เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

‘วัคซีนวัววิด-19’ ฉีดต่างจำพวก ทำได้หรือเปล่า ไม่เป็นอันตรายหรือไม่

ในช่วงเวลานี้ ในหลายประเทศ มีการศึกษาการใช้ ‘วัคซีนโควิด-19’ โดยการ ‘ฉีดวัคซีนต่างประเภท’ เป็นต้นว่า ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ แล้วก็ ไฟเซอร์ หรือ ในประเทศไทย ที่กำลังศึกษา ‘ซิโนแวค’ แล้วก็ ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ เผื่อในกรณีแพ้วัคซีนจำต้องแปลงแบรนด์ วัคซีนขาด หรือฉีดกระตุ้นเข็ม 3

ถึงแม้ในขณะนี้การให้ ‘วัคซีนโควิด-19’ ยังชี้แนะให้วัคซีนชนิดเดียวกันทั้งเข็มอันดับหนึ่งแล้วก็สอง แต่ด้วยเหตุผลว่าบางบุคคลฉีดเข็มแรกแล้วแพ้ จะต้องฉีดเข็มที่สองต่างประเภทกัน เป็นต้นว่า เข็มแรกฉีด ‘ซิโนแวค’ เข็มที่ 2 ฉีดเป็น ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ หรือกรณีวัคซีนเข็ม 3 ทำให้ตอนนี้ ศูนย์ชำนิชำนาญด้านไวรัสวิทยาสถานพยาบาล ภาควิชาหมอฯ จุฬาฯ ศึกษาวิจัยเพื่อดูประสิทธิภาพแล้วก็ผลที่จะเกิดขึ้น
ในช่วงเวลานี้ มีการศึกษาการฉีดวัคซีนต่างประเภทค่อนข้างมากมายในต่างประเทศ เป็นต้นว่า การฉีดขัดกันระหว่าง “ไฟเซอร์” กับ “แอสตร้าเซนเนก้า” การให้วัคซีนต่างประเภทกันได้ผลชัดแล้วว่า การให้แอสตร้าเซนเนก้าเข็มแรก แล้วกระตุ้นด้วยไฟเซอร์ สำเร็จภูมิคุ้มกันที่สูงเท่าเทียมกับการให้ไฟเซอร์ 2 เข็ม แต่ที่เห็นได้ชัดได้อีกอย่างหนึ่งคือ การให้ 2 ประเภทที่ต่างกัน จะมีระดับภูมิคุ้มกันในหน่วยความจำ CD8 T cells ดีกว่า

• ศึกษา ‘ฉีดวัคซีนต่างประเภท’ ในไทย

สำหรับในประเทศไทยในช่วงเวลานี้ ‘วัคซีนโควิด-19’ ที่ใช้มี 2 แบรนด์ คือ ‘ซิโนแวค’ กับ ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ โดยศูนย์ชำนิชำนาญด้านไวรัสวิทยาสถานพยาบาล ภาควิชาแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำงานวิจัยโดยขอทุนจาก สำนักงานการค้นคว้าแห่งชาติ เพื่อดำเนิน “แผนการวิจัย ความปลอดภัย ผลการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน แล้วก็การใช้แทนกันของวัคซีนโรคติดเชื้อโคโรทุ่งนา 2019 ประเภทเชื้อตาย (Inactivated vaccine) แล้วก็ไวรัสเป็นพาหะ (Viral vector vaccine) : การเรียนทดลองทางสถานพยาบาล” เพื่อศึกษาการฉีดวัคซีนเข็มแรก ‘ซิโนแวค’ เข็มที่ 2 ให้วัคซีน ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ หรือให้วัคซีนเข็มแรก ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ เข็มที่ 2 ให้ ‘ซิโนแวค’

• ‘ฉีดวัคซีนต่างประเภท’ เผื่อกรณีแพ้วัคซีน วัคซีนขาด หรือฉีดเข็ม 2

“ศาสตราจารย์นพ.ยง ภู่วรวรรณ” นักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ราชบัณฑิต แล้วก็หัวหน้าศูนย์ชำนิชำนาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาสถานพยาบาล ภาควิชาแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า การเรียนจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในกรณีเมื่อฉีดเข็มแรกแล้วเกิดแพ้วัคซีน เข็ม 2 จำเป็นจะต้องแปลงหรือในกรณีที่วัคซีนประเภทใดประเภทหนึ่งขาด ก็สามารถใช้อีกประเภทหนึ่งได้เลย ไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บวัคซีนไว้เข็ม 2 การบริหารวัคซีนจะง่ายขึ้นมากมายทำให้การให้วัคซีนเร็วขึ้น

