เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ด่วน ศาลฎีกา แก้โทษ “คุณลุงวิศวะ” ติดตะราง 3 ปี 4 เดือน คอยการลงอาญา 3 ปี

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาลับหลัง ตัดสินแก้โทษ “คุณลุงวิศวะ” ติดตะราง 3 ปี 4 เดือน ให้รอคอยการลงอาญาไว้ 3 ปี คุมความประพฤติปฏิบัติ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมปฏิบัติตน ทุก 3 เดือน

กรณี เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 12 พ.ค. 2564 ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ศาลได้นัดหมายอ่านคำพิพากษาในชั้นศาลฎีกา คดีที่ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ อายุ 56 ปี วิศวกรบริษัทฯ เป็นจำเลยในความผิดฐานนำเอาอาวุธปืนไปในที่ชุมชนโดยไม่มีเหตุอันควร แล้วก็ความผิดฐานฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนา โดยก่อเหตุยิง นายนวพล ผึ่งผาย หรือปอนด์ อายุ 17 ปี จากเหตุทะเลาะวิวาทเรื่องที่จอดรถ เหตุกำเนิดใกล้ตลาดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี  เมื่อค่ำวันที่ 4 ก.พ. 2560 ซึ่งคดีนี้ ศาลอุทธรณ์ตัดสินว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนา ติดตะราง 15 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม อาจจะติดตะราง 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง อาจจะปรับ 2,000 บาท รวมติดตะราง 10 ปี แล้วก็ปรับ 2,000 บาท ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทน 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้อง

โดย นายวันชัย แสงสุวรรณ์ ทนายข้างผู้ตาย ได้เป็นผู้แทนข้างโจทย์ผู้เสียหาย เดินทางมารับฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในเวลา 09.40 น. โดยตุลาการท่านได้รอคอยอีกทั้งจำเลยแล้วก็ทนายข้างจำเลย จนกระทั่งเวลาล่วงไปแทบ 10.30 น. ไม่มีวี่แววว่าจำเลยแล้วก็ทนายข้างจำเลย จะเดินทางมาตามนัด แล้วก็มีท่วงท่าจะติดต่อกลับมา ทางตุลาการ ก็เลยเอาอย่างวิถีทางที่ถูกต้องแห่งกฎหมายคือ สั่งยึดยึดรับรองปริมาณ 874,000 บาท พร้อมออกหมายจับ นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ หรือ คุณลุงวิศวะ โดยภายใน 1 เดือนหากจับตัวได้ก็จะคุมตัวมาฟังคำพิพากษา แต่ว่าหากยังตามจับตัวไม่ได้ ก็จะอ่านคำพิพากษาลับหลัง ในวันที่ 17 มิถุนายน นั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2564 ที่ศาลจังหวัดชลบุรี ศาลได้นัดหมายอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3544 / 2561 ระหว่าง พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นางสาวมณีพร ผึ้งผาย โจทก์ร่วม นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ จำเลย คดีสืบเนื่องมาจากช่วงวันที่ 4 กันยายน 2560 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี เป็นโจทก์ฟ้อง นายสุเทพ โภชนสมบูรณ์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนา พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุเหมาะแล้วก็โดยไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ จากในกรณีที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายนวพลหรือปอนด์ ผึ้งผาย ถึงแก่เสียชีวิต เหตุกำเนิดช่วงวันที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่บริเวณแยกครกใหญ่ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี หรือเป็นที่รู้กันโดยธรรมดาว่า “คดีคุณลุงวิศวะยิงนักเรียน มัธยม4” ซึ่งจำเลยให้การยอมรับสารภาพในความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ ส่วนความผิดฐานฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนา จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุคุ้มครองปกป้อง

