เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

มีทั้งมีม, เสื้อยืน และวีดีโอหลายล้านวิว

มีทั้งมีม, เสื้อยืน และวีดีโอหลายล้านวิว

สี่คำที่เรียบง่าย แต่ชัดเจน เป็นคำที่สตีฟ ฮันเตอร์ ผู้บรรยายจากสโมสรลิเวอร์พูลที่จับความรู้สึกได้ว่าช็อก และตื่นเต้นกับหนึ่งในช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในยุคใหม่ของสโมสร

 “Corner taken quickly… Origi!”

“เตะมุมเร็ว…โอริกี!”

ทันทีที่ลิเวอร์พูลขึ้นนำบาร์เซโลนา 4-0 ที่แอนฟิลด์ และทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ คัมแบ็กกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ในเกมฟุตบอลยุโรป และผ่านเข้าชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ลีกที่พวกเขาคว้าถ้วยมาครองที่มาดริด

สำหรับสตีฟแฟนตัวยงของหงส์แดงตลอดชีวิตในปีที่ 28 ของเขาในการทำงานหน้าไมโครโฟน เขารับหน้าที่บรรยายเกมจากมุมสูงบนอัฒจันทร์เคนนี ดัลกลิช

“หนึ่งในคำแนะนำที่ดีที่สุดที่ผมให้กับตัวเองตลอดคือแสดงความเห็นไปอย่างที่คุณเห็น” เขากล่าวกับ Liverpoolfc.com

“ผู้บรรยายแต่ละคนจะมีวิธีการของตัวเอง และมันไม่มีอะไรถูก และผิด ผมแค่ชอบบรรยายไปตามสถานการณ์นั้น”

“มันเป็นค่ำคืนที่น่าเหลือเชื่อ เป็นไปได้ว่าสำหรับผมในแง่การทำงานเป็นค่ำคืนที่ดีที่สุดอันดับสองตลอดกาลของลิเวอร์พูล แต่แอนฟิลด์ล้วนแต่สร้างช่วงเวลาเหล่านี้ออกมา”

“มีคนมากมายตะโกนเรียกผม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อผมโชคดีได้เดินทางไปทัวร์อเมริกาเมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว แต่มันน่าเหลือเชื่อถ้าพูดตามตรง และมันยากจะบรรยายเป็นคำพูด ผมยิ้ม และตื่นเต้นนิดหน่อยเมื่อพวกเขาพูดอะไรแบบนั้น”

“มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่อะคาเดมีตอนอายุแค่ 15 ปี การได้เห็นเขาตั้งแต่ตอนนั้น เขาเป็นเด็กมหัศจรรย์ และเขาคู่ควรกับความสำเร็จทุกอย่างที่เขาทำได้”

“มันพิเศษมาก เป็นค่ำคืนที่พิเศษ และการเดินหน้าต่อไปจนคว้าแชมป์สมัยที่ 6 มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นมาก”

ลิเวอร์พูลคือรักแรกของสตีฟ ที่ถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่นแม่ของเขา และความสนใจในเกมนี้มากจากอัลฟ์ โจนส์ ลุงของเขาที่เป็นนักเตะอาชีพจากการลงเล่นให้กับลีดส์ ยูไนเต็ด, ลินคอร์น ซิตี้ และวีแกน ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญที่การประเดิมสนามของเขาเกิดขึ้นที่แอนฟิลด์ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล 1960-61 ที่หงส์แดงมีนักเตะอย่างโรเจอร์ ฮันต์ และรอนนี่ มอแรน

สตีฟได้มาเยือนสนามที่กลายเป็นที่ทำงานของเขาครั้งแรกในเดือนกันยายน 1984 “คุณแม่รออยู่หลายปี กว่าเธอจะพาผมไปดูเกมแรกที่แอนฟิลด์”

และแม้จะพ่ายต่อเชฟฟิลด์ เว้นสเดย์ก็ไม่ลดทอนความกระตือรือร้นของเขา “ผมเสพติด หลังจากนั้นผมไปดูหงส์แดงบนอัฒจันทร์แอนฟิลด์ โร้ด ที่นั่งในยุค 80 ทุกตัวมีสีแตกต่างกัน ผมรู้สึกทึ่งกับเคมลิน โร้ด และการยืนบนอัฒจันทร์เดอะ ค็อปด้วย”

