เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

จากเชาว์วัฒน์ถึงตะวัน – เมื่อกระต่ายแก้วไปเป็นจิ้งจอกซากุระ

พูดคุยกับสองแข้งวัยรุ่นของบีจี ปทุม ยูไนเต็ด กับประสบการณ์ในเสื้อสีชมพูของเซเรโซ โอซากา พันธมิตรจากคันไซ

สามฤดูกาลติดต่อกัน ที่ ‘จิ้งจอกซากุระ’ เซเรโซ โอซากา ทีมดังแห่งศึกเจลีก พันธมิตรของบีจี ปทุม ยูไนเต็ด ได้ต้อนรับนักเตะดาวรุ่งไทยไปเป็นสมาชิกของทีมชุด U23 ด้วยสัญญายืมตัว เริ่มต้นจาก ‘อินซ์’ เชาว์วัฒน์ วีระชาติ ในฤดูกาล 2018 ตามด้วย ‘ธาม’ พงศ์รวิช จันทวงษ์ ในฤดูกาล 2019 และ ‘โจ’ ตะวัน โคตรสุโพธ์ ในฤดูกาล 2019 และ 2020 บัดนี้หนุ่มน้อยจากอุบลราชธานี เตรียมนำประสบการณ์ฟุตบอลสองปีในแดนปลาดิบ กลับมาช่วยต้นสังกัดของเขาที่เมืองไทย ตามรอยรุ่นพี่อย่างเชาว์วัฒน์ ที่กำลังร่วมไล่ล่าความสำเร็จในฤดูกาลที่อาจจะดีที่สุดของกระต่ายแก้ว

ก่อนที่อินซ์และโจจะได้มาเจอกันที่ลีโอ สเตเดี้ยม เราชวนสองหนุ่มมาพูดถึงช่วงเวลาในเสื้อสีชมพูของพวกเขา

“เอาจริงๆ ตอนนั้น ตกใจ และ เซอร์ไพรส์มากครับ เพราะไม่รู้มาก่อนว่าเขาจะเลือกเราไป” เชาว์วัฒน์เล่าย้อนถึงช่วงปลายฤดูกาล 2017 ที่ตัวเองยังเป็นดาวรุ่งและไม่ได้โอกาสลงเล่นมากนัก “ปีนั้น ผมเองก็ไม่ค่อยได้ลงเล่นสม่ำเสมอเท่าไหร่ด้วย แต่ก็ดีใจครับ ที่ทีมให้โอกาส และ ภูมิใจจนถึงวันนี้ ว่าครั้งหนึ่งเราเคยไปเล่นที่ญี่ปุ่นครับ”

เชาว์วัฒน์ วีระชาติ

“ตอนนั้นเขาไม่ได้บอกเลยว่าครับ ทำไมถึงเลือกเราไป แต่เหมือนว่า เซเรโซ เห็นผมเล่น ในช่วงที่เขามาไทยพอดี จากนั้น เขาก็ติดต่อกับทางสโมสร และ อยู่ดีๆ สโมสรก็มาแจ้งผมตอนจบซีซั่น ซึ่งในเมื่อโอกาสมาแล้ว ผมก็ตัดสินใจไปทันทีครับ”

ความรู้สึกเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นกับตะวัน ไม่ต่างจากรุ่นพี่ 

โหพี่… วินาทีแรกที่รู้ ผมดีใจ และ ตื่นเต้นมากครับ ที่จะได้ไปเล่นที่ญี่ปุ่นต่อจากรุ่นพี่อย่าง พี่อินซ์” ตะวันบอกกับเรา “ในฐานะเด็กบ้านๆ คนหนึ่ง ผมไม่คิด ไม่ฝันหรอกว่า ผมจะมีโอกาสไปเล่นที่นั่น ยิ่งได้ไปอยู่ถึง 2 ฤดูกาล ยิ่งเป็นอะไรที่ผมไม่คิดจริงๆ แต่ก็ดีใจ และ ภูมิใจกับตัวเองครับ ที่เป็นหนึ่งในนักเตะไทยที่มีโอกาส ซึ่งผมไม่รู้หรอกว่า ผมประสบความสำเร็จมั้ย แต่ทุกวันที่อยู่ที่นั่น ไม่มีวันไหนเลยที่ผมไม่สู้”

