เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ยับเฉยเลย! ไฮไลท์ แมนซิตี้ 4-0 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก – ‘หริ่ง’ ป่วนจัดทั้งซัดทั้งเรียกโทษ

ยับเฉยเลย! ไฮไลท์ แมนซิตี้ 4-0 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก – ‘หริ่ง’ ป่วนจัดทั้งซัดทั้งเรียกโทษ

แมนซิตี้ พบ ลิเวอร์พูล – เมื่อคืนที่ผ่านมา (3 กรกฎาคม) เวลา 02.15 น. การแข่งขันฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2019-2020 นัดที่ 32 เกม ณ สนามเอติฮัด สเตเดียม “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทีมล่าสุด

11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

  • แมนเชสเตอร์ ซิตี้: (GK) เอแดร์ซอน, วอล์คเกอร์, การ์เซีย, ลาปอร์กต์, เมนดี้, โรดรี้, กุนโดกาน, เดอ บรอยน์, โฟเด้น, เฆซุส และ ราฮีม สเตอร์ลิง
  • ลิเวอร์พูล: (GK) เอแดร์ซอน, อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โกเมซ, ฟาน ไดจค์, โรเบิร์ตสัน, ฟาบินโญ่, เฮนเดอร์สัน, ไวจ์นัลดุม, มาเน่, ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่

เกมบิ๊กแมตช์ประจำค่ำคืนวันพฤหัสบดีระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” และ “หงส์แดง” กุนซือทั้งสองทีมจัดเต็มไม่มีกั๊ก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า พักผู้เล่นจากแมตช์ เอฟเอ คัพ แค่บางส่วนโดยส่ง กาเบรียล เฆซุส ยืนค้ำเป็นกองหน้าตัวกลาง ขณะที่ ฟิล โฟเด้น ได้รับโอกาสลงสนามมาเล่นร่วมกับพี่ๆ วันนี้

ขณะที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ ส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนาม นำมาโดยสามประสาน ซาลาห์ มาเน่ และ ฟีร์มิโน่

นาทีที่ 4 หงส์แดง ได้ลุ้นก่อน เวอร์จิล ฟาน ไดจค์ ตักยาวจากแดนหลังถึง โม ซาลาห์ ได้ยิงเน้นๆ แต่ยังเจอ เอแดร์ซอน ปัดได้ บอลไปเข้าทาง ฟีร์มิโน่ แต่เจ้าตัวก็ยิงไม่ถนัด ลิเวอร์พูล เกือบออกนำเร็ว

Embed from Getty Images

นาทีที่ 9 เควิน เดอ บรอยน์ ได้ขึ้นเกมมาจ่ายให้ ฟิล โฟเด้น ทางด้านขวา บอลกลับมาเข้าทาง เคดีบี อีกรอบได้หวดแต่ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ก็บล็อกเอาไว้ได้ ก่อน อลิสซอน จะตามมาเคลียร์ทิ้งไป

นาทีที่ 13 อิลคาย กุนโดกัน ไปม้วนในแดนตัวเอง เจอฉกไปได้บอลเกือบถึง ซาดิโอ มาเน่ แต่ยังดีที่แนวรับของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ช่วยกันเคลียร์ทิ้งไปก่อน เครื่องจักรสีแดง คึกคักกว่าช่วงต้นเกม

นาทีที่ 19 อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดจากริมเส้นทางขวามาถึง ฟีร์มิโน่ ส่งต่อให้ โม ซาลาห์ ลากเข้าซ้ายแล้วซัดไปชนเสาเสียงดังฟังชัด บอลเข้าทาง มาเน่ แต่ยังไม่พร้อมเล่น ทีมเยือน เกือบนำ

PENALTY!นาทีที่ 24 ราฮีม สเตอร์ลิง โชว์ความสามารถเฉพาะตัวพลิกบอลสู้กับ โจ โกเมซ อริเก่า สุดท้ายเหลี่ยมดีกว่าตัดสินใจล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินไม่รอช้าเป่านกหวีดเป็นจุดโทษทันที

