เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

“มันเกี่ยวกับการไล่ล่าประตูและชัยชนะ” – เจาะลึกสตาร์ดอร์ทมุนด์ ฮาลันด์และชาน ถึงการตามหาถ้วยแชมป์

บทสัมภาษณ์พิเศษผ่าน Goal กับสองสตาร์ดอร์ทมุนด์ ฮาลันด์และชาน เปิดเผยถึงแรงบันดาลใจในการไล่ล่าความสำเร็จในสนาม

การทำประตูนับเป็นงานที่ยากที่สุดในสนามฟุตบอล แต่กองหน้าชาวนอร์เวย์ของทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายๆ

เออร์ลิง ฮาลันด์ ทำไป 7 ประตู จากการลงสนามในลีก 3 นัดแรกกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และมีค่าเฉลี่ยทำประตูอยู่ที่ 1 ลูกต่อนัด นับตั้งแต่ย้ายจากเรด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก มาอยู่กับดอร์ทมุนด์ เมื่อเดือนมกราคม 2020 มันคือตัวเลขสถิติที่เรามักจะนึกไปถึงนักเตะอย่าง ลิโอเนล เมสซี, คริสเตียโน โรนัลโด้ หรือโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ มากกว่าจะเป็นเด็กวัย 20 ปีเช่นนี้

การย้ายทีมจากซัลซ์บวร์กมาอยู่สโมสรใหญ่อย่างดอร์ทมุนด์ มีผลกระทบเพียงน้อยนิดกับฟอร์มในสนามของเขา เมื่อใช้เวลาเพียง 3 นาทีในการลงสนาม ก็ยิงประตูแรกกับต้นสังกัดใหม่ได้ และในอีก 15 นาทีต่อมา เขาก็ยิงแฮตทริคได้สำเร็จในเกมเยือนเอาส์บวร์ก

“ผมในฐานะศูนย์หน้า มันคือการไล่ล่าชัยชนะและประตู เพราะผมเป็นศูนย์หน้า และผมก็ต้องยิงประตู ผมกระหายประตู พวกคุณก็รู้เรื่องนั้นดีอยู่แล้ว” ฮาลันด์กล่าว

Haaland Dortumund Brugge 2020

ในตลาดนักเตะเดือนมกราคม 2020 ยังมีนักเตะอีกคนที่ย้ายเข้ามาพร้อมฮาลันด์ นั่นคือเอ็มเร ชาน ถ้าฮาลันด์คือคนที่เข้ามาเติมความสดในทีม ชานก็คือคนที่เข้ามาเสริมเรื่องความนิ่งและแน่นอนในแผงกองกลาง

นับตั้งแต่ย้ายออกจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซน เมื่อปี 2014 เขาใช้เวลา 4 ฤดูกาลไปกับลิเวอร์พูล และอีก 2 ฤดูกาลกับยูเวนตุสในอิตาลี ก่อนที่จะกลับอยู่ในเยอรมันอีกครั้ง ประสบการณ์ของเขาในอังกฤษและอิตาลี ช่วยให้เขากลายเป็นนักเตะที่เล่นเพื่อทีม และพร้อมจะทุ่มเทเพื่อความสำเร็จของทีมมากกว่าผลงานส่วนตัว

“แน่นอน สำหรับผม ผลงานของผมเป็นเรื่องสำคัญเสมอ ตอนที่ผมเล่นฟุตบอล มันสำคัญมาก แต่มันก็สำคัญเช่นกันสำหรับคนอื่นๆ ที่เหลือในทีม ที่เราทุกคนจะต้องผลงานออกมาดี เราทุกคนต้องทำผลงานได้ และเราทุกคนพร้อมทุ่มเททุกอย่างในสนาม ผมอยากจะชนะ ผมอยากจะชนะเสมอ นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากจะช่วยเพื่อนร่วมทีมมาตลอด

