เว็บไซต์วงการฟุตบอลอันดับ 1 ของคนไทย อัพเดทข่าวคราวแวดวงการ พรีเมียร์ลีก กัลโช่ บุนเดสลีกา ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ยูโรปาและลีกต่างๆเอาไว้มากมาย ไฮไลท์บอลวันนี้ ทั้ง ผลบอลสด ตารางบอล โปรแกรมบอลคืนนี้ รวมทั้งทีมโปรด แมนยู ลิเวอร์พลู แมนซิ เชลซี และอีกมากมาย

คาวานี ซัดปิดกล่อง พา อุรุกวัย เชือด รัสเซีย ซิวที่1กลุ่มเอ ลิ่ว16 ทีมท้าย

กาารแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่ผ่านมา ที่สนามซามารา อารีนา เป็นการลงสนามนักสุดท้ายในกลุ่ม เอ อุรุกวัย ลงสนามพบ รัสเซีย ซึ่งทั้งคู่เก็บชัยชนะมา 2 นัดรวด ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแล้ว

คาวานี

สำหรับ อุรุกวัย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ใน เวิล์ด คัพหนนี้ หลังลงสนาม 2 นัด เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ล่าสุด เพิ่งจะชนะ ซาอุดิอาระเบีย 1-0 ทำให้การันตีผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายทันที

ส่วนเจ้าถิ่นรัสเซีย ประเดิมฟุตบอลโลกด้วยการถล่ม ซาอุดิอาระเบีย 5-0 ก่อนจะเอาชนะ อียิปต์ 3-1 ในนัดที่สอง เก็บ 6 คะแนนเต็ม พร้อมกับตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายเช่นกัน โดยเกมนี้หากทีมใดคว้าชัยชนะได้ จะเข้ารอบเป็นที่1 ของกลุ่มทันที

คาวานี

เกมนี้ ออสการ์ ตาบาเรซ กุนซือใหญ่ อุรุกวัย จัดทับมาในระบบ 3-5-2 ผู้รักษาประตู เฟร์นานโด มุสเลรา แผงหลัง ดิเอโก โกดิน, เซบาสเตียน โกอาเตส, มาร์ติน กาเซเรส ยืนเป็นสามประสานคุมแนวรับ กลางห้าคน โรดริโก เบนตันกูร์, นาอิตัน นานเดซ, ลูกัส ตอร์เรรา, มาติอัส เบซิโน และ ดิเอโก ลาซัลต์ โดยมี หลุยส์ ซัวเรซ จับคู่กับ เอดินสัน คาวานี ล่าตาข่าย

คาวานี

ด้าน รัสเซีย สตานิสลาฟ เชอร์ จัดทัพมาในระบบ 4-2-3-1 ผู้รักษาประตู อิกอร์ อคินเฟเยฟ แผงแบ็คโฟร์เป็น เฟดอร์ คูเดรียชอฟ, เซอร์เก อิกนาเชวิช, อิเลีย คูเตปอฟ, อิกอร์ สโมลนิคอฟ, กลางรับ โรมัน ซอบนิน จับคู่กับ ยูริ กาซินสกี, แนวรุกเป็น เดนิส เชริเชฟ, และ อเล็กซานเดอร์ ซาเมดอฟ โดยมี อเล็กเซ มิรันชุก ยืนเป็นหน้าต่ำ ประคอง อาร์เตม ซูบา

เริ่มเกมเพียงนาทีที่ 8 อุรุกวัย มาได้ฟรีคิกระยะอันตราย กลางประตู โรดริโก เบนตันกูร์ โดนแนวรับรัสเซีย เสียบล้มลง และเป็น หลุยส์ ซัวเรซ ซัดด้วยขวาบอลพุ่งเรียดเสียบเสาสองเข้าประตูไป ให้ ทีมออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 กลายเป็นประตูที่ 7 ของเจ้าตัวในฟุตบอลโลก และเป็นประตูที่ 2 ในฟุตบอลโลกหนนี้ และทำให้เป็อันดับ 2 สูงสุดตลอดการของทีมชาติอุรุกวัย แซง ดิเอโก้ ฟอร์ลัน ที่ทำไว้ 6 ประตู ตามหลัง ออสก้า มิเกซ ที่ทำไว้ 8 ประตู

คาวานี

หลังเสียประตู เจ้าถิ่น พยายามเปิดเกมบุกหวังทวงประตูคืน ทว่านาทีที่ 24 กลับเป็น อุรุกวัย ที่ได้ประตูหนี 2-0 จากจังหวะ ดิเอโก ลาซัลต์ ลองส่องไกล บอลไปแฉลบผู้เล่นรัสเซีย เปลี่ยนทางเสียบเสาเข้าประตูไป

นาทีที่ 36 สถานการณ์ของ รัสเซีย ต้องเลวร้ายลงไปอีก เมื่อ อิกอร์ สโมลนิคอฟ ไปตัดฟาวล์ กลายเป็นเหลืองที่ 2 ไล่ออกจากสนามไป รัสเซีย ต้องเหลือผู้เล่น 10 คน

คาวานี

ช่วงเวลาที่เหลือรัสเซียที่มีผุ้เล่นน้อยกว่า แต่กลับเปิดเกมบุกหวังทวงประตูคืน ทว่าจังหวะสุดท้ายยังไม่ดีพอ จบครึ่งแรก อุรุกวัย นำ รัสเซีย 1-0

คาวานี

ครึ่งหลังทั้งสองทีมเปิดหน้าแลกกันอย่างสนุก นาทีที่ 69 อุรุกวัย ได้บุกขึ้นมา ทางซ้าย เอดินสัน คาวานี พาบอลขึ้นมาเอง ก่อนกระชากหักเข้ากลางแล้วซัด บอลพุ่งหลุดเสาไกลออกหลังไป

นาทีที่73 รัสเซียได้ลุ้นจากจังหวะผิดพลาดของแนวรับอุรุกวัย บอลมาเข้าทาง อาร์เตม ซูบา ก่อนจะลองส่องไกล ทว่าบอลเหินข้ามคานออกหลังไปแบบไม่ได้ลุ้น

นาทีที่ 80 อุรุกวัย น่าจะได้ประตูที่ 3 จากจังหวะ เอดินสัน คาวานี หลุดขึ้นมา ก่อนจ่ายต่อให้ ซัวเรซ กระชากเข้าเขตดโทษ แล้วตบไปที่เสาสอง จะให้ คาวานี แต่บอลมันลึกเกินไป หลุดออกหลังไปนิดเดียว

คาวานี

เกมเหมือนจะจบลงด้วยสกอร์นี้ ทว่าก่อนหมดเวลานาทีเดียว อุรุกวัย ได้ลุ้นจากเตะมุม ดิเอโก โกดิน โฉบมาโหม่งเต็มหัว บอลพุ่งเข้าประตู อิกอร์ อคินเฟเยฟ นายด่านรัสเซีย ปัดออกมาเข้าทาง คาวานี ตามซ้ำดาบสอง เข้าประตูไป ให้ อุรุกวัย ขยับหนีไป

คาวานี

จบเกม อุรุกวัย เอาชนะ รัสเซีย 3-0 ทำให้ อุรุกวัย เข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นที่ 1 ของกลุ่ม เอ ไปรอพบกับอันดับ 2 ของกลุ่ม บี แข่งขันวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 21.00 น. ส่วน รัสเซีย เข้ารอบเป็นที่ 2 เข้าไปพบกับอันดับ 1 ของกลุ่ม บี แข่งขันในวันที่ 1 ก.ค. เวลา 21.00 น.