งมันอาจจะมากกว่าแอนฟิลด์ เพราะว่าภาพถ่ายที่ฉันรักที่สุดต่างมาจากที่นี่ทั้งหมด คุณปู่ที่ใส่สูท และฝึกซ้อมทีม”

“ฉันรู้ว่ามันมีความหมายกับเขามาแค่ไหน เขาน่าจะใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น ตรงเพิงเก่าๆ นั้น ถ้าพวกเขาอนุญาต! มันห่างจากเบลลีฟิลด์ราวห้านาทีถ้าเดินไป และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงอยากอาศัยอยู่ที่เบลลีฟิลด์ เขาต้องการบ้านที่อยู่ใกล้กับเมลวู้ดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และหลังจากนั้นเขาไม่เคยย้ายไปไหน แม้แต่ตอนหลังจากเกษียณ เมลวู้เป็นที่ที่พวกเขาหล่อหลอมทีมลิเวอร์พูลขึ้นมา นั่นคือที่ที่ฉันนึกภาพเขาตอนที่ฉันนึกถึงเขา พูดตามตรง”

เอียน คัลลาแฮน

เจ้าของสถิติลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมากที่สุดตลอดกาล

“ผมมีอาชีพที่ยาวนานกับลิเวอร์พูล และทุกอย่างเป็นเพราะเมลวู้ด ตอนที่ผมมาถึงที่นี่ในครั้งแรก มันเป็นเรือนไม้ ซึ่งเดิมทีเป็นเรือนไม้สำหรับเกมคริกเก็ต แน่นอนว่าบิล แชงคลีย์เข้ามา และรื้อมันออกและก่ออาคารใหม่ที่งดงามขึ้นมาที่นั่น มันไม่เหมือนวันนี้ตอนที่ผมเซ็นสัญญาอาชีพฉบับแรก ประตูต่างๆ เปิดกว้าง ผู้คนสามารถเข้ามา และชมเราฝึกซ้อม มีภาพถ่ายที่ยอดเยี่ยมตลอดหลายปีที่อยู่ร่วมกับเด็กๆ บนกำแพง และพวกเขาไมได้เข้ามา เพราะว่ามีจำนวนคนมากเกินไป”

“ก่อนหน้านี้เราเคยไปเปลี่ยนชุดที่แอนฟิลด์ และขึ้นรถบัสไปซ้อมกันที่เมลวู้ด ลงซ้อม และกลับไปที่แอนฟิลด์เพื่ออาบน้ำ และรับประทานอาหาร มันสนุกที่ได้ลงไปที่นั่น เมลวู้ดเป็นที่ที่ผมเริ่มการเล่นฟุตบอล และจบลงที่นั่น เมลวู้ดเป็นส่วนที่สำคัญในชีวิตของผม”

เจอร์เก้น คล็อปป์

ผู้จัดการทีมชุดใหญ่

“ผมคิดว่าความทรงจำที่แจ่มชัดที่สุดของผมกับเมลวู้ดคือวันแรกที่ผมเข้ามา มันเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมดสำหรับผมกับศูนย์ฝึกแบบนี้ ในเยอรมนีมันเป็นเหมือนกับมีแค่นักเตะ, โค้ช, ทีมงานดูแลสนาม, ทีมจัดเตรียมชุดในสนาม อย่างน้อยที่ดอร์ทมุนด์มันเป็นแบบนี้ และที่ไมนซ์เราไม่มีอะไรอย่างนี้เลยทั้งหมด”

“สำหรับผมมันเป็นเรื่องใหม่ทั้งหมดที่มีผู้คนเหล่านี้อยู่รอบตัว เข้ามา และทักทายกับผู้คนมากมายที่อยู่ที่นี่เป็นประจำทุกวันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมากๆ และน่าประทับใจ ผมรู้ตั้งแต่วินาทีแรกว่าผมรักสภาพแวดล้อมแบบนี้ และมันทำให้ยิ่งอยากจะรู้จักผู้คนทั้งหมดที่ทำงานที่นี่ และใช้เวลาร่วมกับกันพวกเขาในแต่ละวัน ผมสนุกสนานกับทุกๆ วินาที”

