เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ชุดแข่ง Nike ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้แต่ละตัว ทำมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิ่ล 18 ขวด

ชุดแข่ง Nike ของลิเวอร์พูลในฤดูกาลนี้แต่ละตัว ทำมาจากขวดพลาสติกรีไซเคิ่ล 18 ขวด

จากการที่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Move to Zero ของ Nike ชุดแข่งประจำฤดูกาล 2020-21 ของแชมป์พรีเมียร์ลีก ผลิตจากเส้นใยโพลีเอสเตอร์ซึ่งมาจากการรีไซเคิล 100 เปอร์เซ็นต์เช่นดียวกันกับเสื้อแข่งสำหรับแฟนๆ ด้วย

นับตั้งแต่ปี 2010 บริษัทเครื่องแต่งกายสัญชาติอเมริกันได้ใช้ขวดพลาสติกไปแล้วกว่า 7.5 ล้านขวดเพื่อผลิตเส้นใยโพลิเอสเตอร์สำหรับเสื้อฟุตบอล

“ผู้ผลิตวัตถุดิบของเราทำการแปรรูป แต่โดยทั่วไปแล้วพวกเขานำขวดมาหั่นเป็นเกล็ดเล็กๆหลังจากนั้นก็จะหลอมมันแล้วทอมันขึ้นมาเป็นเส้นใย” ซีน่า ฮันนาห์ รองประธานนวัตกรรมที่มีความยั่งยืนของ Nike อธิบาย

“หลังจากนั้นคุณสามารถจะทอมันในแบบที่แตกต่าง ทั้งหความหนา และน้ำหนัก ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่คุณต้องการ ก่อนหน้านั้นทุกๆ ขวดเหล่านั้นจะถูกนำไปฝังกลบ”

“ดังนั้นเราจึงมีความภาคภูมิใจมากๆ เกี่ยวกับสิ่งนั้นเนื่องจาก Nike เป็นผู้ใช้รายใหญ่สำหรับเส้นใยโพลีเอสเตอร์ซึ่งมาจากการรีไซเคิ่ลในอุตสาหกรรมของเรา และเราใช้วัตถุดิบที่มาจากการรีไซเคิ่ลให้มากที่สุดเท่าที่เราจะสามารถทำได้”

ถึงแม้จะผลิตจากขวดที่ไม่ใช้แล้วอย่างแท้จริง แต่ชุดเหย้า, ชุดเยือน และชุดที่ 3 ของหงส์แดงผลิตด้วยเทคโนโลยีล่าสุด ที่จะมอบความเย็น และระบายอากาศได้ดี

ฮันนาห์บอกอย่างละเอียดว่า “ถึงแม้ว่าชุดแข่งลิเวอร์พูลจะใช้เส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่มาจากการรีไซเคิ่ลแต่ยังมีกระบวนการการถักอย่างละเอียดอีกด้วย” [ตำแหน่งซึ่งเราสามารถจะถักในการเสริมเข้าไปหรือถักแบบช่องได้ตำแหน่งซึ่งมีพื้นที่ต่างๆซึ่งต้องใช้อุณหภูมิสูง]

“เมื่อ 2 สิ่งเหล่านี้มารวมกัน – วัสดุ และกระบวนการ – เราจะมีการใช้งานที่ดีกว่าเดิม สามารถระบายอากาศได้ดีกว่า และมีความยืดหยุ่นมากกว่าชุดแข่งก่อนๆหน้านี้”

“เราต้องการจะให้การใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดสำหรับพวกเขา [ผู้เล่นทั้งหลาย] และพวกเขาคาดหวังมัน และในเวลาเดียวกัน เราจะทำอะไรก็ตามที่จะใช้ได้อย่างยั่งยืนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

การผลิต และการส่ง ยังต่อสู้กับแนวความคิดที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศด้วยเนื่องด้วยศูนย์กลางการดำเนินการทางด้านโลจิสติกส์ของ Nike ในเบลเยียมขับเคลื่อนโดยพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ 100 เปอร์เซ็นต์

กระดาษแข็งใดๆ ที่มีส่วนกับกระบวนการกระจายสินค้าจะถูกนำไปรีไซเคิล มากสูงสุดที่ 7 ครั้ง ขณะที่แฟนๆ สั่งเสื้อจาก Nike จะมีเสื้อส่งมาในซองจดหมายแทน มันจะทำให้เกิดการใช้พื้นที่ในตู้คอนเทนเนอร์ที่ทำการขนส่งน้อยลง ดังนั้นนั่นจะเป็นลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

“เรามีความตื่นเต้นมากๆเกี่ยวกับลิเวอร์พูล และ Nike ซึ่งเป็น 2 แบรนด์ที่ยอดเยี่ยมซึ่งร่วมมือกันเพื่อยังคงความเป็นแชมเปี้ยนอย่างแท้จริง” ซีน่ากล่าว “เรากำลังมองไปยังมันจากทุกๆมุมมองที่แตกต่าง และเรารู้สึกตื่นเต้นเกี่ยวกับความเป็นพาร์ทเนอร์กัน”

“ฟุตบอลคือกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก และเมื่อคุณสามารถจะมีผู้เล่นต่างๆ และแฟนๆ และพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจ, อย่าง Nike, เมื่อเราสามารถจะนำมันทั้งหมดมาร่วมมือกันได้, เราสามารถจะเป็นแชมเปี้ยนอย่างแท้จริงสำหรับการดำเนินการในการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ”