เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

วันนี้เป็นวันครบรอบ 10 ปี ที่เซอร์ เคนนี ดัลกลิช กลับมารับงานคุมทีมลิเวอร์พูลเป็นครั้งที่สอง

วันนี้เป็นวันครบรอบ 10 ปี ที่เซอร์ เคนนี ดัลกลิช กลับมารับงานคุมทีมลิเวอร์พูลเป็นครั้งที่สอง

ดัลกลิชกลับมาคุมทีมอีกครั้งในวันที่ 8 มกราคม มกราคม 2011 กลับมาหลังจากลาออกจากการเป็นผู้จัดการทีมชุดใหญ่เมื่อเกือบสองทศวรรษก่อน

24 ชั่วโมงต่อมา กุนซือชาวสก๊อตนำทีมลิเวอร์พูลไปเยือนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมเอฟเอ คัพ รอบสาม

เว็บทางการของสโมสรได้พูดคุยกับบุคคล 4 คน ที่ใกล้ชิดกับเหตุการณ์ในวันนั้น เพื่อให้เล่าถึงประวัติศาสตร์ของเหตุการณ์อันกล้าหาญนั้น

สถานการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ดัลกลิช อยู่บนเรือสำราญอาราเบียน กัลฟ์ ในช่วงวันหยุดยาว เมื่อเขาได้รับโทรศัพท์จากเจ้าของสโมสร ขอให้เขากลับมาคุมทีมจนจบฤดูกาล

เขาตัดช่วงเวลาหยุดยาวของเขา และบินจากบาห์เรนกลับบ้านเพิ่งเริ่มงาน

เคลลี เคทส์ ลูกสาวของดัลกลิช และผู้ประกาศข่าว : “ฉันพบว่าเมื่อตอนที่เขารู้ มันเป็นอะไรที่คาดไม่ถึงเลย มันเป็นแค่เมื่อพวกเขาได้รับสายโทรศัพท์ตอนที่กำลังพักร้อน แล้วก็พูดว่า ‘คุณสามารถกลับมาได้ไหม?’”

เจมี แม็คควีน แฟนบอลในอัฒจันทร์ทีมเยือน : “ในฐานะคนสก๊อต เขาอาจจะเป็นเหตุผลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ทำให้ผมเริ่มต้นเชียร์ลิเวอร์พูล ผมตื่นขึ้นมาในวันเสาร์ และเช็คโทรศัพท์ และมีข้อความเข้ามาสองสามข้อความ ผมลุกขึ้นและเปิดทีวี และมันก็จบลงแล้ว ผมแค่นั่งลงและดูมัน ผมแทบไม่อยากเชื่อเลย”

ฟาบิโอ ออเรลิโอ แบ็คซ้ายลิเวอร์พูลในวันนั้น : “เมื่อคุณกลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูล คุณเริ่มจะรู้ถึงประวัติศาสตร์ของสโมสรและผู้คนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของมันมากขึ้น มันง่ายที่จะเห็นว่าเคนนี ดัลกลิช เป็นส่วนสำคัญในเรื่องนั้น อย่างที่พวกเขาเรียกเขาไงล่ะ – คิง เคนนี – ไม่ต้องสงสัยเลย เมื่อคุณได้ยินภ้อยคำเหล่านั้น คุณสามารถจินตนาการได้ว่าเขาสำคัญต่อสโมสรและแฟน ๆ อย่างไร”

เคตส์ : “ฉันวิตกกังวลอยู่นะ ด้วยความสัตย์จริง ฉันคิดว่ามันเป็นหนึ่งในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้น ที่สิ่งแย่ ๆ สามารถเกิดขึ้นได้เกือบตลอด มันเป็นเหมือนว่า ‘ทำไมพ่อไม่แค่ปล่อยให้สิ่งต่าง ๆ อย่างที่มันเป็น? ทุกคนคิดว่าพ่อดี แต่ถ้าพ่อกลับไปและมันไม่เป็นไปด้วยดีล่ะ…’ ฉันแค่กังวลไปกับเขามาก ๆ มันไม่ใช่ลักษณะของสิ่งที่ฉันจะพูด แบบว่า ‘พ่อแน่ใจเกี่ยวกับเรื่องนี้จริง ๆ หรือ? พ่อคิดดีแล้วหรือยัง? เพราะเขาแค่ตื่นเต้นมาก มันแค่แบบว่า : ถ้ามันทำให้พ่อมีความสุข งั้นก็ทำมันเลย”