เจมี คาร์ราเกอร์

เจ้าของสถิติลงเล่นมากที่สุดตลอดกาลเป็นอันดับสองของสโมสร

“ผมเคยไปที่นั่นจริงๆ น่าจะตั้งแต่ตอนแปดเก้าขวบ ผมชอบที่นั่น มีความทรงจำต่างๆ มากมาย ผู้คนพูดเกี่ยวกับการลงเล่นที่แอนฟิลด์ และผมอาจจะลงเล่นที่แอนฟิลด์มาประมาณ 400 ครั้งในอาชีพของผม แต่คุณอยู่ที่เมลวู้ดจริงๆ 250, 300 วันต่อปี นั่นคือที่ที่คุณได้สร้างความสัมพันธ์ต่างๆ มากมาย แอนน์ในแผนกต้อนรับ, พอลล่าที่ดูแลอาหารเย็นตอนแรกๆ, เคนนีที่ดูแลประตู, คนต่างๆ เหล่านี้ทั้งหมด แน่นอนว่ามันเปลี่ยนแปลงไป”

“ที่ลิเวอร์พูล ผมคิดว่าคุณต้องหมุนไปตามกาลเวลาเสมอ และถ้าลิเวอร์พูลต้องการสนามซ้อมที่ดีที่สุดในประเทศ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขากำลังจะได้รับ ต้องให้เครดิตอย่างมากอีกครั้งกับเจ้าของทีมกับสิ่งที่พวกเขาทำกับสเตเดียม แต่ยังต้องรวมถึงสนามซ้อมเช่นกัน ผมคิดว่ามามันคือมรดกอันยิ่งใหญ่ที่พวกเขาทิ้งไว้ ความทรงจำดีๆ มากมายเริ่มต้นจากคนอย่างรอนนี่ มอแรน วันคืนของเก่าๆ ของบู๊ตรูม และมีการเปลี่ยนแปลงกับผู้จัดการทีมต่างชาติที่เข้ามา ช่วงขาขึ้น และขาลงต่างๆ ที่เรามีในช่วงเวลาต่างกัน ผมจะคิดถึงมัน”

เคนนี กริมส์

คนเฝ้าประตูที่ทำงานมาอย่างยาวนาน

“ผมเปิดประตูหลังประมาณวันละ 40, 50 ครั้งต่อวัน ซึ่งคุณลองคูณกับจำนวนปีที่ผมอยู่ที่นั่น มันน่าเหลือเชื่อมาก มันเป็นงานที่ผมรัก นักเตะไม่ได้ดูถูกผม ผมได้รับการปฏิบัติเหมือนกับเป็นเพื่อนคนหนึ่งของพวกเขา ผมมีพวกเขาเป็นเพื่อนหลายคน ผ่านช่วงเวลามากมายร่วมกับพวกเขาความทรงจำต่างๆ ยอดเยี่ยมมาก เมื่อคุณเดินเข้ามาครั้งแรกโดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พวกเขากำลังตัดหญ้า คุณจะได้กลิ่นใบหญ้า และมันน่ารักมาก”

“มันจะเป็นการเสียเวลาไปเปล่าๆ ในความพยายามจะหยุดยั้งแฟนๆ ที่ยืนอยู่บนถังขยะสีม่วงเพื่อมองข้ามรั้วไป! คุณบอกให้พวกเขาลงมา และหลังจากนั้นนาทีต่อมาพวกเขาจะขยับมันไปใกล้กว่าเดิม เมื่อเราติดฉากกั้นมันคือไอเดียที่ดีที่สุด ผมคิดถึงมันในตอนนี้ ทุกๆ วันผมแค่หวังว่าจะได้ไปที่นั่น แต่ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้แล้ว ทุกอย่างที่ผมมีในตอนนี้คือความทรงจำของผมเกี่ยวกับมัน และนั่นจะเป็นสิ่งที่ผมจะไม่มีวันสูญเสียไป”