ศาลชั้นตันมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ แล้วก็ฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนาตามฟ้อง ฐานฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนา ติดตะราง 15 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม อาจจะติดตะราง 10 ปี ฐานพาอาวุธปืนฯ ปรับ 4,000 บาท ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง อาจจะปรับ 2,000 บาท รวมติดตะราง 10 ปี แล้วก็ปรับ 2,000 บาท ชูคำร้องขอร่วมเป็นโจทก์ของผู้ร้อง ให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนปริมาณ 340,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันยื่นคำร้องขอเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องโจทก์แล้วก็จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ตัดสินยืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาใคร่ครวญแล้ว เห็นว่า มูลเหตุคดีเริ่มเมื่อพวกของคนเสียชีวิตจอดรถยนต์ตู้ซ้อนคันกับรถยนต์ของจำเลย โดยไม่ได้พอใจว่ารถยนต์ของจำเลยที่จอดขอบฟุตขว้างทจะออกไปได้หรือเปล่า เมื่อภริยาจำเลยบอกให้ทราบว่ารถยนต์ของจำเลยกำลังจะออก แต่ว่าพวกของคนเสียชีวิตไม่ขยับให้ กลับบอกให้รอก่อน การจอดรถยนต์ซ้อนคันกีดกั้นออกถนนหนทางของรถยนต์คันอื่น อีกทั้งไม่ยอมรีบขยับรถยนต์ให้รถยนต์คันที่ตนจอดขวางอยู่ออกไปได้ มิใช่เรื่องที่คนธรรมดาทั่วไปปฏิบัติกัน เหตุการณ์เช่นนี้ คนธรรมดาทั่วไปไม่ว่าใครก็ตามพบเห็น ย่อมต้องรู้สึกโกรธเป็นธรรมดา จำเลยกล่าวถ้อยคำไม่สุภาพหลายครั้ง แต่ว่ามีเพียงแต่ถ้อยคำเดียวที่พวกของคนเสียชีวิตได้ยินก่อนที่จะพากันขึ้นรถยนต์ตู้ไป ส่วนถ้อยคำไม่สุภาพอื่นจำเลยกล่าวในรถยนต์ของตน ไม่น่าเชื่อว่าจะทำให้พวกของคนเสียชีวิตคิดว่าจึงควรเอาเรื่องกับจำเลย อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงแค่ทำให้จำเลยเสียเวลาไปบ้างบางส่วน ก็เลยมิใช่เรื่องสำคัญโตถึงขั้นต้องฆ่ากัน น่าเชื่อว่า ในเวลาที่รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายเคลื่อนออกมาจากบริเวณหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้ง ทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีความคิดที่จะเอาเรื่องอีกข้างเพราะเหตุจากการเถียงกัน ส่วนเหตุการณ์ระหว่างทางตั้งแต่รถยนต์ของทั้งสองฝ่ายออกมาจากร้านขายอาหารทะเลแห้ง จนกระทั่งเวลาก่อนจะถึงแยกครกใหญ่ พวกของคนเสียชีวิตเพียงแค่เปิดไฟสูงใส่จำเลย ไม่ได้ขับแข่งขัน ขับแซง หรือตัดหน้า ในขณะที่อยู่ในวิสัยซึ่งสามารถปฏิบัติได้อย่างง่ายดาย ส่วนข้างจำเลย ความประพฤติภายในรถยนต์ชี้ให้เห็นได้ว่า หลังจากออกมาจากหน้าร้านขายอาหารทะเลแห้งไม่นาน จำเลยแล้วก็ภริยาต่างยับยั้งความโกรธได้แล้วก็เกรงว่าจะถูกข้างคนเสียชีวิตรังควาน ก็เลยมีความคิดจะไปขอร้องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือบุคคลอื่น เมื่อรถยนต์ของทั้งสองฝ่ายไปถึงแยกครกใหญ่ จำเลยมิได้ขับขี่รถตัดหน้ารถยนต์พวกของคนเสียชีวิตเพื่อไปจอดรถยนต์ที่ขอบฟุตขว้างท แล้วก็มิได้มีความประพฤติยั่วยุให้คนในกลุ่มคนเสียชีวิตมาทะเลาะวิวาทต่อสู้กันอีก เมื่อมีคนในกลุ่มของคนเสียชีวิตหลายๆคนอยู่ล้อมรอบรถยนต์ของจำเลย คนเสียชีวิตลอดหัวเข้ามาในรถยนต์ของจำเลย กล่าวด้วยน้ำเสียงกราดเกรี้ยวว่า “มึงจะรบไม่” หลายครั้ง แล้วก็มีความน่าจะเป็นสูงที่คนเสียชีวิตจะเข้ามารังควานจำเลยในชั่วเวลาอีกไม่นาน ช่วงเวลาเดียวกันจำเลยยังถูกพวกของคนเสียชีวิตชกต่อยจากทางข้างหลัง ย่อมถือได้ว่ามีอันตรายซึ่งมีเหตุที่เกิดจากการปองร้ายอันละเมิดต่อข้อบังคับแล้วก็เป็นภยันตรายที่ใกล้จะเกิดขึ้นแก่ชีวิตแล้วก็ร่างกายของจำเลยแล้ว ประกอบกับจำเลยนั่งอยู่ที่ที่นั่งผู้ขับอันเป็นการอยู่ในที่จำกัดแล้วก็เคลื่อนร่างกายได้ยาก การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงออกไป ก็เลยเป็นทางเดียวที่จะให้จำเลยพ้นจากการเช็ดกรังควาน โดยคนเสียชีวิตแล้วก็พวกได ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติเพื่อคุ้มครองปกป้องตนให้พ้นภยันตรายที่เกิดจากการปองร้ายอันละเมิดต่อข้อบังคับแล้วก็เป็นภยันตรายที่กำลังจะถึง แต่ว่าเมื่อจำเลยมองเห็นอยู่แล้วว่าคนเสียชีวิตแล้วก็พวกไม่มีอาวุธ หากจำเลยเพียงแต่พกอาวุธออกมาข่มขู่ว่าจะยิง หรือยิงออกไปโดยไม่จำเป็นต้องให้ถูกคนเสียชีวิตหรือยิงไปที่อวัยวะอื่นที่ไม่สำคัญของคนเสียชีวิต ก็ย่อมเพียงพอที่จะยั้งมีให้คนเสียชีวิตแล้วก็พวกเขามารังควานได้แล้ว แต่ว่าจำเลยกลับใช้อาวุธที่ทรวงอกซ้ายของคนเสียชีวิต หากแม้ยิงเพียงแต่นัดหมายเดียวก็ไม่เป็นการได้สัดส่วนกับภยันตรายที่เกิดขึ้นหรืออาจเกิดขึ้นการกระทำของจำเลยก็เลยเป็นความไม่ถูกฐานฆ่าคนอื่นๆโดยคุ้มครองปกป้องเกินเหมาะแก่เหตุ ไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยถูกทำโทษติดตะรางมาก่อน เหตุคดีนี้มีเหตุที่เกิดจากข้างคนเสียชีวิตจอดรถยนต์กีดกั้นรถยนต์ของจำเลยจนกระทั่งเหตุการณ์แผ่ขยายแย่ลงกว่าเดิม อันเป็นความผิดของข้างคนเสียชีวิตด้วยส่วนหนึ่ง การรอการลงอาญาให้แก่จำเลยน่าจะเป็นคุณประโยชน์แก่จำเลยแล้วก็สังคมสาธารณะมากกว่าการลงอาญาติดตะรางไปเสียเชิงเดียว

