เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ซาดิโอ มาเน่ จารึกเกมแรกของเขา ในฐานะนักเตะหมายเลข 10 คนใหม่ของลิเวอร์พูล ด้วยประตูชัยท้ายเกม ในเกมเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรายการอินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์ คัพ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

ซาดิโอ มาเน่ จารึกเกมแรกของเขา ในฐานะนักเตะหมายเลข 10 คนใหม่ของลิเวอร์พูล ด้วยประตูชัยท้ายเกม ในเกมเจอกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในรายการอินเตอร์เนชันแนล แชมเปียนส์ คัพ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

กองหน้าชาวเซเนกัล ที่เพิ่งเปลี่ยนหมายเลขเสื้อจากหมายเลข 19 ก่อนฤดูกาลใหม่จะเริ่มต้นขึ้น ได้ลงเล่นในครึ่งเวลาหลังของเกมที่เมตไลฟ์ สเตเดียม ในเมืองอีส รูเธอร์ฟอร์ด รัฐนิว เจอร์ซีย์

ในเกมแรกของเขาหลังกลับมาจากภารกิจในฟุตบอลโลก มาเน่ทำได้อย่างยอดเยี่ยม และทำประตูจากลูกจุดโทษในช่วงทดเวลา การันตีชัยชนะ 2-1 ให้กับทีม

ทั้งนี้ มาเน่สวมเสื้อหมายเลข 10 ให้กับทีมชาติเซเนกัลอยู่แล้ว และยังเป็นเจ้าของเสื้อหมายเลขดังกล่าวที่เซาท์แฮมป์ตัน ก่อนที่เขาจะย้ายมายังแอนฟิลด์ เมื่อปี 2016

โดยหมายเลขดังกล่าวถูกจับจองไว้ก่อนที่เขาจะย้ายมายังเมอร์ซีย์ไซด์ แต่ตอนนี้ นักเตะวัย 26 ปี กลายเป็นนักเตะคนที่เจ็ดของลิเวอร์พูล ที่ได้เป็นเจ้าของเสื้อหมายเลข 10 ในยุคของพรีเมียร์ลีก

และเขากำลังก้าวตามรอยเท้าบรรดาเจ้าของเสื้อก่อนหน้านี้…

จอห์น บาร์นส์ (1987-1997)

นักเตะที่เคนนี ดัลกลิช เซ็นสัญญามาจากวัตฟอร์ด ในปี 1987 จอห์น บาร์นส์ ที่เป็นไอดอลของเดอะ ค็อป เป็นที่รู้จักในฐานะนักเตะหมายเลข 10 ของลิเวอร์พูลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีการระบุหมายเลขนักเตะตามมาตรฐานในลีกสูงสุดของอังกฤษในปี 1993-94

บาร์นส์เล่นให้กับซัดบิวรี คอร์ท ในมิดเดิลเซ็กส์ ลีก ในปี 1981 จากนั้น เกรแฮม เทย์เลอร์ ผู้จัดการทีมแตนอาละวาด ได้เซ็นสัญญากับปีกที่เกิดในจาไมก้า หกปีต่อมา นักเตะทีมชาติอังกฤษได้ย้ายมายังแอนฟิลด์

เท้าซ้ายอันทรงพลังของบาร์นส์, ความสามารถ และลีลาของเขา ได้รับการพิสูจน์ด้วยการทำลายล้างทีมต่างๆ มากมาย เมื่อเขาสามารถคว้าแชมป์ลีกสองสมัย, เอฟเอ คัพ หนึ่งสมัย, ลีก คัพ หนึ่งสมัย และรางวัลเกียรติยศส่วนตัวอีกนับไม่ถ้วน ในระหว่างช่วงหนึ่งทศวรรษของเขาที่ลิเวอร์พูล

บาร์นส์ย้ายออกจากแอนฟิลด์ในปี 1997 หลังทำไป 108 ประตู จากการลงสนาม 407 นัด เพื่อไปร่วมงานกับดัลกลิชอีกครั้ง ที่นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด

ไมเคิล โอเว่น (1998-2004)

ตอนที่ไมเคิล โอเว่น ปรากฏตัวในฉากหนึ่งของลิเวอร์พูลในปี 1997 ด้วยการทำประตูในเกมเปิดตัวของเขา หลังลงสนามเพียงแค่ 16 นาที เขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักเตะรุ่นเยาว์ที่สวมเสื้อแขนสั้นหมายเลข 18 ตัวโคร่ง โดยแขนเสื้อนั้นยาวเลยข้อศอกของเขาไปด้วยซ้ำ

ภายในเวลาหนึ่งปี นักเตะชาวอังกฤษกลายเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ร้อนแรงที่สุดในโลกฟุตบอล เนื่องมาจากสถิติการทำประตูอันยอดเยี่ยม และประตูอันน่าเหลือเชื่อในเกมกับอาร์เจนตินา ในฟุตบอลโลก 1998

ไม่นานหลังจากความสำเร็จในประเทศฝรั่งเศส โอเว่นก้าวขึ้นมาสวมเสื้อหมายเลข 10 ให้กับลิเวอร์พูล หลังจากบาร์นส์ย้ายออกไป

ต่อมา โอเว่นย้ายไปยังเรอัล มาดริด ในปี 2004 เขาทำไปทั้งสิ้น 158 ประตู จาก 297 เกม ให้กับหงส์แดง โดยคว้าแชมป์ยูฟ่า คัพ, เอฟเอ คัพ และลีก คัพ สองสมัย นี่ยังไม่ได้รวมถึงรางวัลบัลลงดอร์ ในปี 2001

หลุยส์ การ์เซีย (2004-2007)

นักเตะที่เป็นการเซ็นสัญญาโดยราฟา เบนิเตซ จากบาร์เซโลนา ในเดือนสิงหาคม 2004 หลุยส์ การ์เซีย มาถึงยังแอนฟิลด์พร้อมกับชาบี อลอนโซ่ เพื่อนชาวสเปน และได้รับเสื้อหมายเลข 10 ซึ่งเคยเป็นของโอเว่นมาก่อน

เขากลายเป็นฮีโร่ของแฟนๆ หงส์แดง หลังจากพัฒนาการทำประตูสำคัญๆ ในเกมสำคัญๆ จนกลายเป็นความเคยชิน

การ์เซียทำไปห้าประตูบนเส้นทางสู่ความสำเร็จในแชมเปียนส์ลีก 2005 รวมถึงประตูสุดสวยจากระยะไกลในเกมรอบแปดทีมสุดท้าย ที่เจอกับยูเวนตุส และประตูในรอบรองชนะเลิศเหนือเชลซี ซึ่งทำให้เขาโด่งดังสุดขีด

นักเตะชาวสเปนย้ายออกจากแอนฟิลด์ในปี 2007 เพื่อกลับไปร่วมทีมแอตเลติโก มาดริด หลังลงสนามให้หงส์แดงทั้งสิ้น 121 นัด

อังเดร โวโรนิน (2007-2010)

การเซ็นสัญญาแบบไม่มีค่าตัวจากไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น โดยเบนิเตซ ในเดือนกรกฎาคม 2007 ช่วงอาชีพที่แอนฟิลด์ของอังเดร โวโรนิน นักเตะทีมชาติยูเครน ไม่สดใสเท่าใดนัก

เขาได้รับเสื้อหมายเลข 10 สำหรับฤดูกาล 2007-08 โดยเปิดตัวในเกมเจอกับแอสตัน วิลล่า เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม และสี่วันต่อมา เขาทำประตูจากระยะ 25 หลา ในเกมเจอกับตูลูส ในแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก

โวโรนินใช้เวลาในฤดูกาลต่อมาในสัญญายืมตัวกับแฮร์ธา เบอร์ลิน ทีมจากเยอรมัน และย้ายไปยังดินาโม มอสโคว เป็นการถาวร ในเดือนมกราคม 2010

โจ โคล (2010-2013)

รอย ฮอดจ์สัน คว้าตัวโคลมาจากเชลซี ในเดือนกรกฎาคม 2010

อดีตดาวดังชาวอังกฤษทำงานภายใต้การคุมทีมของฮอดจ์สัน, เคนนี ดัลกลิช และเบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในแอนฟิลด์ แต่ย้ายไปยืมตัวที่ลีลล์หนึ่งฤดูกาล และลงสนามให้หงส์แดงเพียง 42 นัด ก่อนที่จะย้ายไปยังเวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรในวัยเด็กของเขา เมื่อเดือนมกราคม 2013

ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ (2013-2018)

ก่อนวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคม 2013 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ วัย 20 ปี ย้ายจากอินเตอร์นาซิอองนาล โดยแสดงความมุ่งมั่นที่จะ ‘เล่นฟุตบอลที่ดี’

มันไม่เกินเลยหากจะพูดว่า นักเตะหมายเลข 10 ชาวบราซิลของลิเวอร์พูล ทำได้ทะลุเป้าหมายที่ค่อนข้างถ่อมตนนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อเขาพัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นหนึ่งในกองกลางที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดในยุโรป

นักเตะที่เป็นการเซ็นสัญญาโดยเบรนแดน ร็อดเจอร์ส เขาบรรลุบทบาทการเป็นผู้สร้างสรรค์โอกาสได้ดีที่สุดภายใต้การคุมทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ และพัฒนาการจบสกอร์ได้อย่างดี คำกล่าวที่ว่า ‘เครื่องหมายการค้าของคูตินโญ่’ ผุดขึ้นทันทีเมื่อเห็นภาพที่ O Magico (พ่อมดน้อย) ตัดเข้าในจากฝั่งซ้าย, ย่อไหล่ลง และปั่นบอลจากระยะ 25 หลา เข้าสู่สามเหลี่ยมบน

คูตินโญ่ปิดฉากอาชีพกับลิเวอร์พูล ด้วยการทำไป 54 ประตู จากการลงสนาม 201 นัด ก่อนย้ายไปร่วมทีมเอฟซี บาร์เซโลนา ในเดือนมกราคม 2018

ซาดิโอ มาเน่ (2018-)

มาเน่เป็นนักเตะคนใหม่ที่เข้ามาสืบทอดเสื้อหมายเลข 10 หลังใช้เวลาที่แอนฟิลด์มาแล้วสองปี ในเสื้อหมายเลข 19

นักเตะที่เป็นการเซ็นสัญญามาจากเซาท์แฮมป์ตัน กองหน้าชาวเซเนกัลสนุกสนานกับฤดูกาลแรกอันยอดเยี่ยมของเขาต่อหน้าเดอะ ค็อป และคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากทั้งแฟนๆ และนักเตะด้วยกันเอง ในปี 2016-17

นักเตะที่มีความเร็วและความสร้างสรรค์เป็นอย่างสูง ทำไป 13 ประตู จากการลงสนาม 29 นัด ในฤดูกาลแรกของเขา และยิ่งทำประตูได้มากขึ้นอีกในฤดูกาลที่แล้ว ด้วยจำนวน 20 ประตู รวมถึงประตูในนัดชิงชนะเลิศแชมเปียนส์ลีก ที่เจอกับเรอัล มาดริด

มาเน่จบฤดูกาล 2017-18 ในฐานะหนึ่งในนักเตะลิเวอร์พูลที่ฟอร์มเข้าฝักมากที่สุด และหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในฟุตบอลโลกกับเซเนกัล เขาพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ฤดูกาลใหม่ พร้อมด้วยหมายเลขใหม่ที่ปรากฏบนหลังเสื้อของเขา