ตะวัน โคตรสุโพธ์

“ก่อนไปผมก็ถามพี่อินซ์ว่า ที่ญี่ปุ่นเขาเล่นกันยังไง และ ต้องปรับตัวยังไงบ้าง พี่เขาก็แนะนำดีมากครับ เขาบอกให้ผมต้องขยัน ต้องอดทน เพราะเด็กที่นั่นเขามีความมุ่งมั่น และ แข่งขันกันสูงมากๆ เพราะทุกคนอยากขึ้นชุดใหญ่ ก็ถือว่าช่วยผมได้เยอะครับ และ ก่อนไป พี่อินซ์ ก็ยังทักมาให้กำลังใจผมด้วย” ตะวันพูดถึงสิ่งที่รุ่นพี่อย่างเชาว์วัฒน์ให้ความช่วยเหลือก่อนจะออกเดินทาง

“ก่อนที่น้องจะไป ก็มีโอกาสคุยกับน้องเหมือนกันครับ” อินซ์เล่าถึงเหตุการณ์เดียวกัน “ผมบอกน้องว่าสิ่งแรก ต้องอดทน เพราะผมผ่านมาก่อน ผมเข้าใจว่าการไปอยู่คนเดียวมันไม่ง่าย ไหนจะเป็นเรื่องภาษา หรือ ต้องใช้เวลาปรับตัวอีก และ ก็พยายามบอกว่าน้องว่าทุกเวลาที่อยู่ที่นั่น ให้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด ก็ถือว่าน้องทำได้ดีเลยครับ ไปอยู่มา 2 ปี คงได้อะไรกลับมาเยอะ หรือ อาจจะเยอะกว่าผมด้วยซ้ำครับ (ยิ้ม)”

ไปเซเรโซ ไม่ได้ไปเที่ยวโอซากาเฉย ๆ ทั้งคู่คือสมาชิกของทีมเซเรโซ โอซากา U23 ที่ลงแข่งขันในระดับ J3 ความแตกต่างจากฟุตบอลไทยที่คุ้นเคยนั้นมีตั้งแต่สนามซ้อมไปถึงสนามแข่ง

“ขนาดผมไม่ได้เล่นในเจลีก ผมยังคิดว่าเจลีก 3 เร็วมากอยู่เลย” เชาว์วัฒน์เล่า “ฟุตบอลที่นั่น กับ ที่ไทย แตกต่างกันเยอะครับ อย่างที่นั่นเขาฝึกเรื่องพละกำลัง ,ความเร็ว และ การเพรสซิ่ง มาตั้งแต่เด็ก พอช่วงแรกเราไป ก็ยอมรับว่าตามไม่ทันเหมือนกัน เขาเน้นให้คิดเร็ว ทำเร็ว อยู่ตลอด แต่พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็ปรับตัวได้ดีขึ้น และ สนุกกับมันครับ”

เชาว์วัฒน์ วีระชาติ

“เรื่องนอกสนาม ก็ต่างเหมือนกันครับ อย่างตอนผมอยู่ที่ไทย เราก็จะเห็นอีกแบบ แต่พอไปที่นั่น รู้สึกเลยว่า มีความเป็นมืออาชีพจริงๆ ในสนามว่าเข้มข้นแล้ว นอกสนามทุกคนก็เอาใจใส่เรื่องสภาพร่างกายมากๆ ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ากับผมมากๆ ครับ ที่ครั้งหนึ่ง เรามีโอกาสไปเห็นจริงๆ ว่า หนึ่งในลีกดีที่สุดของเอเชีย เขาพัฒนา หรือ ทำงานกันยังไง”

“ปัญหาเรื่องการสื่อสาร ก็มีอยู่แล้วครับ เพราะเขาไม่ได้มีล่ามให้เหมือนชุดใหญ่ ถ้าเป็นภาษาอังกฤษ ผมยังพอสื่อสารได้ แต่เด็กๆ ในทีมที่นั่น เขาแทบไม่พูดกันเลย แต่โชคดีหน่อยที่เลกสอง มีนักเตะลูกครึ่งออสเตรเลีย-ญี่ปุ่น อย่าง Pierce Waring เข้ามา เขาก็คอยช่วยผมสื่อสาร หรือ แปลในสิ่งที่ผมอาจจะไม่เข้าใจครับ”

ความเร็วของเกมเป็นเรื่องที่ตะวันรู้สึกอย่างมากเช่นกัน “ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดเลย คือ สปีดบอลครับ เด็กที่นั่นวิ่งไม่มีหยุดเลย การจับบอล การเข้าใจเกมก็ยอดเยี่ยมมาก และ การซ้อมของที่นั่นจะเข้มข้น ไม่แพ้วันแข่งเลย ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดี และ ความท้าทายใหม่ๆ ที่ผมได้เจอครับ ที่สิ่งสำคัญ สิ่งที่เขาย้ำเตือนตลอดคือเรื่องความเป็นมืออาชีพ การตรงต่อเวลา และ ระเบียบวินัยในตัวเองครับ”

