เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ธรรมนัส พระพรหมเผ่า เตรียมทำพรรคใหม่ ข้างหลังถูกปลดพ้นรัฐมนตรีพร้อมไร้มลทิน ภิญโญสินวัฒน์

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศให้ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า แล้วก็นางบริสุทธิ์ ภิญโญสินวัฒน์ พ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ลงวันที่ 8 เดือนกันยายน ตอนที่อดีต รมช.เกษตรฯ ชิงเปิดแถลงข่าวก่อนว่าได้ลาออกจากตำแหน่งตั้งแต่วานนี้

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงแขนณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า ตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ตั้ง พล.อำเภอ ประยุทธ์ จันทร์อร่อย เป็นนายกฯ ตามประกาศลงวันที่ 9 ไม่.ย. 2562 แล้ว แล้วก็ตั้งรัฐมนตรีเพื่อบริหารราชการแผ่นดิน ตามประกาศลงวันที่ 10 ก.ค. 2562 แล้วก็ประกาศครั้งสุดท้ายลงวันที่ 22 มี.ค. 2564 นั้น

ขณะนี้ นายกฯได้กราบบังคมทูลว่า เหมาะให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็บังเกิดประโยชน์แก่ราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 171 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็เลยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี

1. ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์
2. นางบริสุทธิ์ ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน

ดังนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ 8 เดือนกันยายน 2564 โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นคนรับสนองพระบรมราชโองการ

tui1

ไม่กี่นาทีก่อนประกาศปลด 2 รัฐมนตรีจะถูกเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ร.อ. ธรรมนัสได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่รัฐสภา เมื่อเวลา 15.30 น. โดยบอกว่าส่งหนังสือถึง พล.อำเภอ ประยุทธ์ แจ้งยื่นจดหมายลาออกจากตำแหน่ง รมช.เกษตรแล้วก็สหกรณ์ คราวหลังขอคำแนะนำครอบครัว ซึ่งเดิมตั้งมั่นจะยื่นจดหมายตั้งแต่วานนี้ (8 เดือนกันยายน) แต่ฝ่ายเลขานุการส่วนตนหลงผิด ก็เลยเพิ่งยื่นจดหมายไปวันนี้ (9 เดือนกันยายน)

แต่ถึงกระนั้น นายวิษณุ เครือสวย รองนายกฯทางด้านกฎหมาย ได้เลิกคำถามเกี่ยวกับการพ้นจากตำแหน่งของ 2 รัฐมนตรี โดยบอกว่า เป็นการปลดออกจากตำแหน่ง เพราะเหตุว่าในตัวพระบรมราชโองการได้มีการอ้างรัฐธรรมนูญ มาตรา 171 กำหนดไว้ว่า พระราชาบำรุงไว้ซึ่งพระราชอําที่นาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี ตามที่นายกฯมอบคําแนะนํา ซึ่งวันที่มีผลบังคับจริงคือวันที่เจาะจงในพระบรมราชโองการ นั่นคือ ตั้งแต่เวลา 01.00 น. ของวันที่ 8 เดือนกันยายน 2564

แม้กระนั้นส่วนตัวเพิ่งรู้ข่าวสารว่า ร.อ. ธรรมนัส แถลงข่าวว่าได้ทำใบลาออก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจดหมายฉบับนั้นระบุวันที่เท่าไหร่ แต่สิ่งที่เป็นทางการคือให้ยึดตามพระบรมราชโองการ

ธรรมนัสแจงเหตุลาออก เนื่องจากว่าไม่ต้องการ “คอยรับใช้คนใด”

ในการแถลงข่าวที่รัฐสภา ร.อ. ธรรมนัสกล่าวถึงเหตุผลในการลาออกว่า ตั้งมั่นปฏิบัติงานเพื่อชาติ ศาสนา พระราชา แล้วก็พ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยยึดผลตอบแทนของประเทศเป็นหลัก แต่ตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่งมา บรรยากาศการจัดการราชการแผ่นดินมิได้เป็นไปอย่างที่คาดหวังเอาไว้ ก็เลยต้องการกลับไปอยู่จุดเดิม นั่นคือการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