Embed from Getty Images

GOAL! เดอ บรอยน์ รับหน้าที่สังหาร ซัดเข้าไปทางซ้ายมือตัวเอง อลิสซอน พุ่งผิดทาง ซิตี้ นำก่อน 1-0

Embed from Getty Images

นาทีที่ 29 เดอ บรอยน์ คนเดิม จังวะแทงเดิมๆ ให้ เฆซุส หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษทางฝั่งขวาอีกแล้ว เจ้าตัวหมุนหลบ โรเบิร์ตสัน มาได้ดื้อๆ ก่อนตัดสินใจยิงแต่แป้กออกหลังไปอย่างน่าผิดหวัง

นาทีที่ 32 ฟาบินโญ่ จ่ายให้ ‘บังโม’ เกือบหลุดไปยิงแต่ เอแดร์ซอน ยังโชว์จังหวะ Sweeper-Keeper ออกมาสกัดบอลจากนอกเขตโทษไว้ได้ แม้จะดูเหมือนเป็นลูกแฮนด์บอล แต่ผู้ตัดสินไม่ว่าอะไร

GOAL! นาทีที่ 34 แมนฯ ซิตี้ ได้บอลสวนกลับจากแดนหลัง โรดรี้ ออกให้ เฆซุส ต่อให้ โฟเด้น จ่ายยัดไปให้ ราฮีม สเตอร์ลิง แตะยาวๆ ทำเอา โจ โกเมซ หลงทาง ก่อนซัดด้วยขวาเข้าไป สกอร์เป็น 2-0

Embed from Getty Images

GOAL! นาทีที่ 45 “เดอะ ซิติเซนส์” มาฝังตั้งแต่ก่อนจบครึ่งเวลาแรก คราวนี้เป็นจังหวะต่อบอลกันแบบสวยๆ อีกแล้ว โรดรี้โฟเด้นกุนโดกานโฟเด้น ก่อนชิ่งต่อให้ เดอ บรอยน์ แตะให้ โฟเด้น หลุดเข้ามาในกรอบเขตโทษโล่งๆ หวดสวนตัว อลิสซอน เข้าไปเลย จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 ลิเวอร์พูล

Embed from Getty Images

ครึ่งหลัง คล็อปป์ แก้เกมเอา โจ โกเมซ ออกไปพัก แล้วส่ง อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ลงสนามมาแทน

นาทีที่ 49 เทรนต์ ไปทุ่มบอลเข้าทาง กาเบรียล เฆซุส หน้าตาเฉย ขโมยบอลบอลมาถึงเส้นกรอบเขตโทษ ก่อนตัดสินใจยิง ทิศทางน้ำหนักไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เข้าซองของ อลิสซอน เบคเกอร์

นาทีที่ 50 จากจังหวะสวนกลับของ ซิตี้ อีกแล้ว ราฮีม สเตอร์ลิง ได้บอลเลี้ยงมาตรงแด่ว ไม่คิดอะไรมาก ก่อนยิงไปแฉลบแนวรับ ลิเวอร์พูล บอลหลุดกรอบไปแค่นิดเดียวเท่านั้น หงส์ เกือบโดนอีก

นาทีที่ 51 กุนโดกัน โยนไปให้ เดอ บรอยน์ หลุดโล่งๆ ทางขวา เพลย์เมคเกอร์เบลเยียม หักให้ โฟเด้น ได้วางเท้ายิงเน้นๆ บอลผ่าน อลิสซอน กำลังจะเข้าประตูอยู่แล้วแต่ ฟาน ไดจค์ สกัดเส้นยาแดง

นาทีที่ 54 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน แทงเข้ากรอบเขตโทษให้ ซาดิโอ มาเน่ โอกาสโคตรงาม แต่เจ้าตัวไม่รู้ไปเบลออะไร ปล่อยทิ้งไปดื้อๆ สุดท้าย เอแดร์ซอน ไปตามเก็บมาได้ ลูกนี้ “เดอะ ค็อป” งงมาก