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

กัปตันทีมชุดใหญ่

“ผมจะคิดถึงมัน บางวันผมคงจะขับรถมาที่นี่ เพราะลืมเรื่องสนามซ้อมใหม่! ผมจะต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ ผมจะคิดถึงมัน เพราะผมแน่ใจว่าคนอื่นๆ ทุกคนด้วย เพราะว่ามันเป็นสถานที่มีเอกลักษณ์ และเป็นสนามซ้อมที่พิเศษ แต่ไม่มีอะไรคงอยู่ไปตลอดกาล ดังนั้นมันเกี่ยวกับการก้าวต่อไป และใช้ศูนย์ฝึกใหม่ให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ และพยายามจะปรับตัวให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะพิเศษไม่แพ้ที่นี่เหมือนกับหลายปีที่ผ่านมา”

รอย อีแวนส์

35 ปีกับสโมสรลิเวอร์พูลในฐานะนักเตะ, ผู้จัดการทีมสำรอง, โค้ช และผู้จัดการทีมชุดใหญ่

“ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของผมที่นี่ มันจะไม่มีวันถูกลืมเลือนไปสำหรับผม นั่นชัดเจน มันคือจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล ผมเคยเปลี่ยนชุดอยู่ข้างๆ แชงค์ส บางวันคุณเข้ามา และเขาจะเป็นเหมือนกับเพื่อนสนิทที่สุดของคุณ และนาทีต่อมาเขาจะตะโกน และตะคอกใส่คุณ เขาเป็นคนที่เริ่มต้นมันสำหรับผม และคนอื่นๆ เข้ามาแทนที่ มันเป็นหนึ่งในสถานที่ที่คุณรู้สึกเหมือนบ้าน ผมจำได้ตอนที่บอลลอยออกไปจากบริเวณพื้นที่ซ้อม เราเคยออกไปหรือให้ใครข้างนอกโยนบอลกลับเข้ามา”

ฟิล ธอมป์สัน

กัปตันทีมชุดคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพ 1981 และผู้ช่วยผู้จัดการทีมระหว่างปี 1998-2004

“มันเป็นหนึ่งในที่ที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผม รวมถึงช่วงเวลาในฐานะแฟนบอล การพูดถึงเมลวู้ดได้ดึงความทรงจำต่างๆ ของผมกลับมามากมาย ผมคิดถึงการฝึกซ้อม ที่ที่เราเคยเล่น ซึ่งเราเรียกมันว่ามินิ เวมบลีย์ นี่คือที่ที่เราเคยแบ่งทีมเล่นห้าต่อห้า แต่มันมักจะเหมือนกับทีม 8-9 คน สู้กับสต๊าฟฟ์, กับแชงค์ส, กับบ็อบ, กับรูเบน เบนเน็ตต์ ตู้เรียกเหงื่อของแชงค์ส และกระดานต่างๆ ทั้งหมด ซึ่งค่อนข้างเป็นการปฏิวัติวงการย้อนกลับไปในวันนั้น ผมเล่าได้เรื่อยๆ มันปรากฎภาพแห่งความทรงจำมากมาย

“ตอนที่ผมอยู่กับเชราร์ อุลลิเยร์ ในฐานะผู้ช่วย พวกเขาส่งโครงการทั้งหมดให้เราดู ‘ลุยเลย เราอยากจะสร้างทุกอย่างขึ้นมาไหม?’ เราสามารถเพิ่มส่วนพื้นที่ทางการแพทย์และสระว่ายน้ำ เราสามารถรับเอาไอเดียทั้งหมดจากสโมสรอื่นๆ เข้ามา และเราทำให้มันดีขึ้นสำหรับเรา ซึ่งเชราร์ อุลลิเยร์ มักจะพูดกับผมเสมอว่า ‘ถ้าคุณกลับมาอยู่ในเกม จำไว้ว่าคุณต้องทิ้งมรดกเอาไว้’ มรดกของเราคือระเบียบวินัย และหนึ่งในศูนย์ฝึกที่ล้ำสมัย”