“มันเหมือนครอบครัว ตอนที่เราลงไปในสนาม เราต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน เราต้องปกป้องครอบครัวของเรา นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมถึงมักจะคิดเสมอว่าถ้ามีนักเตะสักคนเลี้ยงผ่านเพื่อนร่วมทีมของผมไป ผมก็ต้องเข้าไปช่วย ผมอยากจะแย่งบอลกลับมา นั่นคือเหตุผลที่ผมเข้าไปช่วยพวกเขาเสมอ” ชานกล่าว

แข้งชาวเยอรมันถือเป็นนักเตะรุ่นใหญ่ภายในทีม และเขาก็ชอบบทบาทในการเป็นผู้นำในสนาม รอบตัวเขาเต็มไปด้วยนักเตะดาวรุ่งอย่าง จิโอ เรย์นา, จู๊ด เบลลิงแฮม และนักเตะทีมชาติเยอรมันก็พร้อมจะช่วยให้บรรดาดาวรุ่งในทีมก้าวไปข้างหน้าต่อไป

“ผมรู้ตอนที่ผมเข้ามาว่าเรามีทีมที่เด็กมากๆ ผมรู้บทบาทของผมดีว่ามันจะต้องแตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมมักจะเป็นกลุ่มนักเตะที่อายุน้อยที่สุด แต่ตอนนี้ผมเป็นหนึ่งในคนที่อายุมากที่สุดไปแล้ว ผมอยากจะเป็นคนที่ส่งเสียงดังๆ หรือเป็นผู้นำภายในทีม ตอนที่ผมยังเด็ก ผมเป็นกัปตันในหลายๆ ทีม ตอนอยู่นอกสนาม ผมอาจจะไม่ใช่คนที่เสียงดังที่สุด แต่ในสนาม ผมคือคนที่เสียงดังที่สุดเสมอ”

Emre Can Borussia Dortmund 2019-20

ทั้งฮาลันด์และชาน ต่างก็ประทับใจกับบรรยากาศในสนามซิกนัล อิดูนา พาร์ค ในวันแข่ง ทางฝั่งเซาธ์สแตนด์ จะมีกำแพงเหลือง ซึ่งเกิดจากแฟนบอล 25,000 คนที่พร้อมจะช่วยเป็นกำลังใจให้นักเตะในสนาม เหมือนเป็นผู้เล่นคนที่ 12 ในเกม

“ที่ดอร์ทมุนด์ ถ้าคุณมีสนามที่มีความจุ 200,000 คน มันก็คงจะเต็มทุกนัด ที่นี่มีบางอย่างที่พิเศษกับแฟนบอลเสมอ ยกตัวอย่างเช่น ผมเคยเล่นในหลายๆ สนามทั่วโลก มันพิเศษมากๆ

“ตอนที่ผมเล่นนัดแรกที่นี่ให้ดอร์ทมุนด์ เราต้องเจอไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต มันเป็นเกมวันศุกร์ ผมจำได้เลย เกมวันศุกร์ มันเต็มเสมอ แต่คุณไม่มีทางรู้บรรยากาศในสนามได้เลย แต่หลังจากนั้น 5 นาที ผมก็มองไปบนอัฒจันทร์ แล้วก็ต้องร้อง ว้าว มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย มันบ้ามาก ทุกๆ เกมที่ดอร์ทมุนด์จะเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แค่ในเกมใหญ่ๆ มัยเลยทำให้ที่นี่มีความพิเศษ” ชานเล่าด้วยความตื่นเต้น

เช่นเดียวกับทางฮาลันด์ ที่มีรายชื่อเป็นตัวสำรองในเกมประเดิมสนามที่บ้าน แต่เมื่อเดินผ่านอุโมงค์เข้ามา ก็ได้รับการต้อนรับจากแฟนบอลอย่างอบอุ่น

“ใช่ ผมรู้สึกได้เลย ผมอยากจะมีความสุขกับช่วงเวลาเหล่านั้นให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