ออเรลิโอ : “เห็นได้ชัดว่าเขาไม่มีเวลาที่จะทำงานเลย แต่อิทธิพลจากบุคลิกภาพของเขามันยิ่งใหญ่มากในเวลานั้น เมื่อเขามาถึง เขาพยายามจะให้ความมั่นใจกับเรา และสิ่งที่เราสามารถทำเพื่อสโมสรได้ มันไม่ง่ายที่จะเข้าใจสำเนียงสก๊อตของเขาเลย! แต่ใจความของมันสำคัญมาก”

กาเบรียล คลาร์ก นักข่าวข้างสนามของ ITV “พระเจ้า! ตอนที่เคนนี ดัลกลิช กลับมายังลิเวอร์พูลในฐานะผู้จัดการทีม นี่คือบางสิ่งที่ผู้คนมากมายคิดว่าจะไม่เกิดขึ้น มันเป็นเรื่องราวที่แสนอัศจรรย์ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน เราสัมภาษณ์เขาก่อนเกมเกี่ยวกับการกลับมา คุณไม่มีวันจะเข้าใจเรื่องเต็ม ๆ ของ War and Peace ได้เลยในจุดนั้น เคนนี ทำงานจริง ลงลึกถึงการเลือกทีมของเขา ซึ่งตรงข้ามกับการสร้างเรื่องราวเกี่ยวกับเขา ค่อนข้างเป็นแบบแผนและค่อนข้างฉลาด แต่คุณสามารถรู้สึกได้ว่ามันพิเศษสำหรับเขาที่ได้กลับมา รอยยิ้มนั้นบนใบหน้าของเขาได้กลับมาแล้ว”

ภาพสุดท้ายจากวันนั้น คือ การชูกำปั้นสดุดีแฟนบอล 9,000 คนที่ตามมาเชียร์ ขณะที่ที่เขากำลังเดินไปยังม้านั่งที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

แม็คควีน : “มันยอดเยี่ยมมาก เสียงเชียร์มันโคตรเหลือเชื่อ คุณสามารถเห็นรอยยิ้มของเขาจากอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออกที่พวกเราอยู่ได้เลย มันเหมือนกับว่าได้กลับไปเป็นเด็ก!”

เคตส์ : “ไม่นานคุณก็เห็นการตอนรับที่เขาได้รับ มันเต็มไปด้วยความรัก รักแท้จริง ๆ มันเป็นการมองพ่อของฉันที่เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลแตกต่างออกไปเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ตอนเป็นเด็ก มันเป็นเรื่องปกติและเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่เขาทำ จากการเป็นนักเตะสู่ตำแหน่งผู้เล่น-ผู้จัดการทีม จนถึงการเป็นผู้จัดการทีม มันเป็นเพียงกระบวนการต่อเนื่ออันยิ่งใหญ่เดียวที่เกิดขึ้นจริง ๆ มันเลยปกติ แต่การออกไปแล้วได้กลับมามันเป็นอะไรที่แปลกมาก ๆ”

สำหรับเรื่องในแง่บวกทั้งหมดก่อนเกม สิ่งต่าง ๆ ดูไม่น่าจะเป็นการเริ่มต้นที่แย่มากนักสำหรับลิเวอร์พูลหลังจากผ่านไป 31 วินาที ยูไนเต็ดได้จุดโทษ หลังดาเนียล แอกเกอร์ ถูกตัดสินว่าทำฟาล์วใส่ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ ไรอัน กิ๊กส์ ทำเป็นผู้สังหารจุดโทษเข้าไป

แล้วลิเวอร์พูลก็ต้องมาเสียสตีเวน เจอร์ราร์ด เมื่อเขาโดนใบแดงจากการเข้าปะทะใส่ไมเคิล คาร์ริก

คลาร์ก : “ผมจำไม่ได้ว่ามันมีการทะเลาะวิวาทกันโดยตรง (ระหว่างดัลกลิชและเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน) หรืออะไรแบบนั้น แต่พวกเขาคงจะไม่ได้แลกเปลี่ยนกันแบบพึงพอใจอะไรระหว่างเกมแน่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเจอร์ราร์ดถูกไล่ออก และเสียจุดโทษ ผมมั่นใจเลยว่าเคนนีจะสนุกกับการเข้าสู่การต่อสู้อย่างเต็มตัว”

ออเรลิโอ : “มันเป็นช่วงเวลาที่เราต้องตั้งรับและรอคอย และโดนกดดันจากยูไนเต็ด แต่สำหรับช่วงเวลานั้น มันไม่ได้รู้สึกเหมือนว่าพวกเขามีคนมากกว่า ผมคิดว่ามันสำคัญที่วันนั้นเรามีความเชื่อมั่นจนจบเกม”

แม็คควีน : “คุณสามารถเห็นได้เลยว่า ทั้งทีมเล่นเพื่อเขา มันทำให้คุณภาคภูมิใจ”