ตะวัน โคตรสุโพธ์

ทั้งอินซ์และโจไม่ได้ไปในฐานะผู้มีอภิสิทธิ์ใด ๆ พวกเขาต้องทำงานหนักในสนามซ้อมเพื่อให้โค้ชมอบโอกาสให้ เช่นเดียวกับผู้เล่นทุกคน การได้ลงสนามนัดแรกในญี่ปุ่นจึงเป็นเรื่องพิเศษไม่น้อย

“เกมแรกเหรอครับ ? ก็ยังจำได้ครับ เป็นเกมที่เสมอกับ ฟุคุชิมะ 1-1” อินซ์ย้อนความหลัง “ผมมีโอกาสลงไปครึ่งหลัง ตอนนั้น ก็ตื่นเต้นครับ เพราะก่อนหน้านั้นผมเจ็บไปประมาณ 2-3 เดือนด้วย ก็ทำงานหนักเหมือนกันกว่าจะกลับมาได้ และ หลังจากหายกลับมาแล้ว ทีมก็พยายามสร้างกล้ามเนื้อให้ผม ค่อยๆ ส่งผมลงเล่นให้ชินกับจังหวะของเกมก่อน จนเข้าสู่เลกสอง ผมถึงมีโอกาสเล่นสม่ำเสมอมากขึ้นเรื่อยๆ ครับ”

เชาว์วัฒน์ วีระชาติ

ส่วนเจ้าโจที่พูดไม่ค่อยเก่งเล่าให้เราฟังว่า “นัดแรกที่ได้โอกาสลงไป ก็ดีใจ และ ตื่นเต้นมากครับ ก็พยายามบอกกับตัวเองว่าทำให้ดีที่สุด และ เป็นตัวเองให้มากที่สุด รวมถึงที่ผ่านมา แม้ว่าผมจะได้ลงเล่น หรือ ไม่ได้ลงเล่น ผมก็พยายามทำงานหนักอยู่ตลอด เพื่อเตรียมพร้อมกับทุกโอกาสที่จะเข้ามาครับ”

ประสบการณ์หลายอย่างของรุ่นพี่รุ่นน้องกระต่ายแก้วอาจคล้ายกัน แต่การปรับตัวในสถานการณ์โรคระบาด COVID-19 โดยเฉพาะเมื่อที่ญี่ปุ่นนั้นมีความร้ายแรงมากแห่งหนึ่งของโลก ก็เป็นเรื่องที่เจ้าโจเพียงคนเดียวที่ได้พบเจอกับตัว

“การปรับตัวในช่วงโควิด ก็ไม่ได้มีอะไรมากครับ ทีมหยุดซ้อมประมาณ 2 เดือน เขาก็มีโปรแกรมให้ทุกคนไปทำตาม ส่วนผมเองก็ไม่ได้ออกไปไหนเลยครับ อยู่แต่ในที่พักอย่างเดียว จากนั้นพอสถานการณ์ดีขึ้น ก็เริ่มกลับมาซ้อมร่วมกันครับ” หนุ่มอุบลฯ เล่าอย่างเรียบง่าย

ขณะที่ทั้งสองคนอยู่ในทีม U23 ของเจ้าซากุระ มีนักเตะไทยที่โลดแล่นเป็นผู้เล่นกำลังหลักให้ทีมในเจลีกอยู่หลายคน แน่นอนว่าต้องได้เจอกันบ้าง

“ผมเจอพี่ๆ นักเตะไทยหลายคนเลยนะครับ ทั้ง พี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) ที่เป็นไอดอลของผม หรือ พี่ตอง (กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์) เอง  ที่ก็จะสอนผม ให้กำลังใจผมเสมอ รวมถึง ธาม(พงศ์รวิช จันทวงษ์ – กองกลางดาวรุ่งบีจีที่ย้ายมาพร้อมกันในฤดูกาล 2019 ปัจจุบันกลับมาอยู่กับบีจี) และ ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม(เอฟซี โตเกียว U23 ปัจจุบันอยู่กับ ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด) ด้วย” โจเล่าว่าเจอใครบ้างตลอดสองปีที่ญี่ปุ่น

