เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ลิเวอร์พูลต้องพบกับความผิดหวังในการไปเยือนอาร์เซนอลที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ออกมา แม้จะยิงนำไปก่อนก็ตาม

ลิเวอร์พูลต้องพบกับความผิดหวังในการไปเยือนอาร์เซนอลที่เอมิเรตส์ สเตเดียม เมื่อต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ออกมา แม้จะยิงนำไปก่อนก็ตาม

รายชื่อนักเตะ

11 ตัวจริง: อลิสสัน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, ไวจ์นัลดุม, อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, มาเน่, ซาลาห์ และเฟอร์มิโน่

สำรอง: อาเดรียน, ลอฟเรน, เกอิต้า, มินามิโนะ, ชากิรี, โอริกี, โจนส์, เอลเลียตต์ และวิลเลียมส์

จังหวะสำคัญในเกม

  • นาที 20 มาเน่ยิงให้ลิเวอร์พูลนำ 0-1
  • นาที 32 ลากาแซตต์ตีเสมอให้อาร์เซนอล 1-1
  • นาที 44 เนลสันยิงให้อาร์เซนอลนำ 2-1

เกมในครึ่งแรก

ลิเวอร์พูลลงเล่นเกมที่ 36 ของพรีเมียร์ลีก โดยไปเยือนอาร์เซนอล และเป็นการไปเยือนทีมเก่าของอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ที่ได้เป็นตัวจริงในนัดนี้

ในช่วง 5 นาทีแรกของเกม อาร์เซนอลได้มีโอกาสเตะมุมก่อน แต่จังหวะสุดท้ายยังเจาะลิเวอร์พูลไปไม่ได้ เกมดำเนินเรื่อยมาจนถึงนาที 11 มาเน่ถูกทำฟาวล์ ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิกนอกกรอบแต่ยังทำอะไรไม่ได้เช่นกัน

แต่ลิเวอร์พูลมาได้ประตูขึ้นนำจากการทำเกมที่สวยงาม โดยโรเบิร์ตสันขึ้นบอลมาทางกราบซ้าย ก่อนจะตวัดเข้ากลางมาให้มาเน่ที่สอดขึ้นมายิงกลางประตูให้ลิเวอร์พูลนำอาร์เซนอลทันทีในนาที 20

หลังขึ้นนำ ลิเวอร์พูลโหมบุกต่อเนื่องและได้กดดันจากจังหวะเตะมุมในนาทีต่อมา

แต่หลังจากคูลลิงเบรก ในนาที 32 ฟาน ไดจ์ค เสียการครองบอลก่อนจังหวะคืนหลังจะสั้นไป ทำให้ลากาแซตต์ฉกบอลไปยิงผ่านมืออลิสสันเข้าไปให้อาร์เซนอลตีเสมอ 1-1
ก่อนหมดเวลา 3 นาที ลิเวอร์พูลได้โอกาสจากจังหวะตัดบอลของฟาบินโญ่ ก่อนที่บอลจังหวะสองจะมาเข้าทางซาลาห์และได้ยิง แต่กลับถูกสกัด
แต่ลิเวอร์พูลกลับมาถูกขึ้นนำในนาที 44 จากจังหวะที่อลิสสันออกบอลไม่ดี ก่อนที่ลากาแซตต์จะวิ่งมารับบอลแล้วผ่านให้เนลสันยิงเข้าไปให้อาร์เซนอลขึ้นนำ 2-1 เพียงไม่กี่นาทีก่อนจบครึ่งแรก

เกมในครึ่งหลัง

ลิเวอร์พูลเกือบได้ประตูตีเสมอในนาที 50 เมื่อซาลาห์ได้โอกาสในจังหวะชุลมุนในกรอบ แต่ยิงไปติดกองหลังอาร์เซนอลแฉลบออกไป ส่วนในนาที 51 มาเน่สอดขึ้นมาจิ้ม แต่ยังไม่ได้

ลิเวอร์พูลโดยซาลาห์เกือบทำประตูได้ แต่มาร์ติเนซโชว์ซูเปอร์เซฟปัดบอลปลายมือออกไปในนาที 55

คล็อปป์ส่งเกอิต้า และมินามิโนะ ลงมาแทนอ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน และเฟอร์มิโน่ ในนาที 61 ก่อนที่มินามิโนะจะได้โอกาสยิงไกลในนาทีต่อมา แต่บอลผ่านเสาไกลออกหลังไป

มินามิโนะที่เพิ่งลงมา ถูกทำฟาวล์ ลิเวอร์พูลได้ฟรีคิก ก่อนที่ชาก้าจะโหม่งออกหลังไป ลิเวอร์พูลได้เตะมุมต่อ

ลิเวอร์พูลต่อบอลในแดนอาร์เซนอลอยู่นานในช่วงนาที 67 ก่อนที่ในนาที 70 มาเน่จะหยอดบอลมาให้ซาลาห์ที่รออยู่ในกรอบ จะโหม่งตรงตัวผู้รักษาประตู

ในช่วง 8 นาทีสุดท้าย คล็อปป์ส่งชากิรี และโอริกี มาแทนไวจ์นัลดุม และซาลาห์

มาเน่ได้โอกาสใกล้เคียงมากในนาที 86 เมื่อได้ดวลตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู แต่ยิงเฉี่ยวเสาออกไป

ในช่วงนาทีสุดท้าย อาร์เซนอลได้โอกาสทอง แต่วิลล็อควางเท้าผิด บอลจึงปลิ้นออกไปแบบไม่ได้ลุ้น จากนั้นกรรมการทดเวลาบาดเจ็บครึ่งหลัง 5 นาที

ลิวอร์พูลได้เตะมุมติดต่อกันหลายครั้งในช่วงท้ายเกม แต่ไม่สามารถฉกฉวยโอกาสในการทำประตูตีเสมอได้ จึงต้องกลับเมอร์ซีย์ไซด์ด้วยมือเปล่า และหมดโอกาสในการทำสถิติเก็บ 100 คะแนนเต็ม เพราะเหลือเกมในมืออีกแค่เพียง 2 นัดก่อนจบฤดูกาล