ตัดสินแก้เป็นว่า ฐานฆ่าคนอื่นๆโดยคุ้มครองปกป้องเกินเหมาะแก่เหตุ ติดตะราง 5 ปี ลดโทษหนึ่งในสาม อาจจะติดตะราง 3 ปี 4 เดือน เมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานพาอาวุธปืนฯ แล้ว รวมติดตะราง 3 ปี 4 เดือน แล้วก็ปรับ 2,000 บาท โทษจำคุกให้รอคอยการลงอาญาไว้ 3 ปี คุมความประพฤติปฏิบัติ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมปฏิบัติตนทุก 3 เดือน ให้จำเลยไปเข้ารับการฝึกอบรมที่เกี่ยวกับการห้ามคุมสติที่เกิดจากการใช้รถยนต์ใช้ถนนหนทางแล้วก็ให้ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์มีระบุ 30 ชั่วโมง

โดยทางข้างทนายแล้วก็แม่ของคนเสียชีวิต ได้เปิดเผยข้างหลังฟังคำพิพากษาว่า ก็ไม่มีอะไรแล้ว มันนานมาแล้วก็เห็นด้วยคำพิพากษาของศาล ส่วนทางแพ่งก็เหมือนเดิม เขาต้องมาใช้ แล้วก็วันนี้คำพิพากษาก็เป็นไปตามที่ศาลท่านพินิจ จำเลยไม่มาก็มีการปรับไปแล้ว ส่วนทางแพ่งก็รอดูเขาว่าจะมาใช้เมื่อใด เพื่อเป็นไปตามอำนาจศาล