“ในที่สุดผมก็ได้ ‘บ้าน’ ที่เดอะ แพ็ดด็อค และผมโชคดีมากที่ได้ตั๋วปีอยู่ด้านหลังของซุ้มม้านั่งของคิงเคนนีตั้งแต่ปี 1987 มาจนถึง 1997 ซึ่งมันเป็นที่นั่งที่น่าเหลือเชื่อ”

คู่ขนานไปกับความหลงใหลที่สตีฟมีต่อทีมของเขาที่เพิ่มความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับการบรรยาย ที่เขาได้รับการสนับสนุนจากบุคคลที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น

“จากที่ได้ฟังเสียงบรรยายที่น่าตื่นเต้นจากเดวิด โคลแมน ในวีดีโอเกมเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศ 1974 และการเป็นแฟนตัวยกของปีเตอร์ โจนส์, อลัน กรีน, แบร์รี เดวีส์, จอห์น ม็อตสัน, ไบรอัน มัววร์ และไคลฟ์ ไทล์สลีย์ ผมคิดว่า ‘ว้าว นี่ช่างเป็นงานที่น่าทึ่ง!’ “

เขาเริ่มการพากย์เกมด้วยการบันทึกมันจากเกมฟุตบอลตั้งโต๊ะของ Subbuteo หรือวีดีโอเกม ซึ่งพรสวรรค์ที่แสดงออกมาทำให้ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ก่อนที่งานอดิเรกจะกลายเป็นจริงเมื่อคุณตาของเขาร่วมประมูลในนาทีสุดท้ายของโครงการ1991 Children In Need ที่ทำให้เขาได้โอกาสบรรยายเกมทรานเมียร์ โรเวอร์ส

18 มกราคมปีนั้นเป็นเหมือนกับตัวแทนการเริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นทางการของเขา ผ่านสถานทีของ Arrowe Park Hospital ในเกมที่โรเวอร์สเอาชนะแบรดฟอร์ด ซิตี้ 2-1 ที่เขาทำงานต่อไปหลายปี ก่อนเบนเข็มไปนำหนังสือพิมพ์ Wirral Globe ที่เขายังทำหน้าที่กับทรานเมียร์ต่อ และได้ข้ามเส้นมาร่วมงานกับจอห์น อัลดริดจ์ที่เขากลายเป็นผู้บรรยายร่วมในอนาคตต่อมา

เมื่อเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ สโมสรได้เปิดช่องทางดิจิทัลที่เขาได้ส่งจดหมายให้กับปีเตอร์ โรบินสัน อดีตประธานกรรมการหงส์แดงกับความตั้งใจที่จะรายงานสดทางเว็บไซต์แห่งนี้ และในวันที่ 13 ก.พ. 2000 คือการประเดิมเกมแรกของสตีฟกับลิเวอร์พูลในนัดเยือนอาร์เซนอล

“ผมตื่นเต้นกว่าที่คิด” เขากล่าว “มันเป็นประสบการณ์ที่น่าเหลือเชื่อ และการเดินเข้าไปในพื้นที่สื่อที่ไฮบิวรีเพื่อทำงานให้กับสโมสรลิเวอร์พูลคือความฝันที่กลายเป็นความจริง”

“เรายังชนะอีกด้วย สกอร์ 1-0 ซึ่งต้องขอบคุณติตี้ กามาร่าในชุดสีเขียว ผมได้ทำงานในเกมเยือนอีก 2-3 นัดในฤดูกาลนั้น และหลังจากนั้นผมได้รับคำสั่งที่ต้องการในการกลับไปที่เมอร์ซีย์ไซด์ และเป็นผู้บรรยายอย่างเป็นทางการของสโมสร ผมว้าวมาก มันมหัศจรรย์มาก”

“ฤดูกาลแรกของผมในฐานะผู้บรรยายคือ 2000-01 เทรเบิลแชมป์ภายใต้การคุมทีมของเชราร์ อุลลิเยร์! การได้เห็นนักเตะที่น่าทึ่งในจุดสุดยอดของพวกเขาเอย่างสตีเวน เจอร์ราร์ด, คาร์รา, ร็อบบี ฟาวเลอร์, ไมเคิล โอเว่น, แกรี แม็ค, ดิดี้ ฮามันน์ และซามี ฮูเปียในฤดูกาลแรกเต็มๆ เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ”

“มันเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง และผมรู้สึกเป็นเกียรติในทุกๆ วัน ผมทำมันจริงๆ และคุณต้องหยิกตัวเองในบางครั้ง ในฐานะผู้รอดชีวิตจากฮิลล์สโบโรห์ ผมรู้สึกถ่อมตัวอย่างไม่น่าเชื่อ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ทำงานร่วมงานกับสโมสรแห่งนี้ และได้ทำงานกับคนเก่งๆ มากมาย”

“จากการเป็นแฟนบอล ผมรู้ว่าสโมสรแห่งนี้มีความหมายต่อผู้คนแค่ไหน ทุกๆ แห่งตั้งแต่ลิเวอร์พูลไปจนทั่วโลก และการได้เป็นส่วนหนึ่งของมันเป็นเรื่องที่พิเศษมาก”

สตีฟยังมีงานเขียนให้กับ Liverpoolfc.com การบรรยายในทุกระดับของสโมสรตั้งแต่ทีมชุดใหญ่ ทีมหญิงไปจนถึงอะคาเดมี ไม่ว่าฝนตกหรือแดดออก ใครก็ตามที่ได้ติดตามการบรรยายของเขาจะชื่นชมความรู้ลึก และหลงใหลในสโมสรทั้งหมดของเขากับทุกอย่างที่เกิดขึ้น

“ในฐานะแฟนบอล ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ และเหมือนกับพนักงานของสโมสร มันเหมือนกัน” เขาอธิบาย

“เราทุกคนอยู่ด้วยกันที่นี่ และทุกระดับของอะคาเดมี และทีมหญิง มีคนที่ยอดเยี่ยมมากมายที่ทุ่มเททุกอย่างให้กับสโมสรแห่งนี้ ผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทีมงานทุกคน และได้แบ่งปันช่วงเวลาที่ดี และหัวเราะไปกับพวกเขา”

“ผมภาคภูมิใจอย่างไม่น่าเชื่อกับความจริงที่ผมได้โอกาสบรรยายเกมทีมชุดใหญ่ อะคาเดมี และทีมหญิง และรักทุกๆ วินาทีของมันอย่างแท้จริง”

สตีฟยังย้ำว่าเขา ‘โชคดีสุดๆ’ ที่ได้ชมเกม และบรรยายเกมประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูลมากมายตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา

จากที่กล่าวมาแล้วข้างต้นถึงเทรเบิลแชมป์ในฤดูกาล 2000-01 – “ผมได้บรรยายตอนที่ไมเคิล โอเว่นทำประตูชัยในเกมเอฟเอ คัพ กับอาร์เซนอลต่อหน้าแฟนบอลอาร์เซนอลที่อยู่ตรงหน้าผมในส่วนของพื้นที่สื่อในคาร์ดิฟฟ์ พูดตามตรงแฟนบอลอาร์เซนอลคงคิดว่าผมบ้าไปแล้ว!” มีค่ำคืนที่ยากจะลืมเลือนกับเชลซีในปี 2005, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในปี 2016 และแน่นอนว่าการคัมแบ็กกับบาร์เซโลนา และไปจนถึงการคว้าแชมป์ยูฟา แชมเปียนส์ลีกในมาดริดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

แต่เมื่อให้เลือกช่วงเวลาที่เขาชื่นชอบที่สุด ไม่มีครั้งไหนเกินไปกว่าอิสตันบูลเมื่อ 15 ปีก่อน เมื่อทีมของราฟาเอล เบนิเตซ ไล่ตามหลังเอฟซี มิลาน 3 ประตู กลับมาคว้าแถ้วยหูโตมาครอง ซึ่งสตีฟเองต้องผ่านอุปสรรคหลายอย่างกว่าจะได้บรรยายให้ผู้ฟังในค่ำคืนนั้น

“ถ้าผมต้องเลือกเกมนัดเดียวมันต้องเป็นอิสตันบูลปี 2005” เขากล่าว “การคัมแบ็กได้อย่างที่เราทำกับสตีวี จี และคาร์ร่าเล่นเหมือนซูเปอร์แมน และขบวนแห่งหลังจากนั้น มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อมาก”

“เพราะปัญหาเรื่องสายโทรศัพท์ในพื้นที่สื่อในอตาเติร์ก สเตเดียม ผมไม่สามารถบรรยายผ่านกล่อง ISDN ของผมได้ ดังนั้นผมจึงต้องรายงานผ่านโทรศัพท์มือถึงของผม ใครจะรู้ว่าบิลออกมายังไง!”