ตะวัน โคตรสุโพธ์, ธีรศิลป์ แดงดา, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

“ตอนอยู่ที่นั่น ก็มีโอกาสเจอ พี่เจ (ชนาธิป สรงกระสินธ์) และ พี่อุ้ม (ธีราทร บุญมาทัน) บ้างครับ ตอนเขามาเยือนที่นี่ พอจบเกม ผมก็เข้าไปทักทาย ไปสวัสดีพี่ๆ ครับ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากครับ ส่วนใหญ่พี่เขาจะให้กำลังใจ และ บอกให้ผมสู้ เพราะรู้ว่าผมอยู่คนเดียวครับ” อินซ์เล่าบ้าง

นอกจากเพื่อนคนไทย ก็ต้องมีเพื่อนในทีมกันบ้าง อยู่กันเป็นปี ๆ แบบนี้ “เพื่อนสนิทที่สุด ก็คงเป็น Pierce Waring แหละครับ เพราะอย่างที่บอก เขาคุยกับผมได้มากที่สุด” เชาว์วัฒน์เล่าถึงตรงนี้ก็มีรอยยิ้ม “เวลามีปัญหาอะไร เขาก็จะคอยช่วยเหลือผมอยู่ตลอด และ เราก็จับคู่ซ้อมกันอยู่ตลอด แต่ตอนนี้ไม่ได้ติดต่อกันแล้วครับ ก็ยังติดตามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ไปอยู่ที่ไหนแล้ว รวมถึง เพื่อนทุกคนที่เคยเล่นด้วยกันที่นั่นครับ”

“เพื่อนสนิทเหรอครับ” หนุ่มโจยิ้มเขิน ๆ “ผมมีเยอะเลยครับ เพราะผมเข้าได้กับทุกคน ก็จำไม่ได้ว่าชื่ออะไรบ้าง เพราะผมมีเพื่อนเยอะจริงๆ(หัวเราะ) ก็ถือว่ามีความสุขดีครับ อาจจะคุยรู้เรื่องบ้าง ไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็สนุกดีครับ”

ตะวัน โคตรสุโพธ์

โอซากาเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอีกเมืองของคนไทย เมื่อมีโอกาสไปเป็นเจ้าถิ่นอยู่ปีสองปี เราเลยถามดูว่าวันว่างเขาไปเที่ยวไหนกันบ้าง

“จริงๆ ผมไม่ค่อยไปไหนเท่าไหร่ครับ แต่ถ้าว่างๆ หรือ มีวันหยุดอาทิตย์ละวัน ผมก็จะเข้าไปในเมือง ไปชินไซบาชิ ที่เป็นย่านช็อปปิ้งของที่นั่น” อินซ์เล่าก่อน “ก็ไปเดินเล่น ผ่อนคลายครับ ส่วนใหญ่จะไปคนเดียว แต่บางทีก็จะมีเพื่อน หรือ รุ่นน้อง ที่เขาอยู่บ้านแถวนั่นไปด้วยครับ”

“นอกจากสนามแล้ว ที่ผมไปบ่อยสุด ก็คงเป็นร้านอาหารไทยในโอซากาครับ เพราะผมชอบกินอาหารไทย และ เชื่อว่า อาหารไทย อร่อยกว่า ญี่ปุ่นแน่ๆ ครับ” ตะวันผู้เลือกอาหารไทยในวันพักผ่อนยิ้มหลังคำตอบนี้

“ถึงผมจะกลับมาที่ไทยได้ 2 ปีแล้ว แต่ผมก็ยังติดตามทีม เซเรโซ อยู่ตลอดครับ ว่างๆ ผมก็ดูคลิปไฮไลต์ของทั้งทีมชุด U23 และ ชุดใหญ่ อยู่ตลอด รวมถึง อย่างที่บอก ผมก็ติดตามเพื่อนที่เคยเล่นด้วยว่า แต่ละคนเป็นยังไงบ้าง” อินซ์พูดถึงความผูกพัน “ก็เสียดายเหมือนกันครับ ที่ปีนี้ทีมทำผลงานได้ดี แต่สุดท้ายกลับพลาดโควตาไป ACL ก็หวังว่าปีหน้า  ทีมจะทำผลงานได้ดีขึ้น และ คว้าแชมป์มาครองสักรายการครับ”

ช่วงเวลาที่ได้ไปเล่นฟุตบอลในญี่ปุ่น เปลี่ยนแปลงพวกเขาไปอย่างไรบ้าง เราถามทั้งคู่เป็นคำถามสุดท้าย