เชราร์ อุลลิเยร์

ผู้จัดการทีมต่างชาติคนแรกของลิเวอร์พูล ระหว่างปี 1998-2004 

“มันคือหน้าประวัติศาสตร์ที่กำลังเข้าสู่บทใหม่ ผมต้องบอกว่าเราได้สร้างเมลวู้ดขึ้นมาใหม่ แต่มันดำเนินต่อไปได้ดีมาก บางครั้งบางอย่างไม่ได้ดูเก่ามากนัก แต่พูดถึงเมลวู้ดแล้ว ตอนที่ผมไปที่นั่นครั้งครั้งล่าสุด ผมสังเกตเห็นว่าพวกเขาดูแลมันอย่างดี และทำให้มันอยู่ในสภาพที่ดีมาก”

นักเตะที่ทำ 71 ประตูระหว่างปี 2006-2012

“สำหรับผม เมลวู้ดจะเป็นสถานที่อันพิเศษเสมอ ผมมีความทรงจำที่ยอดเยี่ยมมากมายที่นั่น ผู้คนที่ทำงานที่นั่น พวกเขามหัศจรรย์มาก และพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ครอบครัวของเรา แน่นอนว่าเมื่อลิเวอร์พูลกำลังจะย้ายไปเคอร์บี เราจะคิดถึงมันมาก แต่มันยังยอดเยี่ยมขึ้นสำหรับลิเวอร์พูล เราจะไม่มีวันลืมเลือนความทรงจำดีๆ ในเมลวู้ด”

จอห์น และแอนดรูว์ พาเวลล์

ช่างภาพของสโมสร

จอห์น : “ผมไปที่นั่นตั้งแต่ยังเด็ก ตอนที่รอน เยตส์ เป็นกัปตันทีม และคุณสามารถเข้าไปได้ แฟนบอลทุกคนเข้าไปได้ และคุณยืนอยู่ตรงกระท่อมเล็กๆ และดูการฝึกซ้อม แน่นอนว่าอาคารใหม่ถูกสร้างขึ้น และการไปทำงานที่นั่นแค่…มันน่าเศร้าที่ต้องลาจาก เมลวู้ดถ่ายรูปสวยมากมาย คุณสามารถถ่ายภาพกำแพงฉากหลัง ภาพมุมกว้างเป็นโบสถ์เวสต์ ดาร์บี และมีป่าเป็นฉากหลัง”

แอนดรูว์ : “ผมรักเมลวู้ด มันสุดยอดมาก มันเหมือนกับอยู่บ้านเลยใช่ไหม? ผมไม่เคยมีสำนักงานอะไรแบบนั้นจริงๆ ดังนั้นมันจึงเป็นแค่การหาที่นั่ง และทำงาน ในหนึ่งเซสซั่นซ้อมผมถ่ายไปประมาณ 1,000 รูป บางครั้งก็ 2,0000 รูป ผมคงเคยถ่ายรูปไปแล้วประมาณล้านรูป และส่งรูปจากเมลวู้ดประมาณ 50,000 รูป ส่วนท่า “ยินพิงที่เมลวู้ด’ (The Melwood Lean) พูดตามตรง นั่นมาจากพ่อของผม! ผมเอามาปรับนิดหน่อย แต่ต้นความคิดคือคุณพ่อ ‘ลองพิงตรงนั้นหน่อย’ บางครั้งนักเตะอาจจะอึดอัดนิดหน่อยตอนที่กำลังจะเซ็นสัญญา คุณต้องพยายาม และให้พวกเขาทำอะไรบางอย่าง คุณต้องพยายาม และให้พวกเขาผ่อนคลาย ‘ลองพิงตรงไหนสักหน่อย’ มันทำให้รู้สึกง่ายขึ้น ผมชื่นชอบการยืนพิงที่เมลวู้ดมาก”

