เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

ชีวิตยังมีพรุ่งนี้เสมอ โซลชาร้องเพลงรอต่อไปเจาะ5ประเด็นแมนยูพ่ายบียาร์เรอัลชวดแชมป์ยูโรปาลีก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องพบกับฤดูกาลแห่งคำว่า “พระรอง” อย่างแท้จริงเมื่อพวกเขาพ่ายแพ้ให้กับ บียาร์เรอัล ในการดวลจุดโทษ 11-10 หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1 ชวดแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ไปอย่างน่าเสียดาย

สำหรับความแพ้พ่ายในคราวนี้ยังนับว่าเป็นเรื่องที่สุดแสนเจ็บสำหรับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่ไม่สามารถที่จะนำแชมป์ใบแรกของเขาในฐานะผู้จัดการทีม “ผีแดง” กลับไปตั้งสูงเด่นที่ตู้โชว์ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
แม้นี่เป็นความเศร้าหมองรวมทั้งน่าผิดหวังสำหรับสาวก “เร้ด อาร์มี่” แต่ว่ามันบางทีอาจเป็นสัญญาณที่ดีที่กระตุ้นให้ขุนพล “ซาตานแดง” ฮึกเหิมสำหรับฤดูกาลใหม่ เนื่องจากว่าหากกลุ่มมีการเสริมกองทัพที่ดี งานนี้บางครั้งก็อาจจะได้เห็นอะไรเด็ดๆจาก แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้

1. คาวานี่ คู่ควรอยู่ช่วยแมนยูล่าแชมป์
เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เอดินสัน คาวานี่ เหมาะอย่างยิ่งที่กำลังจะได้อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขั้นต่ำอีก 1 ฤดูกาล เนื่องจากว่าผลงานที่ยอดเยี่ยมของเขาอย่างงี้ บอกได้เลยว่ามีประโยชน์กับกองทัพ “ผีแดง” ในซีซั่นหน้าอย่างมาก
ด้วยวัยเข้าหลักสามแต่ว่าสภาพร่างกายยังคงเข้มแข็ง สามารถวิ่งหาพื้นที่ว่างเพื่อสร้างจังหวะให้กับตัวเองเจริญ รวมทั้งยังคงใช้ประสบการณ์ในการกดดันเกมรับ บียาร์เรอัล ได้ตลอด จะเห็นได้ว่าในเวลาที่ “เอล มาทาดอร์” ได้บอล หน้าแข้ง “เรือดำน้ำสีเหลือง” มักจะเกิดอาการระส่ำระแกว่งอย่างยิ่งจริงๆ
สำหรับจังหวะที่ยิงประตูตีเสมอ ชี้ให้เห็นถึงสัญชาตญาณการเป็นหน้าเป้าของ คาวานี่ ด้วยสายตาที่เฉียบคม รวมทั้งความไวในการตามเก็บบอลจังหวะสอง นับว่าเป็นสิ่งที่ “หน้าเป้า” ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดนี้ไม่มีเลย


โชคร้ายที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด ไม่สามารถที่จะติดต่อประสานงานกับ คาวานี่ ได้พอดีเหมือนหลายๆเกมที่ผ่านมา ทำให้ประสิทธิภาพในเกมรุกของ แมนฯ ยูฯ ตัดทอนลงไปเยอะแยะ
อย่างที่บอกก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา คาวานี่ เล่นราวกับชายหนุ่มวัยกระทงอายุ 24 ปีไม่ใช่ 34 ปี ไม่เหมือนกับ แรชฟอร์ด กับ กรีนวู้ด ที่ฟอร์มพองมากมายๆที่สำคัญ ยอดหน้าแข้งชาวอุรุกวัย ซัดไปแล้ว 5 ประตูจาก 5 เกมในยูโรปา ลีก รวมทั้งรวมเบ็ดเสร็จทุกรายการซัดเบาๆ16 ประตู
ด้วยเหตุนี้เป็นเรื่องที่ดียอดที่ คาวานี่ ขยายข้อตกลงอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รวมทั้งมั่นใจว่าเขาจะช่วยนำประสบการณ์รวมทั้งความรู้ความเข้าใจที่ล้นเหลือในการจุนเจือรุ่นน้องอีกหลายๆคนให้ความก้าวหน้าเล่นเพิ่มมากขึ้น


2. มีปัญหากับลูกตั้งเตะเหมือนเดิม
การที่กลุ่มขาด แฮร์รี่ แม็กแกว่งไกวร์ คุมแนวรับเป็นเรื่องเสียหายหลายแสนจริงๆเนื่องจากว่าปกติในเวลาที่มีกัปตันกลุ่ม “ผีแดง” ยืนเซนเตอร์แบ็ก กลุ่มก็มีปัญหาเรื่องลูกตั้งเตะ ยิ่งไม่มีเขาอยู่ในกลุ่มปัญหานี้ยิ่งยิ่งนักสาหัสจริงๆ
ประเด็นการจัดการกับลูกเซตพีซของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในช่วงฤดูกาลนี้นับว่าตกต่ำมากมายๆรวมทั้งโน่นก็เลยไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่ “เร้ด เดวิลส์” จะต้องเสียประตูจากการโดนโจมตีด้วยลูกฟรีคิกของ บียาร์เรอัล