“ผมอยากกระทำการเมืองให้มันเข้มแข็ง เพื่อชาติ ชาติบ้านเมืองจริงๆไม่ใช่มารองรับ หรือทำอะไรเพื่อคนบางกรุ๊ป” ร.อ. ธรรมนัสกล่าวแล้วก็ว่า จริงๆคิดมายาวนานหลายเดือนแล้ว สิ่งที่ให้ความเอาใจใส่สูงที่สุดคือสายตาประชาชน ไม่ใช่คอยรับใช้คนใด

เขายังฝากถึงประชาชนทุกจังหวัดว่า “วันนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะเลือกทางเท้า เส้นทางการบ้านการเมืองใหม่ โดยยึดหลักผลตอบแทนของชาติแล้วก็พ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง ผมจะไปต่อสู้ในเวทีการเมืองอย่างมาก” พร้อมเอ่ยขออภัยประชาชนที่ไม่สามารถกระทำตามที่สัญญาไว้ได้ ต่อจากนี้จะกลับไปตั้งต้นที่ จ.พะเยา แล้วก็จังหวัดอื่นๆแม้กลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง มีวาสนาอีกครั้ง ยึดมั่นว่าจะปฏิบัติงานเพื่อชาติ
นักข่าวถามว่า เหตุผลส่วนใดส่วนหนึ่งที่ทำให้ลาออก เป็นเนื่องจากว่าปฏิบัติงานกับนายกฯมิได้แล้วหรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสกล่าวยอมรับว่า “อาจเดินไปในทำนองเดียวกันมิได้”
ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า ประสานมือทัก พล.อำเภอ อนุพงษ์ เผ่าจินดา หนึ่งใน “ญาติ 3 ป.” นายกฯ พูดว่ารักกันราวกับญาติท้องเดียวกัน ก่อนการสัมมนา คณะรัฐมนตรี ตอนวันที่ 7 เดือนกันยายน แต่ พล.อำเภอ อนุพงษ์มิได้คุยกับเขา

tui2
นักการเมืองผู้แปลงเป็นอดีตรัฐมนตรีกล่าวเหตุว่า ได้ปรึกษาขอคำแนะนำกับ พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ แล้วก็หัวหน้าพรรคพลังประชากรรัฐ (พปชราชการ) ตั้งแต่ก่อนโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าจะลาออกเมื่อวันที่ 6 เดือนกันยายน แต่หัวหน้าพรรคห้ามไว้ ท้ายที่สุดจะต้องขัดคำสั่งหัวหน้า เนื่องจากว่าตริตรองดูแล้วว่าทางเท้าชีวิตของตัวเองทำเพื่อประชาชน มันจะต้องเดินไปอีกไกล โดยเหตุนั้นตัดสินใจเด็ดขาดด้วยตนเอง

เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่าข้างหลังสนทนาแล้วก็ขออภัยนายกรัฐมนตรี แล้ว แสดงว่าปัญหาไม่จบใช่หรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสตอบว่าไม่จบ แล้วก็รู้สึกกลุ้มใจ จะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำไป แสดงว่าเมื่อพูดด้วยเหตุด้วยผลแล้ว มันไม่เกิดประโยชน์ ขั้นตอนการเยี่ยมที่สุดก็คือจะต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง

ส่วนความสัมพันธ์กับญาติ 3 ป. มี พล.อำเภอ ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อำเภอ อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ พล.อำเภอ ประยุทธ์ นั้น นักการเมืองรายนี้เลือกที่จะเอ่ยถึงเพียงแค่ความสัมพันธ์กับหัวหน้าพรรคว่ายังรักเคารพนับถืออย่างเดิม แต่ไม่เอ่ยถึงอีก 2 ป. โดยบอกเพียงว่า “ไม่ถึงกับแตกหัก แต่ผมเลือกทางเท้าแล้ว”
ยังไม่ลาออกเลขาธิการ พปชราชการ แต่ประกาศไม่ไปเหยียบสำนักงานพรรค
นอกจากสถานะในฝ่ายบริหารของประเทศ ร.อ. ธรรมนัส ยังมีบทบาทในพรรคแกนนำรัฐบาลในฐานะเลขาธิการ พปชราชการ ทำให้เขาถูกโยนปัญหาใส่ว่าจะยังปฏิบัติงานกับ พปชราชการ ต่อไปหรือเปล่า เกี่ยวกับหัวข้อนี้ เขากล่าวว่าเป็นเรื่องที่จะต้องพิเคราะห์กันต่อไป

“ผมบางทีอาจจะไปอยู่บ้านข้างหลังใหม่ที่มันเป็นสุข ผมย้ายจากบ้านข้างหลังเก่ามา บ้านข้างหลังเดิม ผมก็เป็นสุขอยู่แล้ว บ้านข้างหลังเดิมคือบ้านที่พะเยาเป็นสุขดีอยู่แล้ว ส่วนบ้านข้างหลังใหม่ บางทีอาจจะไปสร้างบ้านใหม่” ร.อ. ธรรมนัสกล่าว

ร.อ. ธรรมนัสมิได้ตอบปัญหากระจ่างแจ้งว่าจะกลับไปบ้านข้างหลังเดิม หรือสร้างบ้านข้างหลังใหม่ อันคือวิธีการทำพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมา
ร.อ. ธรรมนัส ภรรยา แล้วก็นางบริสุทธิ์ มักออกเดินสายทำบุญทำกุศลด้วยกันในช่วงวันหยุดราชการ

สำหรับ “บ้านข้างหลังเดิม” ที่ถูกเอ่ยถึง สถานีวิทยุกระจายเสียงบีบีซีไทยเข้าใจว่าเป็นการเปรียบเทียบที่หมายถึงพรรคเพื่อไทย เพราะเหตุว่าเป็นพรรคการเมืองท้ายที่สุดที่ ร.อ. ธรรมนัสเคยขึ้นตรงต่อแล้วก็สมัครรับเลือกตั้งเมื่อปี 2557 ก่อนที่จะการเลือกตั้งคราวนั้นจะแปลงเป็นโมฆะ แล้วก็มีการรัฐประหารในเวลาถัดมา จนถึงก่อนการเลือกตั้งปี 2562 ร.อ. ธรรมนัสก็เลยยกภาควิชาเข้ามาลงเล่นการเมืองในชื่อ พปชราชการ

แต่ทว่าเมื่อนักข่าวถามว่าการตัดสินใจไปอยู่บ้านอื่น มีพรรคเพื่อไทยอยู่ในตัวเลือกด้วยหรือเปล่า ร.อ. ธรรมนัสตอบว่ามีพรรคมาจีบเยอะ และไม่เกี่ยวกับที่มีกระแสข่าวว่ามีการสนทนากันก่อนหน้านี้ บางทีอาจจะเป็น “พรรคพะเยา” หรือ “พรรคพลังพะเยา” หรือ “อีสานล้านนา” ก็ได้ ทุกอย่างจัดเตรียมไว้หมดแล้ว เร็วๆนี้จะได้เห็นหน้าตาแน่
เขายังประกาศเหตุว่าจะไม่ไปเหยียบสำนักงาน พปชราชการ อีก “เกลียด ไม่อยากฝืนตนเอง” แต่ถึงกระนั้นก็ยังเป็นเลขาธิการพรรค ยังมิได้ลาออก
เมื่อถูกถามอีกว่า อย่างงี้การเลือกตั้งคราวหน้าพรรค พปชราชการ จะไม่แตกเลยหรือ ร.อ. ธรรมนัสกล่าวว่า ก็ไม่แน่ เนื่องจากว่าดวงใจตนไปแล้ว พูดแล้วนักเลงพอเพียง ทำอะไรแล้วจะต้องรับผิดชอบ อยู่ไหนก็ได้ ขอให้ดวงใจมันอยู่ ถ้าหากดวงใจมันไม่อยู่ คนใดจะมาบังคับตนก็มิได้