จอห์น อัลดริจด์

ศูนย์หน้าที่เกิดในลิเวอร์พูลที่ลงเล่นให้ทีมระหว่างปี 1987-89

“โอ้! ผมไปที่นั่นครั้งแรกตอนที่ผมอายุ 15, 16 ปี เพื่อทดสอบฝีเท้าในการเข้าไปสู่ทีมชุด ‘ดีเวลลอปเมนต์’ นั่นคือชื่อที่ถูกเรียกในวันนั้น ผมไปทดสอบฝีเท้า 12 ครั้ง และสำหรับผมมันสำคัญมาก ผมทำมันไม่สำเร็จ มันเป็นสถานที่น่าอยู่มาก เพราะว่าเราหยอกล้อกัน และชัดเจนว่าการฝึกซ้อมดีเสมอ การหยอกล้อกันของเราน่าจะดีกว่าการฝึกซ้อมถ้าพูดตรงๆ! ในตอนนั้นผมจำได้ว่ามีสนามหนึ่งที่เรามักจะไม่ได้ใช้หลายเดือนในฤดูหนาว ถ้ามันมีน้ำแข็ง กับอีกสนามปรับมาใช้ได้ทุกสภาพอากาศ มันเป็นไอเดียที่ชาญฉลาดมากที่แชงค์สทำ และล้ำหน้าไปมาก เป็นอีกเรื่องในการต่อสู้กับสภาพอากาศ ผมมีแต่ความทรงจำที่ยอดเยี่ยม”

แจน โมลบี

เจ้าของแชมป์ลีก และเอฟเอ คัพ 2 สมัย

“ตอนที่ผมย้ายมาร่วมทีมในปี 1984 มันไม่มีอะไรพิเศษในแง่สนามฝึกซ้อม เรามีสนามสองสนาม หนึ่งสนามดินลูกรัง และมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มันเป็นสิ่งที่ดูเหมือนกับเรือนไม้เก่าๆ สำหรับห้องแต่งตัว มันเปลี่ยนไปตามแนวทางสิ่งต่างๆ ที่ลิเวอร์พูลทำ เราเล่นฟุตบอลบนพื้นหญ้า เรามีสนามหญ้าดีๆ และนั่นคือทุกอย่างที่มีความสำคัญ”

“สิ่งเดียวที่อยู่นอกเหนือการฝึกซ้อมคือพิธีกรรมที่เราทำในช่วงเช้าวันศุกร์ เราจะต้องกินบิสกิต ข้าวสวย และช็อกโกแลต ชาหลายถ้วย เราดื่มชาทุกๆ วันที่เราไปที่นั่น ก่อนการฝึกซ้อมเราต้องดื่มชา และหลังการฝึกซ้อมคุณต้องดื่มชา สำหรับคนที่ไม่ชอบมันก็แค่เติมน้ำตาลลงไป! แต่ผมเชื่อจริงๆ ว่าพวกเขาคิดว่า ‘มีพลังงานมากมายในน้ำตาล ดังนั้นให้นักเตะใส่น้ำตาลลงไปเยอะๆ’ ทุกอย่างทำไปแบบไร้เดียงสา แน่นอนว่ามันมาจากการขาดความรู้ในเรื่องที่ถูกต้อง และพวกเขาแค่ทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้อง หนึ่งในเรื่องเหล่านี้คือการต้มชาหม้อใหญ่ที่สุดที่คุณเคยเห็นในชีวิตโดยใส่น้ำตาลลงไปหนึ่งถุง”

มาร์ค เลย์แลนด์

นักวิเคราะห์หลังเกมของทีมชุดใหญ่

“ในทันทีที่คุณก้าวผ่านประตูเข้าไปในเมลวู้ด คุณจะสัมผัสถึงมัน และมันเป็นสิ่งที่คุณไม่สามารถบรรยายได้ มันเป็นกลิ่นอาย และคุณจะลืมทุกอย่างที่ผ่านมาก่อนหน้านั้น คุณจะลืมชื่อต่างๆ อัตตาใดๆ ทุกคนที่เข้ามาในตึกนี้จะโฟกัสเพียงอย่างเดียว และนั่นคือวิสัยทัศน์ที่ดีกว่าเดิมตอนที่พวกเขาก้าวเข้ามา มันมีเพียงเมลวู้ดที่สามารถทำเรื่องนี้ได้ การมีประวัติศาสตร์ ความรู้สึกอย่างนี้ นั่นคือสิ่งที่เราต้องพยายาม และย้ายมันไปยังสนามซ้อมใหม่ ต่อยอดงานทุกอย่างที่ทำที่นี่ ใส่ประวัติศาสตร์ทั้งหมดเข้าไป ความสำเร็จทั้งหมด และรากฐานที่จะต่อยอดต่อไป”