“ผมไม่มีคนสรุป และต้องทำเกมนั้นด้วยตัวเอง”

“ผมใช้เวลาตลอดทั้งคืนในห้องรับรองสนามบินเพื่อรอเครื่องบินเจ้าหน้าที่สโมสรของเรา และในที่สุดเมื่อเรากลับมาถึงลิเวอร์พูลผมโชคดีมากที่ได้อยู่ในขบวนรถบัสของนักเตะในเมืองซึ่งน่าทึ่งมาก ผมจะไม่มีวันลืมสิ่งนั้น”

แน่นอนว่าชีวิตของผู้บรรยายต้องใช้เวลามากกว่า 90 นาที ซึ่งต้องมีการค้นข้อมูลก่อนเกมเพื่อสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำถูกต้อง และสตีฟรู้สึกว่าเขาได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีที่ทันสมัย

“เรามีเก็ด เรีย นักสถิติอย่างเป็นทางการของสโมสรที่น่าเหลือเชื่อมาก และเดฟ บอลล์ เพื่อนของเขาก็ยอดเยี่ยมมาก ทั้งคู่เป็นคนที่น่าเหลือเชื่อ พวกเขาประเมินค่าไม่ได้” เขาอธิบาย

“มันเป็นเรื่องของการดูบอลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และค้นข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมคิดว่าทุกวันนี้มีข้อมูลพร้อมใช้มากกวายุค 80 และ90 ที่ยังไม่มีช่องกีฬา 24 ชั่วโมง หรือช่องทางโซเชียลมีเดีย”

“คนจาก LFChistory.net ก็น่าทึ่งมาก ความตั้งใจในส่วนของรายละเอียดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ของสโมสรนั้นสุดยอดมาก”

แม้ว่าจะมีการวางแผนล่วงหน้า แต่มีความท้ายที่มองไม่เห็นเมื่อต้องสื่อสารเหตุการณ์ออกมาในช่วงเวลาจริง

“ผู้บรรยายหลายคนซ้อม 2-3 เกมในสตูดิโอทางทีวี ซึ่งในแง่นี้คุณต้องวางใจว่าทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องพูดอะไร บางครั้งก็ไม่ต้องเลย” สตีฟเน้น

“ภาพก็จะตามมา ภาพรีเพลย์จอาจจะออกมาเมื่อโอกาสทำประตูจะเกิดขึ้น ซึ่งนั่นคือความท้าทายอีกอย่าง”

“กับการนำวีเออาร์มาใช้เช่นกัน คุณวางใจได้ว่าจะมีการตรวจสอบครั้งที่สอง และสาม ฟีดภาพที่แอนฟิลด์จะปิดลงสักพัก ดังนั้นเราน่าจะไม่เห็นรีเพลย์… แต่ถ้าอัลโด้ยืนกรานว่าคู่แข่งล้ำหน้าก็เพียงพอแล้วสำหรับผม ไม่มีอคติอย่างแน่นอน!”

การระงับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกในเวลาหมายความว่าเราทุกคนต้องรอการแก้ไขปัญหาในวงการฟุตบอลต่อไป แต่ชัดเจนว่าความกระตือรือร้นของสตีฟยังไม่ลดลงในการรอต้อนรับหงส์แดงกลับมาลงสนาม และคลื่นของแฟนบอล

“ถ้าแฟนบอลชื่นชอบสไตล์ของผม และมันทำให้พวกเขาสนุกสนาน นั่นก็มีความหมายกับผมมากกว่าสิ่งใด”เขากล่าว “ผมแค่ใช้ชีวิตในวันของผม พยายามให้บริการแฟนบอลของเราทำทั่วโลกให้ดีที่สุด และสนุกกับมันในเวลาเดียวกัน