เคตส์ : “ฉันเป็นห่วงเขา มันไม่ได้เป็นเหมือนกับเป็นห่วงทีมหรือสโมสร มันเป็นแค่ ‘ได้โปรด พระเจ้า อย่าปล่อยให้ทุกคนตำหนิเขากับเรื่องนี้!’ มันยิ่งกว่าวิถีทางที่จะดูแบบส่วนตัว คุณกำลังดูมันเพื่อเห็นว่าเขาจะรับมืออย่างไร ไม่ใช่ว่าทีมจะทำอย่างไร แม้ว่าพวกเขาจะเชื่อมโยงถึงกัน มันเป็นความรู้สึกที่แปลกแยก”

โดยปกติแล้ว การแพ้ยูไนเต็ดนั้นทำให้เจ็บหนัก

แม้ว่าผลการแข่งขันจะน่าผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด อารมณ์โดยรวมของทีมลิเวอร์พูลและบรรดาแฟนบอลที่เดินทางไปเชียร์ไม่ได้ถูกทำลายลงเลยหลังสิ้นเสียงนกหวีดสุดท้าย

ออเรลิโอ : “แม้กับความยากลำบากเหล่านั้นระหว่างเกม เราเผชิญหน้ากับเกมในระดับท็อป นั่นคือส่วนหนึ่งของอิทธิพลของเคนนี ดัลกลิช ต่อทีมในวันนั้น”

เคตส์ : “มันแปลกมาก เพราะในหัวของฉัน ฮันคิดเกี่ยวกับเกมนั้นว่าเป็นผลเสมอ แม้ว่ามันจะไม่ใช่ แต่ฉันต้องเช็คตัวเองว่าฉันจำไปแบบนั้นเพราะจุดโทษหรือเปล่า และกับการไล่ออก มันเกือบเหมือนว่า ‘โอ้ พระเจ้า นี่คือทั้งหมดที่จะเป็นไปสู่ความผิดพลาดอย่างหนัก’ แล้วความจริงที่ว่ามันไม่ได้เป็นคามผิดพลาดที่น่าสยดสยองก็เกือบเหมือนกลายเป็นชัยชนะในตัวมันเอง”

“เพราะพวกเขาแพ้ และเพราะวิถีทางที่มันเป็นไป มันไม่มีการซักไซ้ที่มากมาย มันเป็นการคุยกับแม่ของฉันมากกว่า ‘พ่อเป็นยังไง? เขาสนุกกับมันไหม? แม่ก็แบบว่า ‘โอ้ พระเจ้า เขาจะสนุกกับมันไหมเหรอ? เขารักมันเลย!’ มันแค่รู้สึกดีมากจริง ๆ”

แม็คควีน : “มันช่วยยกระดับเราจากจุดที่เราเป็นอยู่ มันรู้สึกเหมือนคุณไม่มีที่ให้ไป และแล้วทันใดนั้น คุณก็ได้เคนนีกลับมา มันดูเป็นไปในทางบวกเอามาก ๆ”

คลาร์ก : “โดยทั่วไปแล้ว ผมคิดว่าเขาเข้ามาในครั้งที่สองด้วยความรู้สึกที่มีความสุขมากกว่า แม้กับความสัมพันธ์กับสื่อ ฟังนะ เขาผิดหวังเกี่ยวกับเกม และผมมั่นใจว่าเขาจะไม่เห็นด้วยกับการตัดสินเกี่ยวกับเจอร์ราร์ด เขาคงไม่ทันอย่างนั้นแน่ ๆ ในทางเดียวกันกับที่เซอร์ อเล็กซ์จะไม่ทำ เขาจะยืนหยัดเพื่อทีมของเขา แจ่เขาจะไม่ตั้งคำถามใด ๆ หรือไปอยู่ในจุดที่ยากลำบากในตอนนั้น เขากำลังกลับมาเพื่อสนุกกับมันให้มากเท่าที่จะมากได้”

เคตส์ : “พ่อรู้สึกเสมอว่ามันเป็นงานที่ยังไม่จบ เพราะวิถีทางที่พ่อลาออกไปในครั้งก่อน แม้เมื่อมองย้อนกลับไป และพ่อก็ทำถูกที่สุดแล้วที่ปล่อยตัวเองออกมา และเพื่อสุขภาพของพ่อเองด้วย ฉันคิดว่าพ่อรู้สึกอยู่เสมอว่าพ่อเป็นหนี้สโมสรกับบางสิ่งอยู่ด้วย ความจริงที่พวกเขามาหาพ่อและพูดว่าต้องการบางสิ่งบางอย่าง และพ่อสามารถมอบมันให้พวกเขาได้ ฉันผิดว่านั่นมีความหมายอย่างมากสำหรับพ่อ”