“หนึ่งฤดูกาลที่ญี่ปุ่น ผมรู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนแปลงไปเยอะเหมือนกันครับ” เชาว์วัฒน์ตอบก่อน “ก่อนไปผมก็จะมีความคิดอีกแบบ แต่พอไปอยู่ที่นั่นแล้ว มันเปลี่ยนแปลงความคิดของผมทุกอย่างเลย ทั้งเรื่องในสนาม และ นอกสนาม มันเหมือนกับว่าผมไปเจออีกโลกของฟุตบอลที่ผมไม่เคยรู้จัก ซึ่งมีแต่คนเก่งๆ เยอะแยะเต็มไปหมดเลย ทั้งชุดเด็ก ชุดใหญ่ ยิ่งเรามีโอกาสลงไปสัมผัสจริงๆ ยิ่งรู้เลยว่า ที่นี่เขาเก่งกันจริงๆ และ มันยิ่งทำให้ผมอยากพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จนถึงทุกวันนี้ที่กลับมาอยู่ไทยครับ”

“ในอนาคต ถ้าผมมีโอกาสไปเล่นที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง ผมก็ไม่ลังเลเลยที่จะไป เพราะผมอยากไปพิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่า ผมในวันนั้น กับในวันนี้ ผมจะทำได้ดีขึ้นแค่ไหน”

“เป้าหมายของผมตอนนี้ ก็พยายามโฟกัสกับ บีจี ปทุมฯ เต็มที่ครับ ผมอยากมีส่วนร่วมกับทีมมากขึ้น อยากช่วยเหลือทีมให้ได้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และ ก็รู้สึกตื่นเต้นครับ ที่เลกสองทีมได้ พี่มุ้ย (ธีรศิลป์ แดงดา) และ ดิโอโก เข้ามา ก็ดีใจครับ ที่จะมีโอกาสร่วมทีม ร่วมฝึกซ้อมกับผู้เล่นระดับท็อปแบบนี้ และ แน่นอนว่าเป้าหมายของเรา อยากได้แชมป์ไทยลีกครั้งแรก และ คว้าสิทธิ์ไปลุย ACL ในปี 2022 ให้ได้ด้วย”

ส่วนตะวันนั้นตอบว่า “ฤดูกาลที่อยู่ที่นั่น มันเปลี่ยนแปลงผมทุกอย่างเลยครับ ผมได้เรียนรู้ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ได้รู้จริงๆ ว่า นักฟุตอบลอาชีพเขาควรทำตัวยังไง และ ก็รู้สึกว่าตัวเองมีวินัยมากขึ้น ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอล แต่ยังรวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย อย่างเช่น นัดใครไว้ เราก็ต้องตรงต่อเวลา ที่สำคัญ เรื่องการพักผ่อน การกิน ก็เป็นอะไรที่ผมรู้แล้วว่า สำคัญจริงๆ ครับ”

ตะวัน โคตรสุโพธ์

“ผมอยากขอบคุณสโมสร บีจี ปทุมฯ ที่ให้โอกาสผมครับ และ สโมสร เซเรโร โอซากา ที่คอยดูแลผมเป็นอย่างดี ถ้าไม่มีสองสโมสรแห่งนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าทั้งชีวิตจะมีโอกาสแบบนี้มั้ย รวมถึง ผมอยากขอบคุณแฟนบอลชาวไทย ที่คอยเป็นกำลังใจให้ผม ผมอยากบอกว่าทุกคนเป็นกำลังใจที่สำคัญ ที่ทำให้ผมสู้จนถึงทุกวันนี้จริงๆ”

“สุดท้ายแล้ว ผมดีใจ และ ภูมิใจที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของทีมครับ ผมขอให้ทีมประสบความสำเร็จในอนาคต และ ผมก็จะกลับมาทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุดกับ บีจี ปทุมฯ ส่วนในอนาคตข้างหน้า ถ้ามีโอกาสกลับไปเล่นที่นั่นอีกครั้ง ผมก็อยากที่จะกลับไปครับ”

ไม่มีใครรู้ว่าเราจะมีโอกาสได้เห็นทั้งคู่ในสีเสื้อ เซเรโซ โอซากา อีกไหมในอนาคต แต่เราแน่ใจได้ว่า สิ่งที่พวกเขาได้รับมาจากประสบการณ์นี้ จะอยู่กับพวกเขาตลอดไป

Leave a Reply