อเล็กซ์ อิงเกิลโธร์ป

ผู้จัดการอะคาเดมีของสโมสรลิเวอร์พูล

“มันคือสถานที่อันพิเศษจริงๆ ผมเข้ามาเรียนรู้ที่จะรักมันด้วยวิธีการของตัวเองนิดหน่อย คุณอดไม่ได้ที่จะเดินไปรอบๆ และคิดถึงนักเตะมหัศจรรย์ทั้งหมดที่เคยเล่นที่นี่ และประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ ตอนที่เทรนต์ก้าวมาที่นี่เป็นครั้งแรก หรือเคอร์ติส, รีห์ส, เนโก้ หรือใครก็ตาม มันเหมือนกับคุณส่งลูกเข้าโรงเรียนของผู้ใหญ่เป็นวันแรก มีความกังวลใจ และคุณจะโทรศัพท์ทันทีหลังจากนั้น ‘คุณเป็นยังไงบ้าง? ผู้จัดการผู้อะไรกับคุณ? คุณได้รับคำติชมหรือไม่? คุณคิดว่าคุณทำได้เป็นยังไง?’ มันเป็นสถานที่ที่พิเศษมาก และหน้าที่ของเราในฐานะสโมสรคือการสร้างบางอย่างที่พิเศษ และมีความหมายเท่ากันในบ้านหลังใหม่ของเรา”

สตีฟ แม็คมานามาน

แชมป์เอฟเอ คัพ และลีก คัพ กับ 364 เกมระหว่างปี 1990-1999

“มันมีความหมายทุกอย่างกับเกม มันคือที่ที่ผมฝึกซ้อมครั้งแรกตอนที่ผมเป็นเด็กนักเรียนวัย 14 ปีที่ได้ฝึกซ้อมบนสนามหินดินแข็งที่นั่น ทุกคนอยากจะเล่นบนสนามใหญ่ตอนที่ฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ และในที่สุดผมก็ได้ไปที่นั่น ตัวเมลวู้ดเองไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจริงๆ มันมีสี่สนาม และมีสนามดินแข็ง ตอนที่ผมอยู่ที่นั่นมันเป็นแค่ตึกชั้นเดียวกับห้องแต่งตัว, ห้องครัว และสนามฟุตบอลที่สวยงาม”

“เมื่อพิจารณาถึงสนามซ้อมที่เป็นดูแลนักเตะชั้นยอดในประเทศ และพูดได้ว่าของยุโรป และโลก มันดูเล็กไปจริงๆ ผมเป็นหนึ่งในเด็กหลายร้อยคนที่ฝันจะได้ลงเล่นให้กับทีมชุดใหญ่ เพียงได้ก้าวเท้าไปที่เมลวู้ดจริงๆ หรือลงเล่นที่เมลวู้ดแม้แต่ตอนอายุ 15 ปี มันก็เป็นเรื่องพิเศษอย่างไม่น่าเชื่อ”

โมโม่ ซิสโซโก้

กองกลางระหว่างปี 2005-2008

“มันเป็นประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล ทุกอย่างเกิดขึ้นที่นั่น เราฝึกซ้อมที่นั่น เรานอนหลับที่นั่น เรากินที่นั่น เราทำทุกอย่างที่นั่น เมลวู้ดเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรลิเวอร์พูล ผมจดจำแฟนๆ ด้านนอก และการพูดคุยกับเรา”

โฆเซ่ หลุยส์ โรดริเกซ
อดีตนักกายภาพทีมชุดใหญ่ ระหว่างปี 2018-2020
 

“มันคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยคาแรกเตอร์มากมาย เป็นสัญลักษณ์ของโลกแห่งฟุตบอล ชื่อเมลวู้ด และคุณมาที่นี่พร้อมกับอิฐสีแดง และล้อมรอบด้วยบ้านเรือน มันไม่เพียงแต่ผมที่จะคิดถึงมัน มันคือสัญลักษณ์ของสโมสรลิเวอร์พูล”