จากข้อมูลพื้นฐานในผู้ที่แพ้วัคซีนเข็มแรกแล้วก็ไปฉีดเข็ม 2 ต่างประเภทกัน ที่ผ่านมา มีการตรวจเจอ 5 ราย โดย 4 รายที่ฉีดวัคซีน ‘ซิโนแวค’ เข็มแรกแล้วก็เข็ม 2 ได้รับ ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ ภูมิคุ้มกันที่ขึ้นสูงขึ้นยิ่งกว่าการได้รับวัคซีนชนิดเดียว ‘ซิโนแวค’ 2 ครั้ง แล้วก็ทำนองกลับกัน เช่นกันมีเพียง 1 ราย ที่ได้รับ ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ แล้วเข็ม 2 ได้ซิโนแวค อีก 1 เดือนต่อมา ภูมิต้านทานที่ขึ้นก็สูงขึ้นยิ่งกว่าเกณฑ์เฉลี่ย

• ศึกษา ‘วัคซีนโควิด-19’ ภายใต้ความปลอดภัย

ทั้งนี้ การเรียนจำเป็นจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยหรืออาการใกล้กันว่าจะมากขึ้นหรือเปล่า ถ้าหากการสลับวัคซีนไม่เป็นอันตรายจะเป็นอีกวิถีทางหนึ่งในยามที่วัคซีนขาดหรือแพ้วัคซีน แล้วก็เป็นแถวทางในการที่จะประยุกต์ใช้สำหรับในการกระตุ้นเข็มที่ 3 โดยไม่จำเป็นที่จะจำต้องใช้วัคซีนชนิดเดียวกัน

“กรณีแบบอย่างหนึ่ง คือ เข็มแรกฉีด ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ ไปแล้ว จากนั้น 1 เดือนต่อมา จะไปฉีดไข้หวัดใหญ่ เดินขึ้นไปจะฉีดไข้หวัดใหญ่ เลี้ยวไม่ถูกห้อง ไปห้องฉีด ‘วัคซีนโควิด-19’ จึงได้ฉีดวัคซีน ‘ซิโนแวค’ แทนเป็นเข็มที่ 2 อาการใกล้กันไม่มี ด้วยเหตุนั้น ในช่วงเวลานี้จึงอยู่ระหว่างการเรียนกรณีแบบนี้ว่าถ้าเกิดฉีดขัดแบรนด์จะเป็นอย่างไร แล้วก็สิ่งที่จำต้องคำนึงถัดไป คือ ถ้าเกิดฉีดครบ 2 เข็มแล้ว เข็มที่ 3 ต้องการจะฉีดแบรนด์อื่น ด้วยเหตุว่าวัคซีนที่มีหลายบริษัท ถ้าเกิดขัดไปๆมาๆจะเป็นอย่างไร ต้องมีการเรียนออกมาให้ชัดเจน” ศาสตราจารย์นพ.ยง กล่าว

• อาสาสมัคร ‘ฉีดวัคซีนต่างประเภท’

ที่ผ่านมา ทางโครงงานฯ ได้เปิดรับสมัครอาสาสมัครรับวัคซีนเข็มอันดับหนึ่งแล้วก็สอง ต่างประเภทกัน โดยกรุ๊ปแรกจะฉีดเข็มแรกเป็นซิโนแวค เข็มที่ 2 เป็นแอสตร้าเซนเนก้า แล้วก็อีกกรุ๊ปจะฉีดเข็มแรกเป็นแอสตร้าเซนเนก้า เข็มที่ 2 เป็นซิโนแวค แล้วก็จะมีการบันทึกอาการใกล้กันของวัคซีนแล้วก็ตรวจวัดภูมิคุ้มกันเป็นระยะ เพื่อได้ข้อมูลทางด้านวิชาการก่อนเอาไปใช้จริง

สำหรับ คุณลักษณะของอาสาสมัคร อย่างเช่น

1. อายุ 18 ปีขึ้นไป

2. อาศัยอยู่ในกรุงเทวดาหรือละแวกใกล้เคียง แล้วก็สะดวกเดินทางมารับวัคซีนแล้วก็เจาะเลือดตามนัด (ในวันแล้วก็เวลาราชการ)