“ตอนที่ผมอบอุ่นร่างกาย ทางฝั่งตรงข้ามคือกำแพงเหลือง ผมหันไปมองแล้วก็คิดว่า มันช่างใหญ่โตอะไรขนาดนี้ แล้วพวกเขาก็ร้องเรียกชื่อผม มันเป็นเรื่องดีมากที่ได้ยิงประตูต่อหน้ากำแพงเหลือง สำหรับผม ในฐานะศูนย์หน้า มันคือการออกสตาร์ทที่สมบูรณ์แบบมาก

“ผมพูดอะไรไม่ออกเลยตอนที่ผมยิงได้ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ มันอธิบายยาก แต่ใช่เลย มันไม่มีขีดจำกัด”

Erling Haaland Evonik

ฮาลันด์เป็นคนที่กระหายประตูอยู่เสมอ แม้กระทั่งในวันที่เขายิงได้สามลูกแล้ว เขาก็ยังอยากยิงลูกที่สี่อยู่เสมอ แม้กระทั่งบนเวทีที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป เขาก็ยังอยากจะยิงให้ได้ และนั่นคือแรงจูงใจสำคัญของเขา

“แชมเปี้ยนส์ลีกเป็นอะไรที่พิเศษยิ่งกว่านั้นอีก ผมเริ่มจะยิ้มแล้วตอนที่พูดถึงมัน เพราะมันเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ ผมอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้เลย เพราะตลอดชีวิตของผม ผมติดตามดูแชมเปี้ยนส์ลีกมาตลอด ทุกๆ เกม ทุกๆ นัดชิงชนะเลิศ”

แต่การจะเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในวงการลูกหนัง จะต้องคว้าแชมป์มาครองให้ได้ แม้จะยิงได้ถึง 50 ประตู ก็อาจจะไร้ความหมาย เมื่อไม่มีความสำเร็จ ซึ่งทั้งฮาลันด์และชาน ต่างก็พร้อมจะสู้อย่างเต็มที่ จนกว่าพวกเขาจะคว้าแชมป์มาให้ทีมเสือเหลืองได้สำเร็จ

“ผมคิดว่าเรากระหายที่จะคว้าแชมป์มาก ผมคิดว่ามันก็หลายปีแล้วที่เราได้แชมป์อะไรบางอย่าง เราต้องการจิตวิญญาณแบบนั้นจากทุกๆ คน ที่พร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้ได้แชมป์ นั่นคือเหตุผลที่ผมจะบอกว่าเราโหยหาความสำเร็จมากๆ” ชานกล่าว

ขณะที่ อดีตกองหน้าของซัลซ์บวร์ก ก็ฝันถึงการได้แห่ถ้วยแชมป์ไปกับดอร์ทมุนด์เช่นกัน

“การประสบความสำเร็จไปกับดอร์ทมุนด์ นั่นคือความฝันที่ใหญ่ที่สุดของผมในตอนนี้ ผมจะพยายามให้ดีที่สุด เพื่อให้สโมสรแห่งนี้ประสบความสำเร็จบางอย่าง ผมคิดว่าทุกคนในสโมสรสมควรได้รับสิ่งนี้ สำหรับผม ผมพยายามเต็มที่ในทุกๆ ครั้งที่ทำได้อยู่แล้ว เพื่อจะประสบความสำเร็จ การได้แห่ถ้วยแชมป์ในดอร์ทมุนด์คงจะดีมากๆ ผมได้ยินเรื่องดีๆ เกี่ยวกับเรื่องนั้นมาบ้างแล้ว ผมคิดว่ามันคงจะดีมากๆ” ฮาลันด์กล่าว

ในฐานะพันธมิตร อิวอนิก และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยืนหยัดร่วมกันมากกว่าแค่ฟุตบอล

เรียนรู้เพิ่มเติมที่: gobeyondfootball.com

Leave a Reply