tui3
การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีของ ร.อ. ธรรมนัส เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ข้างหลังเสร็จสิ้นการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีอีก 5 คน ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในระยะเวลาดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ได้เกิดปรากฏความเคลื่อนไหวใต้ดินจากบางกลุ่มก้อนด้านใน พปชราชการ บีบคั้นให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (คณะรัฐมนตรี) ข้างหลังเสร็จสิ้นศึกซักฟอก แล้วก็อาจไปไกลถึงขนาด “เปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี” ร้อนถึงผู้นำรัฐบาลจะต้องออกมาปฏิเสธข่าวนับเป็นเวลาหลายวันติดต่อกัน ตอนที่ร.อ. ธรรมนัสตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลังความเคลื่อนไหวดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว แต่เขาก็ออกมาบอกว่ามีคนในพรรคฝ่ายรัฐบาลเป็น “คนเต้าข่าวสาร” หัวข้อนี้ขึ้นมา
พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังไม่คิดปรับ คณะรัฐมนตรี เพิ่มคนแทน 2 รมต.
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดสังกัดรัฐบาล “ประยุทธ์ 2” ทำให้ พล.อำเภอ ประยุทธ์ถึงกับถอนหายใจก่อนตอบเรื่องซักถามของสื่อมวลชนระยะเวลา 16.20 น.
นายกรัฐมนตรี ถูกถามประเด็นการลาออกของ รมช.เกษตรฯ ในระหว่างตรวจเยี่ยม รพ.สนามสำหรับผู้ป่วยไอซียู ที่ รพ.ปิยะเวท

พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวเพียงว่า รู้เมื่อกี้นี้ว่าลาออก เขาก็เคยพูดอยู่แล้วไม่ใช่หรือไม่ต้องเป็นรัฐมนตรีก็ได้ เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็สามารถช่วยประชาชนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาก็ช่วยงานกันมาโดยตลอด สักครู่อาจคือเรื่องของพรรคที่จะไปหารือกันว่าจะทำเช่นไร แต่รับรองว่างานทุกงานไม่มีสกัด มีคนทำงานให้อยู่แล้ว

tui4
นักข่าวถามว่าเป็นการลาออกหรือถูกปรับออก นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ก็เขาลาออก” เมื่อถามย้ำว่า แต่เนื้อความในราชกิจจานุเบกษาบอกว่า นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลว่า “เหมาะให้รัฐมนตรีบางคนพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี เพื่อความเหมาะสมแล้วก็บังเกิดประโยชน์แก่ราชการ” พล.อำเภอ ประยุทธ์หลีกเลี่ยงที่จะตอบปัญหานี้ โดยบอกเพียงว่า “เอาล่ะ อย่างไรเขาก็ไม่อยู่แล้ว จะมายังยังไง จะไปอย่างไร ผมไม่ตอบ” พร้อมย้ำว่า “มิได้แจ้งคนใดทั้งปวง มันอยู่ที่ผม ผมทำของผม” แล้วก็ “เหตุผลของผมก็คือเหตุผลของผม”

พล.อำเภอ ประยุทธ์ยังเอ๋ยถึงการปรับ คณะรัฐมนตรี เหตุว่า ขอดูก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ปรับคนใด ถึงจะมีคนลาออก ก็ยังไม่ปรับเข้า ส่วนในกรณีที่เกิดขึ้นถือเป็นผลมากระแส “ล้มนายกรัฐมนตรี” ในช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือเปล่านั้น พล.อำเภอ ประยุทธ์กล่าวว่า “ทั้งหมดทั้งปวงมาจากคุณ (สื่อมวลชน)”