3. ไม่เคยติดเชื้อโรคไวรัสโคโรทุ่งนา 2019 มาก่อน

4. ไม่เคยได้รับวัคซีนโควิด-19 มาก่อน

5. ไม่มีประวัติความเป็นมาโรคภูมิแพ้ หรือเคยแพ้องค์ประกอบของสารที่อยู่ในวัคซีน

6. อาสาสมัคร สมัครใจร่วมโครงงานโดยยอมเป็นลายลักษณ์อักษร

7. ไม่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ที่จำต้องนอนโรงพยาบาล

8. ไม่กินยากดภูมิคุ้มกัน

9. ไม่มีประวัติความเป็นมาโรคมะเร็ง โรคภูมิต้านทานบกพร้อม จากการได้รับเชื้อเอชไอวี หรือเป็นมาโดยกำเนิด

ทั้งนี้ ภายหลังที่ประกาศเพียง 6 ชั่วโมง มีผู้สมัครถึงกว่า 700 คน จากที่ขอคณะกรรมการจรรยาบรรณ เพื่อศึกษาวิจัยเพียง 90 คน เพื่อสำเร็จอย่างพิถีพิถันแล้วก็ถัดไปจะได้เอาไปใช้ได้จริง

นอกจากนี้ ผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 แล้วก็ เข็มที่ 2 ต่างประเภทกัน เมื่อฉีดข้างหลังเข็มที่ 2 แล้วครบ 1 เดือนแล้วก็อยากได้ตรวจภูมิคุ้มกันข้างหลังฉีดเข็มที่สอง ทางศูนย์ฯ ยินดีที่จะตรวจภูมิคุ้มกันให้ สามารถซักถามรายละเอียดต่างๆนอกเหนือจากนี้ถึงที่เหมาะ ศูนย์ชำนิชำนาญด้านไวรัสวิทยาสถานพยาบาล ภาควิชาแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร 02-256-5324 แล้วก็ 02-256-4909

• ตระเตรียม สถานการณ์โควิดกลายจำพวก

ศาสตราจารย์นพ.ยง กำหนดเพิ่มอีกว่า สำหรับ โควิด-19 สายพันธุ์ไวรัสเดลต้า (ประเทศอินเดีย) มีการพูดว่าจะก่อให้ประสิทธิภาพของวัคซีนต่ำลง แต่ก็เพียงเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์เบต้า (แอฟริกาใต้) การระบาดของประเทศไทยในช่วงเวลานี้ยังเป็นสายพันธุ์อัลฟ่า (อังกฤษ) เจอได้ถึงจำนวนร้อยละ 96 วัคซีน ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ แล้วก็ ‘ซิโนแวค’ สามารถลดความรุนแรงแล้วก็ลดอัตราเจ็บไข้ตายได้ดังเช่นการศึกษาที่จังหวัดภูเก็ต
“ในอนาคตถ้าหากมีการระบาดสายพันธุ์เดลต้าหรือประเทศอินเดียแล้วก็จะต้องใช้ภูมิคุ้มกันที่ระดับสูงขึ้น พวกเราจะฉีดเพิ่มด้วยวัคซีนอะไรที่มีเป็นต้นว่า ซิโนฟาร์ม ไฟเซอร์ โมเดอร์ทุ่งนา ก็เป็นได้ เพียงกระตุ้นเข็มเดียวไม่ว่าจะเป็นวัคซีนอะไรก็จะสำเร็จภูมิคุ้มกันสูงมากมายจะสูงมากขึ้นอีกเป็น 10 เท่า ตามหลักทฤษฎีของวัคซีนในเข็มกระตุ้น”

• ข้อมูลพื้นฐาน ‘ฉีดวัคซีนต่างประเภท’ ภูไม่ฯ สูงมากขึ้น

ในทำนองเดียวกันข้อมูลพื้นฐานของศูนย์ฯ ที่ทำวิจัยอยู่ พบว่า การให้วัคซีน ‘ซิโนแวค’ เข็มแรก แล้วกระตุ้นด้วย’แอสตร้าเซนเนก้า’ ได้ภูมิคุ้มกันที่สูงมากมาย มากกว่าการให้’ซิโนแวค’ 2 เข็ม แล้วก็ระดับสูงเป็นน้องๆไฟเซอร์ ด้วยเหตุนั้น ในภาวการณ์ตอนนี้ พวกเราควรรีบให้วัคซีนไปก่อนให้ครบแล้วก็ครอบคลุมพลเมืองให้สูงที่สุด เพื่อคุ้มครองปกป้องการป่วยแล้วก็การเสียชีวิตให้เร็วที่สุด แล้วก็เมื่อเชื้อกลายพันธุ์ที่ทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนต่ำลงก็สามารถกระตุ้นด้วยวัคซีนอื่นๆหรือวัคซีนชนิดเดียวกันให้ภูมิสูงเพียงพอสำหรับในการคุ้มครองปกป้องไวรัสกลายพันธุ์นั้น จนกระทั่งจะมีวัคซีนใหม่ที่เฉพาะกับไวรัสกลายพันธุ์
“พวกเราเป็นไปไม่ได้เลือก เดี๋ยวนี้มีวัคซีน 2 ตัวก็ให้ให้เร็วที่สุด ในอนาคตถ้าหากมีวัคซีนมากมายเพียงพอแล้วก็หลายประเภท คนใดกันแน่จะเป็นตัวกระตุ้นด้วยวัคซีนอะไรก็สามารถทำเป็น อย่าไปห่วงกับปัญหาที่ยังไม่เกิดอย่างที่มีเสียงโจษขานกันมากมายขนาดนี้” ศาสตราจารย์นพ.ยง กำหนด