Embed from Getty Images

ภาพตัดกลับมาอีกที ซิตี้ ได้บุกมาถึงกรอบเขตโทษ โฟเด้น ได้ลองซัด แต่ก็เข้าซองของ อลิสซอน

นาทีที่ 57 ลิเวอร์พูล ได้ลุ้นจุดโทษจากจังหวะที่ ไคล์ วอล์คเกอร์ ไปทำฟาล์ว มาเน่ แต่ VAR เช็คแล้วเป็นแค่ฟรีคิก อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ขอลองยิงเสาแรกก็ออกหลังไปอีก อะไรๆ ก็ไม่เข้าทาง

นาทีที่ 61 ซิตี้ ไปจ่ายบอลพลาดหน้าประตูตัวเอง ฟีร์มิโน่ ได้หาจังหวะซัดก็เจอบล็อกของแนวรับ เรือใบ บอลมาเข้าทาง แชมเบอร์เลน ได้ตะบันอีกครั้งก็ติดบล็อกอีก วันนี้ไม่ใช่วันของ ลิเวอร์พูล จริงๆ

GOAL! นาทีที่ 66 ริยาด มาห์เรซ ที่ลงมาในฐานะตัวสำรอง ไปขโมยบอลมาจาก เทรนต์ มาได้ ก่อนจ่ายให้ โรดรี้ ยกยาวๆ มาให้ เดอ บรอยน์ ก่อนถวายพานแบบเคยๆ ให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ล็อคเข้าในยิงไปที่เสาสอง ทิศทางยังไม่ชัวร์ว่าจะเข้าประตู แต่ อ็อกซ์เลด ที่พยายามจะสกัดไปทำบอลตุงตาข่ายซะงั้น ซิตี้ ทิ้งห่างเป็น 4-0 ลูกนี้ พรีเมียร์ลีก ให้เครดิตเป็นการทำเข้าประตูตัวเองของ ดิ อ็อกซ์

Embed from Getty Images

นาทีที่ 76 เนโก วิลเลียมส์ ดาวรุ่งที่เพิ่งลงมาเป็นตัวสำรองแทนที่ของ อาร์โนลด์ ยัดให้ ซาลาห์ ในเขตโทษ กองหน้าอียิปต์ หมุนตัวปั่นด้วยซ้าย แต่ เอแดร์ซอน ก็พุ่งไปเซฟไว้ไม่ได้ยากเย็นอะไร

นาทีที่ 80 เดอ บรอยน์ จ่ายโล่งๆ มาให้ ริยาด มาห์เรซ ได้ดวลกับแนวรับลิเวอร์พูลอีกแล้ว มาห์เรซ ตัดสินใจหาจังหวะซัดเอง แต่ก็ไม่ตรงกรอบ

GOAL! นาทีที่ 90+4 เมนดี้ เปิดยัดให้ มาห์เรซ ชิ่ง 1-2 กับ โฟเด้น แบบล้มลุกคลุกคลาน หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ มุมไม่มีแล้ว แต่ มาห์เรซ ยังยิงยัดเข้าไปที่เสาแรกตุงตาข่าย แมนซิตี้ ระดมยิง 5 เมล็ด

VAR! ผลปรากฏว่า จังหวะที่ มาห์เรซ ชิ่งกับ โฟเด้น บอลไปโดนมือ เจ้าหนูวัย 20 ปี เสียก่อน ทำให้ผู้ตัดสินต้องดึงประตูกลับ หมดเวลา 90 นาที แมนซิตี้ เปิดบ้านถล่ม ลิเวอร์พูล 4-0

Embed from Getty Images

Some of the best shots after that huge win! ?

Posted by Manchester City on Thursday, July 2, 2020

จบเกมที่เอติฮัด

Posted by Liverpool FC on Thursday, July 2, 2020

ยับเฉยเลย! ไฮไลท์ แมนซิตี้ 4-0 ลิเวอร์พูล : พรีเมียร์ลีก - 'หริ่ง' ป่วนจัดทั้งซัดทั้งเรียกโทษ | ข่าวโดย Thaiger

ภาพจาก Whoscored.com