เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

นักเตะลิเวอร์พูลยังคงต้องฝึกซ้อมตามโปรแกรมส่วนบุคคล และทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แม้จะอยู่ไกลกัน เพื่อรักษาความฟิตของพวกเขาในระหว่างการระบาดของโคโรนาไวรัส

นักเตะลิเวอร์พูลยังคงต้องฝึกซ้อมตามโปรแกรมส่วนบุคคล และทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มเล็กๆ แม้จะอยู่ไกลกัน เพื่อรักษาความฟิตของพวกเขาในระหว่างการระบาดของโคโรนาไวรัส

การฝึกซ้อมผ่านกล้องวีดีโอจากที่บ้านช่วยให้ข้อมูลการฝึกซ้อมว่าต้องมีการเสริม หรือเพิ่มโปรแกรมที่เน้นส่วนใดเป็นพิเศษหรือไม่ ภายใต้การดูและที่นำโดยอันเดรียส คอร์นเมเยอร์หัวหน้าทีมฟิตเนส และความฟิต ของสโมสร ที่เชื่อมั่นในบรรยากาศแบบครอบครัวภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ และนี่คือรายละเอียดที่เขาให้สัมภาษณ์กับ Liverpoolfc.com…

ก่อนอื่นอันเดรียส คุณสบายดีไหม และการจัดการความฟิตของทีมของคุณในช่วงเวลานี้เป็นอย่างไร

ชัดเจนว่าตอนนี้เราต้องหาวิธีการใหม่ๆ ที่ในการติดต่อกับนักเตะ แน่นอนว่าเราใช้ WhatsApp นั่นเป็นวิธีที่เราใช้บ่อยที่สุดในการติดต่อกับนักเตะของเรา

เราสร้างสรรค์กลุ่มที่ใหญ่ขึ้น และกลุ่มเล็กๆ เพื่อให้ทุกคนมีส่วนร่วม และจากนั้นเราได้รับข้อมูลทั้งหมดจากผู้เล่น เรามีการซ้อมกลุ่ม และแผนการซ้อมแบบส่วนตัว  เช่น อาจจะเป็นเรื่องของการวิ่ง หรือพรี-เทรนนิ่ง หรือการเพิ่มความแข็งแกร่ง

เรามีวีดีโอ คอล ของเราซึ่งคุณเคยเห็น ที่เรามีเซสซั่น และหลลังจากนั้นเรามีการโทรระหว่างกันนิดหน่อย การโทรกลุ่มอย่างที่ผมติดต่อกับเวอร์จิล, โจ และร็อบโบ้ เป็นต้น

ทุกคนในทีมของผมแน่นอนว่ามีนักเตะจำนวนหนึ่งในความรับผิดชอบ และในทีมของเรามีการประชุมหลายครั้งในระหว่างสัปดาห์ที่เราต้องอัพเดตกัน และเรายังติดต่อกันผ่านอีเมล, ข้อความ, วีดีโอคอล และการโทรศัพท์ตามปกติทุกวันเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น และสิ่งที่เราสามารถปรับเปลี่ยนได้ และการวางแผนต่างๆ ของเรา

สถานการณ์ทั้งหมดในประเทศนี้ ณ เวลานี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ดังนั้นเราจำเป็นต้องปรับตัว การปรับตัวเข้ากับผลทางวิทยาศาสตร์เป็นตัวอย่างสำหรับการวางแผนของเรา มันเรียกร้องค่อนข้างมากผมต้องบอกอย่างนั้น(เพราะว่า) สำหรับผมมันง่ายที่จะพูดคุยกับใครบางคนด้วยตัวเองมากกว่าจะโทรศัพท์เหมือนกับที่เรากำลังทำในตอนนี้

กับสถานการณ์ในตอนนี้ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แปลว่าคุณต้องมีความคิดสร้างสรรค์ในวิธีการของคุณใช่หรือไม่