jula1

• ศึกษา ‘ฉีดวัคซีนต่างประเภท’ ในต่างประเทศ

สำหรับประเทศ “ประเทศสเปน” รอยเตอร์ส รายงานผลการค้นคว้า “โครงงานคอมไบแวคซ์” ที่ทำงานโดยสถาบันสุขภาพคาร์ลอสที่ 3 ซึ่งได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลประเทศสเปน โดยใช้อาสาสมัคร อายุระหว่าง 18-59 ปี จำนวน 670 คน ซึ่งทั้งปวงได้รับวัคซีน ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ ในโดสแรก แล้วก็ในจำนวนนี้ 450 คน ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์เป็นโดสที่ 2 พบว่า มีความปลอดภัยแล้วก็มีคุณภาพสูง มีค่าแอนติบอดี อิมมูโนโกลบูลินจี (IgG) ในกระแสเลือด สูงขึ้นยิ่งกว่า 30-40 เท่า เมื่อเทียบกับกลุ่มของตัวอย่างที่ได้รับวัคซีน ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ เพียงโดสเดียว
แล้วก็มีค่าแอนติบอดีมากขึ้น 7 เท่า ซึ่งจัดว่ามากกว่าอย่างมีความนัยยะสำคัญ เมื่อเทียบกับกรุ๊ปที่ฉีดวัคซีน ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ ทั้ง 2 โดส ซึ่งเจอแอนติบอดีมากขึ้น 2 เท่า โดยมีเพียงจำนวนร้อยละ 1.7 ของผู้เข้าร่วมการทดลอง ที่มีรายงานเจอผลกระทบร้ายแรง เป็นต้นว่า ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ และไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว

ด้าน “อังกฤษ” มีโครงงานศึกษา “ไม่กซ์ แอนด์ แมทช์” ซึ่งไม่นานมานี้ ได้เผยผลการค้นคว้าว่า ประชากรที่ได้รับวัคซีนไฟเซอร์ภายหลังจากได้รับวัคซีนของ ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ มีลักษณะใกล้กันน้อยถึงปานกลาง เป็นต้นว่า ปวดหัว สั่นเทิ้ม มากกว่าที่คนเป็นผลใกล้กันถ้าเกิดได้รับวัคซีนตัวเดียวกัน 2 โดส
สำหรับ “แคนาดา” ตอนนี้มีการอนุมัติใช้วัคซีน 4 ประเภท อย่างเช่น โมเดอร์ทุ่งนา , ไฟเซอร์ , แอสตร้าเซนเนก้า แล้วก็ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน แต่หลายพื้นที่ในแคนาดาเริ่มยับยั้งการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า สำหรับในการฉีดเข็มแรก จากความไม่สบายใจหัวข้อการเกิดลิ่มเลือด

โดยเมื่อวันที่ 1 ไม่.ย. คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านภูมิต้านทานแห่งชาติแคนาดา (National Advisory Committee on Immunization: NACI) อนุญาตให้เข้ารับ ‘วัคซีนโควิด-19’ โดสแรกแล้วก็โดสสองต่างประเภทกันได้ ใน 3 ประเภท คือ ไฟเซอร์ โมเดอร์ทุ่งนา แล้วก็ ‘แอสตร้าเซนเนก้า’ อย่างไรก็ตาม สาธารณสุขแคนาดา ก็ยังขอให้ชาวแคนาดาฉีดวัคซีนชนิดเดียวกันถัดไปถ้าเกิดเป็นได้

นอกจากนี้ ในประเทศอื่นๆเป็นต้นว่า จีน ประเทศฟินแลนด์ ประเทศฝรั่งเศส ประเทศนอร์เวย์ รัสเซีย เกาหลีใต้ ประเทศสวีเดน ประเทศสหรัฐอเมริกา ยังมีการศึกษาหัวข้อนี้เช่นกัน