เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ฟอร์มแบบนี้ต้องมีลุ้น! คีนเชื่อแมนยูเบียดแย่งแชมป์กับหงส์ได้

         รอย คีน ตำนานกองกลางของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงความเชื่อว่า “ปีศาจแดง” สามารถมีลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาลนี้แข่งกับ ลิเวอร์พูล ได้เลย หลังจากล่าสุดพวกเขาเปิดรัง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไล่ถล่ม ลีดส์ ยูไนเต็ด 6-2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม ที่ผ่านมา

    ในช่วงต้นซีซั่นนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ตในลีกได้ย่ำแย่ด้วยการชนะเพียง 2 เกมจากช่วง 6 นัดแรก แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ไม่แพ้ใครในลีกมาแล้ว 7 นัดรวด แบ่งเป็นชนะ 6 เกมกับเสมอ 1 หน ทำให้ตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 3 ของตารางคะแนนด้วยผลงาน 26 แต้มจากการลงเล่น 13 นัด ตามหลัง ลิเวอร์พูล ที่เป็นจ่าฝูง 5 แต้ม โดยที่ “หงส์แดง” ลงเล่นมากกว่าอยู่ 1 เกม

    คีน เผยว่า “ผมคิดว่าเมื่อไม่กี่เดือนก่อนพวกเขาโดนวิจารณ์หนักมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเรื่องสถิติการเล่นในบ้าน ต้องบอกว่าผมเองก็ค่อนข้างตำหนิแผงแบ็กโฟร์กับผู้รักษาประตูของพวกเขามากเป็นพิเศษ รวมถึงตั้งคำถามด้วยว่าทีมชุดนี้จะเดินหน้าไปในทิศทางไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในเกมนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าหลายคนคิดผิด”

    “บางที แค่บางทีนะ บางทีนักเตะกลุ่มนี้อาจจะทำอย่างนั้น (มีลุ้นแชมป์ลีกในซีซั่นนี้) ได้ก็ได้ พวกเขาเก็บชัยชนะได้หลายนัด และนั่นคือสิ่งที่คุณพอจะทำได้ ยูไนเต็ด กำลังอยู่ในอันดับที่ยอดเยี่ยมเมื่อพิจารณาถึงเรื่องที่ว่าพวกเขาออกสตาร์ตได้แย่ ถ้าเกิด ยูไนเต็ด ทำผลงานกับการเล่นในบ้านได้ดีแล้วล่ะก็ มันก็ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ทำไม ยูไนเต็ด ถึงจะขึ้นไปอยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ไม่ได้ ผมคิดว่า ลิเวอร์พูล ยังเป็นทีมที่เก่งที่สุดอยู่ แต่ ยูไนเต็ด ก็ควรจะฝันถึงโอกาสที่จะกดดัน ลิเวอร์พูล ในการไล่ล่าแชมป์เหมือนกัน”

    “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เล่นได้ยอดเยี่ยมมากๆ ลีดส์ เปิดช่องว่างให้ ยูไนเต็ด เอาไว้เต็มไปหมด เราคิดอยู่เสมอว่า ลีดส์ พร้อมโดนเล่นงานอยู่เสมอ มันเป็นชัยชนะที่ส่งผลดีกับ ยูไนเต็ด อย่างมาก ลิเวอร์พูล ยังเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดอยู่ แต่ ยูไนเต็ด ก็อาจจะเป็นทีมที่ดีที่สุดในกลุ่มที่เหลือ (อีก 19 ทีม) เหมือนกัน”