ผมคิดว่าสำหรับทุกคนมันเป็นเรื่องใหม่ และมันคือความท้าทายอย่างแน่นอน การทำงานที่มีปฏิสัมพันธ์เท่าที่เราทำได้คือผ่านวีดีโอ หรือโทร FaceTime หรืออะไรแบบนั้น นั่นคือเรื่องหนึ่ง และอีกเรื่องหนึ่งคือความเฉพาะตัวนั่นคือเราไม่มีกำหนดวันสิ้นสุดการทำงาน ดังนั้นเราไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะเริ่มใหม่อีกครั้งในใดวันหนึ่ง

เรายังไม่รู้ว่าจะเป็นเมื่อไหร่ ดังนั้นเราจึงวางแผนแบบวันต่อวัน สัปดาห์ต่อสัปดาห์ สองสัปดาห์ต่อสองสัปดาห์ หรือสี่สัปดาห์ต่อสี่สัปดาห์ ดังนั้นเราจึงมีแผนการแบบทั้งภาพเล็ก และภาพรวมในหัวของเรา

มันค่อนข้างยาก ถ้าพูดตามตรง ผมคิดว่าสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยในหัวของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผนกของเราในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือเราไม่ได้มีข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์มากนัก เราใช้ข้อมูล ‘ในมือ’ มากกว่า

นั่นแปลว่าถ้าเราจะออกกำลังกาย เราจำเป็นต้องทำมันกับนักเตะ เราจำเป็นต้องแสดงให้พวกเขาเห็น และแนะนำพวกเขา และผมคิดว่ามันคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เรามีในตอนนี้ เราไม่อาจจะพูดคุย สื่อสารกับเตะได้แบบตัวเป็นๆ เท่าไหร่

ภาพประกอบ : เดยัน ลอฟเรน และทอม คิง โค้ชฟิตเนสที่เมลวู้ดในเดือนธันวาคม 2019

เซสซั่นซ้อมทีมผ่านวีดีโอคอลดูสนุกสนานมาก! มันสำคัญไหมที่คุณจะเห็นหน้ากันและกัน และทำงาน‘ร่วมกัน’ ในตอนนี้

ใช่ มันเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องใหญ่ที่สุดคือได้เจอหน้ากันและกัน และได้ทำอะไรร่วมกัน และเข้าสังคมในลักษณะนี้ แต่อีกครั้งสำหรับเรามันเป็นเรื่องที่ยาก เพราะว่างานของเราอยู่ตรงนั้น และการมีการติดต่อทางกายภาพกับนักเตะ ดังนั้นใช่ มันเป็นเรื่องที่สำคัญที่ได้เห็นหน้ากันและกัน และเรามีกลุ่มที่ยอดเยี่ยม สุดยอด

คาแรกเตอร์ของนักเตะที่ผู้จัดการทีมสร้างขึ้น พวกเขารวมตัวกันยังไง พวกเขาตอบโต้กันอย่างไร วิธีการที่พวกเขาคอยผลักดันกันและกัน และช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ผมคิดว่ามันมีเอกลักษณ์ และนี่กลับมาที่วิธีการจัดการของผู้จัดการทีมของเราในส่วนของการปฏิบัติ และการจัดการกับพวกเราทุกคน

คุณรู้สึกยังไงกับทรงผมใหม่ที่พวกเราได้เห็นในวิดีโอ

อืม ผมไม่แน่ใจว่าผมจะบอกว่าผมชอบมัน แต่พวกเขาดูแปลกไป

ความท้าทายที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์นี้ยิ่งเสริมให้คุณมีความแข็งแกร่ง และความมุ่งมั่นที่เป็นบวก รวมถึงทัศนคติในทีมที่ดีใช่หรือไม่?