เอมิล เฮสกีย์

นักเตะชุดเทรเบิลแชมป์ในฤดูกาล 2001-02

“มันคือสถานที่อันเป็นสัญลักษณ์ใช่ไหม? ความทรงจำที่ยอดเยี่ยมมากมายเกิดขึ้นที่นั่น ตอนที่ผมไปที่นั่นครั้งแรกชัดเจนว่ามันเป็นอาคารเก่า และทันทีหลังจากนั้นก็มีอีกอาคารขึ้นมา และเทคโนโลยีทั้งหมด และอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งหมดเพิ่มเติมเข้ามา คุณต้องพัฒนาเสมอ ในฐานะบุคคล และสโมสร และผมคาดเดาว่านี่คือก้าวต่อไปในการพัฒนาสู่ความยิ่งใหญ่ และดีขึ้น”

ไมค์ เคอร์นีย์

แฟนบอลลิเวอร์พูลที่ได้รับคำเชิญให้เข้าไปในสนามซ้อมโดยโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในปี 2019

“ผมเคยอยู่ด้านนอกของประตูทางเข้ามาแล้วหลายครั้งในอดีต และขับรถผ่านมัน แต่เมื่อคุณได้เข้ามา มันบ้ามาก แค่เรื่องของระดับ และประวัติศาสตร์ทั้งหมด เคอร์บีเป็นเรื่องใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่เมลวู้ดจะไม่มีวันถูกลืมเลือน ในขณะที่เรารอให้ซาลาห์ปรากฎตัว เรานั่งรออยู่ในห้องโถง แต่เราเห็นผู้คนที่เดินผ่านเข้ามา ฟาน ไดจ์คเดินผ่านมา พยักหน้า และทักทายอะไรแบบนั้น แค่คุณเห็นคนเหล่านี้เดินผ่านไปมาในสำนักงานของพวกเขา มันแปลกมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน และมองเข้าไปด้านใน เราแค่นั่งอยู่ตรงนั้นพูดคุยกันว่า ‘ผมแทบไม่อยากเชื่อ มันบ้ามาก’ แม้แต่ในวันนี้ที่ผ่ามาเกือบสองปี คุณยังคงต้องหยิกตัวเอง”

รีห์ส วิลเลียมส์

กองหลังดาวรุ่งลิเวอร์พูล

“มันเป็นสถานที่ยอดเยี่ยมที่ได้มาอยู่ มันอบอุ่นจริงๆ ทุกคนที่อยู่ที่นั่นคิดบวก และดีกับคุณมาก สำหรับตอนนี้พวกเขาจะอยู่ใกล้ๆ กันที่เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับอะคาเดมี เพราะว่าคุณจะได้รับการจับจ้องจากผู้คนจากเมลวู้ดมากขึ้น มันจะเร่งจังหวะให้กับเราทุกคนเป็นอย่างมาก และช่วยให้เราเพิ่มมาตรฐานของเราขึ้น”

นาบิล เอล ซาร์

นักเตะระหว่างปี 2006-2011

“ทันทีที่คุณเปิดประตูเข้าไป คุณแค่รู้สึกเกี่ยวกับนักเตะทั้งหมดที่มาจากที่นั่น และสิ่งที่พวกเขาประสบความสำเร็จ มันคือบางอย่างที่ยิ่งใหญ่มาก เมลวู้ดจะยังคงเมลวู้ดไปตลอดกาล”

รอนนี วีแลน

เจ้าของแชมป์ลีก 6 สมัยระหว่างปี 1981-94

“เมลวู้ดเป็นหนึ่งในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ มันเป็นแค่สนามซ้อม แต่ทุกคนที่มีส่วนในวงการฟุตบอลรู้จักเมลวู้ด ทุกคนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของมัน ประวัติศาสตร์ของมันยิ่งใหญ่ มันถูกพูดถึงในแง่เดียวกับที่แอนฟิลด์เป็น มันเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล”