เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ลิเวอร์พูล และบาร์เซโลนาจะเผชิญหน้ากันในเกมแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกแรก ที่คัมป์ นู ในค่ำคืนวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นการเจอกันครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2007 ระหว่างแชมป์ลา ลีกา หมาดๆ และรองแชมป์เก่ารายการนี้

ลิเวอร์พูล และบาร์เซโลนาจะเผชิญหน้ากันในเกมแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ เลกแรก ที่คัมป์ นู ในค่ำคืนวันศุกร์นี้ ซึ่งจะเป็นการเจอกันครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2007 ระหว่างแชมป์ลา ลีกา หมาดๆ และรองแชมป์เก่ารายการนี้

และนี่คือ 3 ตัวแปรสำคัญที่ คริส ชอว์ ผู้สื่อข่าวจากเว็บไซต์สโมสรมองว่าจะเป็นตัวชี้ขาดเกมนัดแรก…

ลิโอเนล เมสซี v แอนดี โรเบิร์ตสัน

หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล เมสซีที่เพิ่งคว้าแชมป์ลีกสเปนสมัยที่ 10 ทำประตูให้ทีมเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เขายังดาวซัลโวรายการนี้ที่ 10 ประตู รวมถึง 2 ประตูในเกมถล่มแมนฯ ยูไนเต็ด 3-0 ต้นเดือนนี้ และเอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ มักส่ง 3 ประสานร่วมกับสองอดีตนักเตะลิเวอร์พูล อย่าง หลุยส์ ซัวเรซ และฟิลิปเป้ คูตินโญ่

 “พวกเขามีสามประสานในแดนหน้าที่น่าเหลือเชื่อ และอันตรายในเกมรุก และชัดเจนว่าพวกเขามีนักเตะที่ดีที่สุดในโลกตามความเห็นของผม” แอนดี โรเบิร์ตสันที่น่าจะดวลกับเมสซีโดยตรงกล่าว

 “เราทุกคนต้องเตรียมพร้อม เพราะว่าเขาจะลอยละล่องไปทั่วสนาม คุณดูเขา และบางครั้งเขากลับไปอยู่ในตำแหน่งตรงเซนเตอร์ฮาล์ฟ เอาบอลขึ้นมาจากหลัง และทำอะไรต่างๆ เหล่านี้”

 “ซึ่งเขาจะเริ่มต้นจากด้านขวา แต่ผมเตรียมพร้อมสำหรับการที่เขาจะไม่อยู่กับที่ แต่ผมรู้ว่าเขาจะวิ่งเข้ามาหาเราในหลายๆ จังหวะ และมันเกี่ยวกับวิธีการที่เราจะรับมือมัน เราต้องตั้งรับเป็นกลุ่ม”

หลังจากทำไป 13 แอสซิสต์ในฤดูกาลนี้ โรเบิร์ตสันหวังว่า จะมีส่วนในเกมรุกเช่นเดียวกัน โดยดาวเตะสก็อตลงเล่นทุกเกมขาดไปนัดเดียวที่ช่วยให้ทีมผ่านเข้าชิงชนะเลิศ 1 ปีก่อน และวิ่งไป 88 กม. จาก 9 เกมแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลนี้ และถ้าเขาทำให้เมสซีเงียบได้ เหมือนกับ 2 เกมที่พบกับหงส์แดงในปี 2007 อาจจะเป็นโอกาสดีของหงส์แดงที่จะทำผลงานออกมาได้ดีในสเปน

เซร์จิโอ บุสเกตส์ v จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

การช่วยให้แดนกลางทั้งสองฝั่งเล่นอย่างลื่นไหล ทั้งบุสเก็ตส์ และเฮนเดอร์สันอาจจะไม่ได้ดวลกันตรงๆ ในเกมนี้ อย่างไรก็ตามทั้งสองคนจะเป็นรากฐานการเล่นของแต่ละฝั่ง

บุสเก็ตส์ที่มีดีกรีแชมป์รายการนี้ 3 สมัย มีสถิติจ่ายบอลมากที่สุด (834)  และสำเร็จ (783) ในรายการนี้ของฤดูกาลนี้ และคุมพื้นที่มากที่สุด (101.7 กม.) มากกว่าเพื่อนร่วมทีมคนใด ขณะที่ลิเวอร์พูล และเฮนเดอร์สันต้องพยายามหลบล้างการคุมจังหวะในแดนกลางของเขา

กับการยืนสูงขึ้นในแดนกลางตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา เจ้าของเบอร์ 14 เพิ่งทำอีกหนึ่งแอสซิสต์ให้ซาดิโอ มาเน่ ในเกมชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ และเป็นครั้งที่ 4 จาก 6 เกมหลังสุดทุกรายการ รวมถึงการเพิ่งทำประตูมาในเกมต้นเดือน เม.ย.

ฆอร์ดี อัลลา v โมฮาเหม็ด ซาลาห์

โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เรียกฟอร์มกลับมาเป็นหัวใจในเกมรุกของลิเวอร์พูลอย่างถูกเวลาอีกครั้ง หลังจากทำ 2 ประตูจาก 5 ในเกมชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ มันยังรวมเป็น 5 ประตูจาก 6 เกมหลังสุดที่นักเตะอียิปต์ทำได้ระหว่างสร้างสถิติทำ 69 ประตูให้กับหงส์แดง มากที่สุดจาก 100 เกมแรก

การครองบอลอันชาญฉลาด และมักจะหาช่องเติมเกมรุก ไม่มีใครทำแอสซิสต์ได้ดีกว่าอัลบาวัย 30 ปี ที่ทำไป 4 แอสซิสต์ในแชมเปียนส์ลีก และรวมถึงอีก 1 ประตู เขายังครอสมากที่สุด 25 ครั้งในรายการนี้ แม้ว่าเป้าหมายหลักของเขาน่าจะเป็นการหยุดซาลาห์มากกว่าขึ้นเกมรุก

มีแค่สตีเวน เจอร์ราร์ด (30) ที่ทำประตูให้ลิเวอร์พูลในแชมเปียนส์ลีกมากกว่าซาลาห์ ที่ตอนนี้ทำไปถึง 15 ประตูตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมหงส์แดงในปี 2017