ใช่เลย มันเหมือนกับเราว่าเราไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มคนที่มารวมตัวกัน แต่เราเป็นทีมจริงๆ เราเข้าใจกันและกันจริงๆ และเราอยู่ด้วยกันจริงๆ

มันเกือบจะเหมือนกับครอบครัว และในสถานการณ์ในตอนนี้ คุณอาจจะเห็นว่าเราทำงานร่วมกันได้ดียิ่งขึ้นกับวิธีการที่เราอยู่กันอย่างเหนียวแน่น วิธีการที่เราอยู่ด้วยกัน วิธีการที่เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และวิธีการที่เราให้กำลังใจกันและกัน

แน่นอนว่ามีปฏิสัมพันธ์หลายอย่างระหว่างนักเตะอย่างที่เป็นมาเสมอ แต่ตอนนี้คุณสามารถเห็นมันผ่านการคอลเหล่านี้ที่เราเฮฮาไปด้วยกัน และเรายังคงร้องเพลงสุขสันต์วันเกิดของพวกเขาเหล่านี้ด้วยกัน

อีกครั้งมันเป็นสิ่งที่เราสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี ดังนั้นสำหรับใครก็ตามที่เข้ามาทำให้ง่ายต่อการปรับตัว และมีส่วนร่วมในกลุ่ม แน่นอนในระหว่างฤดูกาลมีบางสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่ผมคิดว่าตอนนี้คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา และไม่แค่สำหรับเรา แต่แน่นอนว่าสำหรับทั่วทั้งโลก

แต่ถ้าคุณเห็นว่าเรามีปฏิสัมพันธ์กันอย่างไร และทุกอย่างถูกจัดเรียง และจัดการอย่างไร และไม่เพียงแต่จากผู้เล่น แต่จากทุกแผนกเช่นโมนา (เนมเมอร์) และโภชนาการ, เรย์ (เฮาแกน) และนักเตะการประสานงานนักเตะ, ดร.จิม (ม็อกซอน) และการแพทย์, ความฟิต และโค้ช มันยอดเยี่ยมมาก

สุดท้ายเราได้เห็นว่าคุณออกกำลังกายอย่างไรในวิดีโอ Home Workouts มันสำคัญแค่ไหนที่ทุกคนจะกระตือรือร้นกับการทำงานตอนนี้? และคุณมีเคล็ดลับสำหรับคนที่กำลังสงสัยว่าพวกเขาจะฟิตสมบูรณ์ได้อย่างไรในระหว่างกักตัว

เพื่อนของผมโทรมาหาผม และบอกผมว่าเสียงของผมนิ่งมากในวิดีโอ ซึ่งมันตลก! อีกครั้งที่มันเป็นสถานการณ์เฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์ แต่จากมุมมองของมืออาชีพแน่นอนว่าวคุณต้องกระตือรือร้น แต่คุณต้องทำในสิ่งที่ถูกต้อง และไม่บ้าเกินไป!

เราจะต้องทำบางอย่างทุกวัน คงความกระตือรือร้นในแง่นี้ แม้ว่ามันจะเป็นแค่การเดินออกไปที่สนาม หรือบางที่ สำหรับผมมันสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ และด้วยเหตุผลทางจิตวิทยาด้วย การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างออกไปสักพัก และใช้ร่างกายของคุณนิดหน่อย

ผมคิดว่ามันไม่สำคัญที่จะคิดถึงเกี่ยวกับการออกกำลังกายจะทำให้คุณดูเป็นยังไง การมีภาพโมเดลในหัวอย่างนั้นที่คุณคิดว่าคุณควรจะออกมาดูอย่างไรมันไม่เกี่ยวกับความสำเร็จ

เรื่องนี้เกี่ยวกับสุขภาพของเรา เราต้องกระตือรือล้นเพราะสุขภาพ ไม่ใช่เพราะว่าเราอยากจะดูเหมือนคนที่ฟิตหรืออะไรก็ตาม

เราต้องทำเรื่องต่างๆ เพื่อสุขภาพของเรา และเพื่อให้รู้สึกดีกับร่างกายของเรา และเพราะอย่างนั้นเราสามารถแข็งแกร่งขึ้น และภาคภูมิใจกับตัวเราเอง ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เราสูญเสียไประหว่างปีก่อนๆ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะกำลับมา ไอเดียในเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของเราสำคัญกว่าเรื่องอื่นๆ อย่าง รูปร่างหน้าตา