แท็กติกของ อูไน เอเมปรี่ ชี้ให้เห็นกระจ่างว่าเน้นเกมตั้งรับ รวมทั้งคอยหาจังหวะจากลูกตั้งเตะ ซึ่งก็มาประสบผลสำเร็จ เนื่องจากว่าจังหวะที่ ดานี่ ขว้างเรโฆ่ เปิดบอลโค้งเข้าไปแทบจะไม่อันตรายเลย แต่ว่าเป็นการซ้อมมาอย่างยอดเยี่ยมเนื่องจากว่า หนวดเคราร์ด โมเรโน่ วิ่งหนีตัวตามติดก่อนขึ้นโหม่งระหว่าง วิคโคนร์ ลินเดอเลิฟ รวมทั้ง เอริค ไบยี่ เข้าประตูไปง่ายๆ
ปิ้งไรก็ตามจะโยนบาปให้ ลินเดอเลิฟ กับ ไบยี่ ก็ไม่ได้ เนื่องจากว่าในระหว่างที่ แม็กแกว่งไกวร์ อยู่ดินแดนข้างหลังเขาก็มักจะพลาดในการจัดการลูกฟรีคิกอยู่หลายครั้ง ยกตัวอย่างในเกมกับ เอฟเวอร์ตัน, เอซี มิลาน รวมทั้งรอบรองชนะเลิศ ค้างราบาว คัพ ที่แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นต้น


โดยเหตุนี้นี่เป็นโจทย์ข้อใหญ่ที่เป็นการบ้านสำคัญของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา รวมทั้งกลุ่มสตาฟฟ์ ในการที่จะจะต้องแก้ไขปัญหาการจัดการลูกเซตพีซ รวมทั้งหนึ่งในทางแก้ที่คงจะรวดเร็วทันใจรวมทั้งมีประสิทธิภาพที่สุดก็คือการซื้อเซนเตอร์แบ็กชั้นดีมาร่วมทีม !!
3. เอเมปรี่ ประกาศพลังความเป็นเจ้าพ่อยูโรปา


สำหรับบอลถ้วยใบเล็กยุโรปหลายๆคนบางครั้งก็อาจจะมองข้าม แต่ว่าสำหรับ อูไน เอเมปรี่ มันเป็นโทรฟี้ที่มีความจำเป็น รวมทั้งท้าอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นหนังสือเบิกทางสู่การเข้าไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย
จะต้องเห็นด้วยว่า บียาร์เรอัล ชุดนี้มีขุมกำลัง รวมทั้งประสิทธิภาพกลุ่มสู้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ได้จริงๆแต่ว่าสิ่งที่พวกเขามีเหนือกว่า “ผีแดง” ก็คือมันสมองของ เอเมปรี่ ไม่ใช่ โซลชา ไม่เก่ง ก็แค่ ผู้จัดการทีมชาวสแปนิช ผ่านประสบการณ์โชกโชนในเกมนัดชิงอย่างงี้มามากไม่น้อยเลยทีเดียว


จะเห็นได้ว่าแท็กติกของ เอเมปรี่ เน้นการพยุงเกม รวมทั้งใช้ทีมเวิร์กในการสู้กับ แมนฯ ยูฯ โดยพวกเขารู้อยู่แล้วว่าเป็นรองเรื่องความรู้ความเข้าใจเฉพาะตัวรวมทั้งความเร็ว แต่ว่าการตัดผู้เล่นสำคัญอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส รวมทั้ง ปอล ป็อกบา ไม่ให้ทำเกมได้สบาย ทำให้เกมบุกของ “เร้ด เดวิลส์” ตื้นไปเลย


4. อัลบิโอล คีย์แมนสำคัญบียาร์เรอัล
ไม่มีผู้ใดปฏิเสธว่าความเสร็จของ บียาร์เรอัล มาจากการเล่นเป็นทีมเวิร์ก รวมทั้งช่วยเหลือกันยับยั้งไม่ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปั้นเกมรุกที่ถนัดได้ แต่ว่าหนึ่งในคีย์แมนที่ทำให้เกมของพวกเขาแน่นแฟ้นก็คือ ราอูล อัลบิโอล ปราการหลังมากมายประสบการณ์

5. โซลชา ยังจะต้องคอยการบรรลุเป้าหมายกับแมนยูต่อไป
โซลชา ยังคงจะต้องคอยการนำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แชมป์รายการแรกในฐานะผู้จัดการทีม ต่อไป เนื่องจากว่านี่เป็นนาทีทองของเขาที่จะสร้างชื่อให้กับตัวเอง แต่ว่าสุดท้ายก็ยังคงเป็นพระรองอยู่ดี


ก็อย่างที่รู้กๆกันอยู่ “น้าทอฟฟี่” บรรลุผลสำเร็จมากยุคที่เป็นนักเตะให้ “ซาตานแดง” โดยเฉพาะไฮไลท์สำคัญเป็นการเป็นเลิศในผู้เล่นที่ซัดประตูชัยชนะ บาเยิร์น มิวนิค ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รวมทั้งช่วยให้กลุ่มเขียนประวัติศาสตร์ในฐานะสโมสรที่คว้า “ทริปเบิ้ลแชมป์” ได้อย่างยิ่งใหญ่ในปี 1999
การนำกลุ่มเข้ารอบชิงชนะเลิศ โดยมี เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ปรมาจารย์ที่สั่งสอนแท็กติกในการวางหมาก นั่งอยู่ในสนามสตาดิโอน เอเนอร์ก้า กดังส์ค เพื่อเป็นประจักษ์พยานในการได้เห็นศิษย์ก้นกุฏิ